หนึ่งในสามพัน..บัตรโทรศัพท์สวิตเซอร์แลนด์ที่ระลึกพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ปี 2539

y4573

หยิบเอาเรื่องนี้มาเล่าเพื่อเป็นการสวัสดีปีใหม่ในวันเริ่มต้นปี 2560 กับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงวันเวลาที่ยังอยู่กับสิ่งละอันพันละน้อยซึ่งได้เก็บเล็กประสมน้อยไว้เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่าต่อจิตใจที่ได้มีเก็บสะสมไว้ ด้วยความรู้สึกที่ว่าเป็นสิ่งของที่ทำขึ้นโดยชาวต่างชาติเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐยิ่งของปวงชนชาวไทย และเป็นสิ่งของที่มีอยู่จำนวนจำกัดเพียง 3,000 ชุด ซึ่งนับจากวันที่ได้มาเก็บสะสมไว้จนถึงวันนี้ก็มีอายุครบ 20 ปีแล้ว

y4572

พูดถึงบัตรโทรศัพท์ ที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า Telephone card หรือ Calling card บ้างก็เรียกสั้น ๆ ว่า Phonecard นั้น หลายคนอาจจะลืมเลือนกันไปแล้ว และอีกหลายคนอาจจะเกิดไม่ทันได้ใช้ ด้วยความที่เทคโนโลยีเกี่ยวกับโทรศัพท์รุดหน้ากันไปเร็วมาก ทั้ง ๆ ที่บ้านเราเพิ่งจะมีตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญให้ใช้เมื่อปี 2522 นี่เอง พอถึงปลายปี 2533 ก็เริ่มมีการนำตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบใช้บัตรมาให้บริการ ตามเทคโนโลยีที่มีฝรั่งคิดค้นบัตรโทรศัพท์มาให้ใช้กัน เป็นบัตรแบบที่เรียกกันว่าออปติคัล หรือ Optical phonecard ซึ่งตอนนั้นเป็นที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วโลก

y4571

เป็นบัตรที่ต้องจ่ายเงินซื้อก่อนล่วงหน้า โดยหาซื้อได้ตามร้านขายของทั่ว ๆ ไป บัตรมีราคาตั้งแต่ 25 บาท 50 บาท 100 บาท และ 200 บาท บางครั้งก็มี 240 บาท และนาน ๆ ครั้งก็จะมีแบบ 500 บาท เมื่อจะโทรศัพท์ก็ต้องหาโทรศัพท์ที่มีเครื่องเสียบและอ่านบัตร ซึ่งในบัตรจะมีแถบออปติคัลที่กำหนดจำนวนเงินที่ใช้โทรศัพท์ได้ เมื่อคุยโทรศัพท์เครื่องจะค่อย ๆ ลบทำลายแถบออปติคัลนี้ไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ใช้งานโทรศัพท์ ซึ่งมีตัวเลขคอยบอกให้รู้อยู่ที่หน้าเครื่องโทรศัพท์ว่ามูลค่าเงินในบัตรเหลืออยู่เท่าไรแล้วจนกว่าจะวางหู ถ้ามูลค่าเงินในบัตรยังเหลืออยู่ก็เอาไปใช้ต่อได้อีกจนกว่าจะหมด พอหมดแล้วก็ต้องหาซื้อบัตรใหม่ ไม่สามารถเติมเงินได้เหมือนกับบัตรระบบชิปการ์ด ส่วนบัตรเก่าถ้าไม่เก็บสะสมก็ต้องทิ้งไป บางคนก็เอาไปขายให้ร้านจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ใช้แล้วเพื่อการสะสม ได้เงินคืนมาอีกถึงเล็กน้อยก็ยังดี

y4570

ตั้งแต่ปี 2534 บัตรโทรศัพท์กลายเป็นสิ่งสะสมเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งในกลุ่มนักเก็บสะสมที่ชื่นชอบ นอกเหนือจากธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และตราไปรษณียากร เนื่องจากด้านหน้าของบัตรโทรศัพท์จะมีภาพต่าง ๆ ที่สวยงามหลากหลายหรือบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ แต่เพียงแค่เวลาผ่านไปได้ประมาณ 10 ปี เทคโนโลยีของโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโทรศัพท์มือถือก็เข้ามามีบทบาทแทนที่ ความต้องการใช้โทรศัพท์สาธารณะก็ค่อย ๆ ลดลงเป็นลำดับ สุดท้ายบัตรโทรศัพท์และตู้โทรศัพท์แบบใช้บัตรที่ว่านี้ก็สลายตัวหายไปตั้งแต่ปี 2543 ยิ่งเป็นในยุคสมัยที่โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีไว้ใช้เพียงแค่โทรออกหรือรับสายเท่านั้น แต่ได้ย่อโลกของการติดต่อสื่อสารทั้งหลายแหล่เข้าไปอยู่ในนั้นกลายเป็นสมาร์ทโฟน ตู้โทรศัพท์สาธารณะแทบทั้งหมดก็กำลังทยอยหายตัวไป ไม่น่าเชื่อว่าจนถึงครึ่งแรกของปี 2559  ประเทศไทยจะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนกว่า 94.3 ล้านเลขหมาย เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มีอยู่ประมาณ 70 ล้านคน ในขณะที่ประเทศผู้นำเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนเองอย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น กลับยังคงให้ความสำคัญกับโทรศัพท์สาธารณะที่ยังจะต้องมีไว้ให้เป็นทางเลือกใช้ของประชาชน

