ถึงเชียงใหม่แต่ไปกินตำลาวกับปลาดุกตัวยาวที่ส้มตำอุดร

y4714

“ส้มตำ” ของกินที่ไปไหนมาไหนไม่ว่ากลาง เหนือ ใต้ ออก ตก ก็เจอคนตำขายให้กิน ขึ้นไปถึงเชียงใหม่ก็ได้เจอว่ามีอยู่หลายร้านที่ขึ้นป้ายขายบ่งบอกว่าเป็นส้มตำอุดร แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงของถิ่นที่ตำส้มตำได้ถูกปากถูกใจคนกิน ก็คงเหมือนอย่างลาบที่มีขึ้นป้ายร้านว่าลาบอุดร ลาบอุบล ลาบยโส ลาบร้อยเอ็ด กันนั่นแหละ ซึ่งถ้าไปถึงอุดรธานีก็มักจะมีมื้อหนึ่งที่ต้องแวะไปฝากท้องกับส้มตำของร้านเจ๊ไก่แถว ๆ วิทยาลัยเทคนิคอุดรฯ แต่ถ้าไปจนถึงเชียงใหม่หนึ่งในร้านส้มตำที่ถ้ามีโอกาสก็จะต้องไปแวะกินนั่นก็คือร้านที่ชื่อ “ส้มตำอุดร” ที่อยู่แถว ๆ ย่านสันติธรรม

y4713

ร้านนี้เข้าไปเปิดอยู่ในซอยที่ดูเหมือนจะลึกหน่อย แต่คนเข้าไปกินกันเยอะ ถ้าไปถึงตอนเที่ยง ๆ ไม่ค่อยจะได้เจอโต๊ะว่าง ซอยเล็ก ๆ ที่ร้านนี้ไปเปิดอยู่ชื่อว่าซอยทานตะวัน แถว ๆ ย่านสันติธรรม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่ก่อนย่านนี้จะคึกคักไปด้วยโรงแรมที่มีบริการทั้งแบบชั่วคราวและค้างคืน ถึงเดี๋ยวนี้ก็คงจะซบเซาไปบ้างตามยุคสมัย เส้นทางที่ตัวเองถนัดใช้เวลาที่จะไปกินส้มตำที่ร้านนี้ก็คือเข้าทางถนนศิริธรซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนซูเปอร์ไฮเวย์กับถนนช้างเผือก คือถ้ามาจากทางถนนซูเปอร์ไฮเวย์จากแยกข่วงสิงห์มุ่งหน้าไปแยกรินคำที่จะไปออกถนนห้วยแก้วและถนนนิมมานเหมินท์ พอเห็นปั๊มน้ำมันเอสโซ่ก็เตรียมชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าถนนศิริธร เข้าไปประมาณ 450 เมตร ก็จะเจอทางแยกเข้าถนนเวียงบัวอยู่ฝั่งขวามือ ตรงหัวมุมปากทางถนนเวียงบัวจะเห็นโรงแรมเล็ก ๆ ที่ชื่อบีเค

แต่ถ้ามาจากทางประตูช้างเผือกใช้ถนนช้างเผือกที่มุ่งหน้าจะออกไปทางแม่ริม พอผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ที่อยู่ทางขวามือ ก็ให้เตรียมมองทางซ้ายมือไว้ ก่อนถึงแยกข่วงสิงห์จะเจอถนนศิริธรอยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงถนนนี้จะมีซอยเล็ก ๆ ชื่อคล้าย ๆ กันคือซอยศิรินธรอย่าเพิ่งเลี้ยว ต้องเลยไปอีกหน่อยพอเห็นตึกแถวห้องหัวมุมที่เปิดขายก๋วยเตี๋ยวเรือย่าภาก็เลี้ยวเข้าซอยได้เลย เข้าไปประมาณ 800 เมตรก็จะเจอโรงแรมบีเคอยู่ทางซ้ายมือ ถัดจากโรงแรมก็คือถนนเวียงบัว

ถึงตรงโรงแรมบีเคนี้ก็ให้เลี้ยวเข้าถนนเวียงบัว พอเลี้ยวเข้าไปได้สักประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอโรงแรมเล็ก ๆ อีกโรงแรมหนึ่งชื่อโรงแรมเดอะเกรท ถึงตรงนี้จะเป็นทางสามแยก อย่าเลือกไปทางซ้าย แต่ให้เลี้ยวขวาเลาะแนวกำแพงโรงแรมเดอะเกรท ซอยนี้นี่แหละคือซอยที่ชื่อทานตะวัน ไปอีกประมาณสัก 150-160 เมตร ก็จะเจอร้านส้มตำอุดรอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนทางขวามือทำเป็นลานที่จอดรถ

y4712

y4711

เป็นร้านส้มตำที่ค่อนข้างใหญ่ มีโต๊ะให้เลือกนั่งเยอะและมีหลายขนาดตามจำนวนคน ไม่ชอบไปกินแบบแย่งหาโต๊ะนั่งกับใคร ก็เลยมักจะไปถึงร้านแต่เนิ่น ๆ ก่อนเที่ยงสักหลาย ๆ นาทีหน่อย ทั้งที่จอดรถและโต๊ะนั่งจะได้ยังมีว่างอยู่เยอะ ที่สำคัญคือไม่ต้องต่อคิวรอของกินนาน

