เก็บเล็กไม่เก็บใหญ่ 5 เหรียญไม่ถึงบาท เหรียญกษาปณ์ปีกาญจนาภิเษก 2539

y4456

การเก็บสิ่งสะสมนั้นเป็นเรื่องของความสุขทางใจ ซึ่งความสุขนี้อาจไม่จำเป็นที่จะต้องตามหามาเก็บไปเสียแทบทุกอย่าง ของใหญ่ใช้เงินเยอะ บ่อย ๆ ก็เลยเก็บแต่ของเล็ก ด้วยแนวคิดว่าของที่เริ่มต้นเก็บวันนี้อีกไม่กี่ปีก็จะเป็นของเก่าไปเอง ถึงวันว่างก็หยิบออกมาดูซึ่งอาจจะเป็นได้แค่ความสุขแบบเล็ก ๆ แต่ก็เป็นความสุขอยู่กับสิ่งที่มีคุณค่าทางใจ อย่างเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกซึ่งออกใช้เมื่อปี 2539 ซึ่งกรมธนารักษ์ได้จัดทำขึ้นเนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยพระราชพิธีกาญจนภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 9 มิถุนายน 2539 นั้น ขนาดว่าไม่ได้นับรวมเหรียญที่ระลึกที่ไม่ใช่เหรียญกษาปณ์แล้ว ก็ยังมีออกมาตั้งหลายชนิดราคาและหลายแบบ

ไม่รู้จะไล่นับได้ครบหรือเปล่า จำได้ว่ามีตั้งแต่เหรียญทองคำ เหรียญทองคำขัดเงา ชนิดราคา 6000 บาท 3000 บาท 1500 บาท เหรียญเงิน เหรียญเงินขัดเงา ชนิดราคา 600 บาท 300 บาท 150 บาท เหรียญคิวโปรนิกเกิล เหรียญคิวโปรนิกเกิลขัดเงา ชนิดราคา 20 บาท เหรียญโลหะสองสี ชนิดราคา 10 บาท เหรียญคิวโปรนิกเกิลสอดไส้ทองแดง ชนิดราคา 5 บาท 2 บาท เหรียญคิวโปรนิกเกิล ชนิดราคา 1 บาท เหรียญอลูมิเนียมบรอนซ์ ชนิดราคา 50 สตางค์ 25 สตางค์ เรื่อยมาจนถึงเหรียญอลูมิเนียม ชนิดราคา 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์

y4463

ยังไม่รวมถึงสิ่งสะสมอื่น ๆ ที่ออกมาในโอกาสเดียวกันนี้ซึ่งยังมีอยู่อีกมากมายหลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าคิดจะเก็บทั้งหมดก็คงจะกระทบต่อเงินในกระเป๋าที่จำเป็นต้องใช้จ่ายกินและอยู่ในแต่ละวัน ก็เลยต้องกำหนดนโยบายขึ้นไว้เป็นแนวทางของตัวเองในการเก็บของสะสมว่า ใหญ่ ๆ คงจะไม่ เล็ก ๆ น่าจะดี สุดท้ายก็เลยคิดเลือกเก็บเฉพาะเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกฯ เฉพาะที่เป็นชนิดราคาแบบสตางค์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ชนิดราคา จากวันนั้นถึงวันนี้นับเวลาก็ล่วงเลยมาได้เกิน 20 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นเหรียญกษาปณ์ที่มีจำนวนผลิตออกใช้มากเป็นหลักล้าน หลักสิบล้าน จนถึงหลักร้อยล้าน แต่คงด้วยความที่ว่าเป็นเหรียญสตางค์ย่อย ๆ โดยเฉพาะเหรียญชนิดราคา 1 สตางค์ 5 สตางค์ และ 10 สตางค์ นั้น ยิ่งไม่ค่อยมีโอกาสออกมาหมุนเวียนใช้กันโดยทั่วไป

y4461

เหรียญแรกเป็นเหรียญอลูมิเนียม ชนิดราคา 1 สตางค์ ภาพประธานด้านหน้าเหรียญเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วงโดยรอบมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร” และ “รัชกาลที่ ๙” ส่วนภาพประธานด้านหลังเหรียญเป็นตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี วงโดยรอบมีข้อความว่า “ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี กาญจนาภิเษก ๙ มิถุนายน ๒๕๓๙ ประเทศไทย” และข้อความบอกราคา “๑ สตางค์” เหรียญมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 มิลลิเมตร น้ำหนัก 0.5 กรัม วันแรกออกใช้วันที่ 19 สิงหาคม  2539 จำนวนผลิตบ้างก็ว่าอยู่ที่หลักสามล้านเหรียญ บางแหล่งก็ว่าห้าล้านเหรียญ

y4460

เหรียญถัดมาเป็นเหรียญอลูมิเนียม ชนิดราคา 5 สตางค์ ลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับเหรียญฯ ชนิดราคา 1 สตางค์ เหรียญมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร น้ำหนัก 0.6 กรัม วันแรกออกใช้วันที่ 19 สิงหาคม  2539 จำนวนผลิตบ้างก็ว่าอยู่ที่หลักสามล้านเหรียญ บางแหล่งก็ว่าห้าล้านเหรียญเช่นเดียวกัน

y4459

อีกเหรียญหนึ่งเหรียญอลูมิเนียมเช่นเดียวกัน แต่เป็นชนิดราคา 10 สตางค์ ลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับเหรียญฯ ชนิดราคา 1 สตางค์ แต่ขนาดของเหรียญใหญ่กว่าคือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 17.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 0.8 กรัม วันแรกออกใช้วันที่ 19 สิงหาคม  2539 จำนวนเหรียญที่ผลิตมีทั้งที่บอกว่าอยู่ที่หลักสามล้านและห้าล้านเหรียญ

y4458

ถัดต่อมาอีกเหรียญหนึ่งเป็นเหรียญอลูมิเนียมบรอนซ์ ซึ่งมีส่วนผสมของทองแดง นิกเกิล และอลูมิเนียม สีออกเหลืองทองชนิดราคา 25 สตางค์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.9 กรัม ลักษณะโดยทั่วไปเหมือนเหรียญฯ ชนิดราคาอื่น วันแรกออกใช้วันที่ 19 สิงหาคม  2539 จำนวนผลิตมีทั้งที่เป็นหลัก 40 ล้าน และบางแหล่งก็ขึ้นไปถึงหลักหนึ่งร้อยล้านเหรียญ

y4457

เหรียญสุดท้ายเป็นเหรียญอลูมิเนียมบรอนซ์ ชนิดราคา 50 สตางค์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 18 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.4 กรัม ลักษณะโดยทั่วไปก็เหมือนกับเหรียญฯ ชนิดราคาอื่น วันแรกออกใช้วันที่ 19 สิงหาคม  2539 จำนวนผลิตอยู่ที่หลักหนึ่งร้อยล้านเหรียญ

y4462

ความสุขเล็ก ๆ กับการเก็บสะสมเหรียญเล็ก ๆ เก็บเล็กไม่เก็บใหญ่ เก็บเอาไว้ 5 เหรียญใช้เงินไปยังไม่ถึงบาท !!!

ชัยพฤกษ์
9 มกราคม 2560