y4957

y4952

เล่าเท้าความเกินออกไปยาวหน่อยเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำถึงบัตรโทรศัพท์กันก่อนสักนิด รวมทั้งความจำของตัวเองด้วย คนชักแก่ตัวก็ชอบเอาความหลังเก่า ๆ มาคุยถึง ดึงย้อนกลับมาที่เรื่องราวบัตรโทรศัพท์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นที่ระลึกเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ปี 2539 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จดำรงสิริราชสมบัติครบ 50 ปี หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการจัดทำสิ่งของที่ระลึกกันขึ้นหลากหลายมากมาย ซึ่งได้เคยนำเรื่องราวของธนบัตรที่ระลึกมาเล่าถึงไปแล้ว ซึ่งในปี 2539 นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการออกธนบัตรที่ระลึกถึง 3 ชนิดราคา โดยมีรูปแบบหน้าตาที่แตกต่างกันไปและออกใช้ต่างช่วงระยะเวลากัน (คลิกอ่าน ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และธนบัตรพอลิเมอร์รุ่นแรกของไทย ปี 2539)

y4569

บัตรโทรศัพท์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นที่ระลึกเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ปี 2539 นั้น ใส่บรรจุอยู่ในปกแผ่นพับกระดาษแข็งสีขาว ภาพปกด้านหน้าอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงหลั่งทักษิโณทกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 บริเวณขอบด้านซ้ายและด้านขวาของปกด้านหน้ามีรูปธงชาติไทยอยู่ทางด้านซ้าย และรูปธงชาติสวิตเซอร์แลนด์อยู่ทางด้านขวา ข้อความต่าง ๆ พิมพ์เป็น 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมัน

y4568

ปกด้านหลังแสดงภาพตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พร้อมกับคำอธิบายถึงองค์ประกอบต่าง ๆ และความหมาย รวมทั้งบอกรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดทำบัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ ในครั้งนี้ ว่ามีอยู่เพียง 3,000 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยบัตรโทรศัพท์จำนวน 3 ใบ เป็นบัตรโทรศัพท์ชนิดราคา 5 ฟรังก์สวิส จำนวน 1 ใบ และบัตรโทรศัพท์ชนิดราคา 9 ฟรังก์สวิส อีกจำนวน 2 ใบ ทำให้บัตรโทรศัพท์ชุดนี้มีอยู่รวมจำนวน 9,000 ใบ วันแรกที่ออกใช้คือวันที่ 9 มิถุนายน 2539 ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 50 ปีบริบูรณ์ โดยการจัดทำบัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ ในโอกาสนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Swiss Telecom PTT หรือ Postal Telegraph and Telephone (Switzerland) กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับบริเวณตรงกลางด้านล่างของปกด้านหลังมีตัวเลขบอกหมายเลขกำกับชุดของบัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ ดังกล่าวนี้ไว้ด้วย โดยชุดที่ได้รับมาเก็บสะสมไว้นี้เป็นชุดที่ 292 ในจำนวน 3,000 ชุด

y4567

ปกหน้าด้านในของแผ่นพับมีภาพตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พร้อมกับบอกเล่าถึงความเป็นมาของการจัดทำบัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ ครั้งนี้  โดยได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ จึงทรงอยู่ในสถานะของศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ในโอกาสที่พระองค์ท่านครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี คนไทยรวมทั้งคนอีกหลายประเทศทั่วโลกจึงได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านในโอกาสสำคัญยิ่งนี้ รวมถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งมีเหตุผลที่สำคัญเป็นพิเศษยิ่งกว่า นั่นก็คือการที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จมาประทับอยู่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และทรงเข้ารับการศึกษาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมระยะเวลายาวนานถึง 17 ปี  ในช่วงที่เจริญพระชนมพรรษา 6 – 23 พรรษา หรือช่วงตั้งแต่ปี 2476 จนถึงปี 2493 ซึ่งเป็นที่มาของสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศไทย เพื่อแสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันแนบแน่นนี้ Swiss Telecom กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น โดยความเห็นชอบของกระทรวงการต่างประเทศแห่งสมาพันธรัฐสวิส จึงได้ร่วมกันจัดทำบัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ ครั้งนี้ขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Swiss Telecom ที่มีการดำเนินการในลักษณะนี้