y4710

เลือกโต๊ะนั่งได้แล้ว บนโต๊ะจะมีใบสั่งอาหารที่มีรายการของกินและราคาพร้อมทั้งหมายเลขโต๊ะวางไว้ให้บนโต๊ะด้วยแล้ว แยกรายการเป็น 3 ใบ ใบหนึ่งเป็นรายการส้มตำที่มีให้เลือกกินประมาณ 30 ตำ มีตำอโวคาโดด้วย ถึงฤดูกาลก็จะมีตำสตรอเบอรีอีกอย่าง ส่วนอีกใบหนึ่งเป็นรายการของกินอย่างอื่น ๆ และอีกใบหนึ่งก็เป็นรายการเครื่องดื่ม ผักสดเป็นแบบบริการตัวเองจัดเอาไว้ให้เป็นมุมเฉพาะ หยิบใส่จานมาได้ตามที่นึกอยากจะกิน

y4709

y4708

มาเร็วกว่าของกินที่สั่งไปอย่างอื่นก็มีข้าวเหนียว ปลาดุกย่าง และหมูทอดแดดเดียว ราคาของกินที่ร้านนี้ก็ตั้งราคาดูแปลกอยู่เหมือนกัน คือมักจะตั้งราคาไว้เป็นเศษ 1 บาท หรือ 6 บาท อย่างข้าวเหนียวหรือข้าวนึ่งกระติบเล็ก ๆ อย่างนี้ก็ราคา 11 บาท

y4707

y4706

ปลาดุกย่าง 90 บาท เป็นปลาดุกที่ตัวดูย๊าว..ยาว ไม่ค่อยได้เจอที่ร้านไหน ย่างไฟแห้ง ๆ แบบนี้หนังกรอบเนื้อนุ่มกลิ่นหอม ๆ

y4705

y4704

หมูทอดแดดเดียว 51 บาท เนื้อหมูติดมันเรื่อ ๆ หมักรสออกหวาน ๆ หน่อย จิ้มแจ่วเข้าหน่อยกินกับข้าวเหนียวได้เพลิน ๆ

y4703

y4702

คอหมูย่าง 80 บาท สันคอหมูหมักรสเนื้อนุ่ม ๆ ผิวมันชั้นหนังที่ดูหนาหน่อยย่างให้เคี้ยวกรุบกรอบ

y4701

y4700

ย่างรวม 80 บาท ใส่จานรวมกันมา 3 อย่าง มีคอหมูย่าง ไส้(อ่อน)หมูย่าง และแป้งนม(หมู)ย่าง เคี้ยวนุ่ม ๆ เพลิน ๆ เดี๋ยวเดียวก็หมดจาน

y4699

y4698

ลาบปลาดุก 51 บาท ปลาดุกย่างแกะเนื้อสับหยาบ ๆ คลุกเคล้ากับเครื่องลาบให้ได้รสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ เผ็ด ๆ หอมกลิ่นข้าวคั่ว

y4697

y4696

ตับหวาน 51 บาท ตับหมูนุ่ม ๆ ลวกให้พอสุกคลุกเคล้ากับน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว ต้นหอมซอย หอมแดง ใบสะระแหน่ พริกป่น และข้าวคั่ว ให้ได้รสชาติที่แซบกลมกล่อม

y4695

y4694

ส้มตำราคามาตรฐานเริ่มต้นที่ 36 บาท อย่างตำไทยรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ใส่ความเค็มและเผ็ดไว้แค่พอประมาณ กุ้งแห้งตัวโตเคี้ยวนุ่มชุ่มน้ำส้มตำ ถั่วลิสงแยกใส่วางไว้ข้างจานเผื่อคนที่ไม่ชอบก็ไม่ต้องเอาไปปนคลุกเคล้า

y4693

y4692

เพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นคอส้มตำก็เลยต้องสั่งมาเติมต่อด้วยตำปูปลาร้า 36 บาท เมื่อมะละกอสดกรอบมาเจอกับน้ำปลาร้ารสนัว ๆ กลิ่นหอม ๆ ความแซบก็บังเกิด รสชาติออกเค็ม ๆ หน่อยเพราะบวกด้วยปูดอง เติมเผ็ดลงไปด้วยพริกขี้หนูเม็ดสดพอให้ได้ซี้ดซ้าด ถั่วลิสงคั่วกองไว้ข้างจานถ้าชอบก็เกลี่ยเอามาคลุกเคล้าเวลากิน

y4691

y4690

มาถึงร้านส้มตำอุดรที่เชียงใหม่ส้มตำจานที่ไม่เคยพลาดก็คือตำลาว ที่ชื่อในรายการอาหารใช้ว่า “ลาวแต๊ ๆ ไม่ใส่น้ำตาล” จานนี้ราคา 36 บาทเท่ากับส้มตำจานก่อนหน้า ส้มตำใส่น้ำปลาร้าทำให้น้ำส้มตำมีสีเข้มกว่าตำไทย แต่ก็ยังดูอ่อนกว่าตำปูปลาร้า รสชาติเค็ม เปรี้ยว เผ็ด มีกุ้งแห้งและถั่วลิสงคั่วใส่มาในจานให้ด้วย

หลายทีก็สับสนกับการสลับถิ่นเรื่องชื่อของกิน ซึ่งก็แปลกดีที่กินส้มตำมาหลายที่ถึงขึ้นชื่อร้านว่าส้มตำอุดรแต่เข้าร้านไปแล้วก็ไม่เคยเจอว่ามีเมนู “ตำอุดร” ให้กิน จะมีก็แต่ “ตำโคราช” ยิ่งถ้าไปร้านส้มตำเจ๊ไก่ที่อุดรกลับมีเมนู “ตำเชียงใหม่” ให้สั่งกิน !!!

ชัยพฤกษ์
16 ธันวาคม 2559