y4566

สำหรับปกหลังด้านในของแผ่นพับออกแบบไว้สำหรับใช้เสียบบรรจุบัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ ดังกล่าว โดยพิมพ์ภาพของบัตรโทรศัพท์ทั้ง 3 แบบเอาไว้ให้ด้วย เพื่อระบุตำแหน่งของบัตรโทรศัพท์แต่ละใบให้เห็นเด่นชัด พร้อมทั้งมีคำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับภาพในบัตรโทรศัพท์แต่ละใบ

y4565

บัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ แบบแรกด้านหน้าเป็นภาพตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พุทธศักราช 2539 และข้อความภาษาอังกฤษว่า The Golden Jubilee รวมทั้งข้อความที่บอกแสดงให้รู้ว่าเป็นบัตรโทรศัพท์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์รุ่น Special Edition ชนิดราคา 5 CHF ซึ่ง CHF เป็นอักษรย่อแทนสกุลเงิน ฟรังก์สวิส เช่นเดียวกับเงินบาทไทยที่ใช้อักษรย่อแทนว่า THB เคยสงสัยอยู่นานเหมือนกันว่าตัวอักษร CH นั้นเกี่ยวข้องกับชื่อสวิสอย่างไร จนกระทั่งมีท่านผู้รู้ช่วยทำให้กระจ่างว่า CH เป็นอักษรย่อของชื่อเต็มประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในภาษาละตินที่ใช้ว่า Confoederatio Helvetica (CH) หรือ Helvetic Confederation ในภาษาอังกฤษ ที่มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส นั่นเอง แต่ถ้าไปเจออักษรย่อบอกสกุลเงินอย่าง Fr. หรือ Sfr. เข้าก็อย่าเพิ่งงง เพราะเป็นอักษรย่อที่หมายถึงสกุลเงินฟรังก์สวิสอีกเหมือนกัน

สำหรับด้านหลังของบัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ แบบแรกนั้น มีข้อความเป็นภาษาไทยว่า “พระราชพิธีกาญจนาภิเษก” และข้อความภาษาอังกฤษว่า “The Golden Jubilee – 9 June 1996” พร้อมกับคำอธิบายถึงภาพที่อยู่ด้านหน้าบัตร พร้อมทั้งระบุว่าเป็นบัตรโทรศัพท์ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง Swiss Telecom กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น

y4564

บัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ แบบที่ 2 ด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขณะทรงสกีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 2479 ซึ่งขณะนั้นยังทรงพระเยาว์เจริญพระชนมพรรษาได้ 9 พรรษา และทรงประทับอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นบัตรโทรศัพท์ชนิดราคา 9 CHF ส่วนด้านหลังของบัตรโทรศัพท์ก็มีข้อความเหมือนกับธนบัตรแบบแรก พร้อมกับคำอธิบายถึงภาพที่อยู่ด้านหน้าบัตร

y4563

บัตรโทรศัพท์ที่ระลึกฯ แบบที่ 3 ด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และพระสังวาลปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ขณะทรงเจริญพระชนมพรรษา 66 พรรษา เมื่อปี 2536 เป็นบัตรโทรศัพท์ชนิดราคา 9 CHF ส่วนด้านหลังของบัตรโทรศัพท์ก็มีข้อความเหมือนกับธนบัตรอีก 2 แบบแรก พร้อมกับคำอธิบายถึงภาพที่อยู่ด้านหน้าบัตร

y4562

จำไม่ได้แล้วว่าเมื่อปี 2539 นั้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินระหว่างเงินบาทไทยกับสกุลเงินฟรังก์สวิสนั้นอยู่ที่เท่าไร แต่บัตรโทรศัพท์ชุด 3 ใบนี้ถ้าดูจากราคาหน้าบัตรก็รวมกันได้แค่ 23 ฟรังก์สวิส เทียบเป็นเงินบาทไทยตอนนี้ที่ 1 ฟรังก์สวิส เท่ากับประมาณ 35 บาท ก็ได้ออกมาว่าประมาณ 805 บาทไทย ซึ่งการสั่งจองเมื่อตอนปี 2539 นั้นราคาอยู่ที่ชุดละ 1,990 บาท ในช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจที่เรียกกันว่าต้มยำกุ้งไม่กี่เดือน

ได้บัตรโทรศัพท์มาแล้วก็กัดฟันฝืนทนเก็บรักษาไว้จนผ่านช่วง NPL ที่ระบาดลุกลามไปทั่วอยู่ในช่วงนั้น จนกระทั่งอยู่รอดสามารถหยิบเอามาเล่าถึงได้ในวันปีใหม่ 2560 นี้ !!!

ชัยพฤกษ์
1 มกราคม 2560