อ๋อยยย..ม่ายยยไหวแว้ววว..ส้มตำ+ยำปูเจ๊อ๋อยจอยกับคอหมูทอดน้ำปลา

y4757

ทำมาหากินอยู่แถว ๆ ถนนสามเสนมานานกว่ายี่สิบปี กินอะไรอยู่กับที่บ่อย ๆ ก็จะรู้สึกเบื่อ หลายมื้อกลางวันก็เลยต้องขึ้นรถเมล์ออกไปอะไรกินที่ดูต่างที่ต่างถิ่นบ้าง แถว ๆ ศรีย่านก็เป็นจุดหมายหนึ่งที่ใช้เวลาเดินทางไม่เกินสิบนาที ใช้เวลากินอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็ยังเดินทางกลับเข้าที่ทำงานได้ทันบ่ายโมง หน้าตลาดนครไชยศรีริมถนนสามเสนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสำนักงานการไฟฟ้านครหลวงเขตสามเสนมีแผงร้านขายข้าวหน้าเป็ด ร้านขายข้าวหมกไก่กับเนื้อสะเต๊ะ และร้านขายหมูสะเต๊ะอยู่ติด ๆ กัน ไปถึงแล้วก็มักจะต้องสั่งของมากินจนครบทั้งสามร้านที่ว่านี้ ก่อนกินก็จะแวะตรงหน้าร้านขายข้าวหน้าเป็ดก่อน เพราะตรงนี้จะมีแผงร้านเจ๊อ๋อยมาตั้งขายยำปูอยู่ แวะสั่งยำปูใส่ถุงไว้ก่อน กินเสร็จก็รับกลับไปกินเป็นมื้อเย็นที่บ้าน เจ๊อ๋อยจะเปิดแผงขายตั้งแต่เช้าไปจนถึงประมาณบ่ายสอง แต่บางวันแค่เที่ยงก็หมดแล้ว ยำปูที่ว่านี้ไม่ใช่ยำปูม้าที่หากินได้อยู่หลายร้าน แต่เป็นยำปูจืดกับยำปูแป้นที่คอยำปูของเจ๊อ๋อยบอกว่าน้ำยำรสแซบเด็ดนัก

y4756

หลัง ๆ หลายปีมานี้ไม่ค่อยมีเวลาให้ได้ไปกินมื้อกลางวันที่ตลาดนครไชยศรีและร้านแถว ๆ ศรีย่านอีกเลย แต่เมื่อกลางปี 2555 ผ่านไปแถว ๆ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้เจอว่าเจ๊อ๋อยไปเปิดร้านขายอยู่แถวนั้น ชื่อร้านว่า “เจ๊อ๋อยส้มตำยำปู” แล้วไม่ได้ขายยำปูอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ขายของกินอย่างส้มตำและอาหารแนวอีสานอีกหลายอย่างด้วย ช่วง 3-4 ปีมานี้ถ้านึกอยากกินยำปูของเจ๊อ๋อยก็จะขับรถไปที่ร้านซึ่งอยู่ที่อำเภอนครชัยศรีนี้ เพราะยังมีของให้เลือกกินด้วยอีกหลายอย่าง ซึ่งโอกาสที่จะได้ไปนั้นก็จะเป็นวันหยุด ไปกินแล้วก็ไม่เคยได้ถามไถ่ว่ายังมีร้านขายยำปูอยู่ที่ศรีย่านหรือเปล่า

y4755

ร้านเจ๊อ๋อยส้มตำยำปูอยู่ที่ถนนทางหลวงหมายเลข 3094 ถนนเส้นระหว่างตลาดท่านาในตัวอำเภอนครชัยศรีที่จะมาโผล่ออกถนนเพชรเกษมแถว ๆ ห้างเทสโกโลตัสนครชัยศรีนั่นแหละ ร้านอยู่ริมถนนฝั่งขาเข้าตัวอำเภอนครชัยศรี ถ้ามาจากถนนเพชรเกษมก็เลี้ยวเข้ามาประมาณ 700 เมตร อยู่เลยจากร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อป้าอ้วนหรือร้านก๋วยเตี๋ยวท่านาไปอีกหน่อย แต่ถ้ามาจากทางตลาดท่านาก็ต้องไปเลี้ยวกลับรถที่ใต้สะพานหัวถนนก่อนออกถนนเพชรเกษมนั่นเลย

y4754

y4753

ร้านนี้เป็นร้านเปิดโล่งรับอากาศธรรมชาติ เข้าร้านไปแล้วเลือกนั่งเอาได้ทั้งแบบโต๊ะในร้านกับแบบโต๊ะในซุ้มที่แยกออกไปเป็นส่วนตัวหน่อย บนโต๊ะมีใบจดสั่งอาหารซึ่งมีชื่ออาหารพร้อมราคาวางเอาไว้ให้แล้ว

y4752

y4751

การจะสั่งกินอะไรบางทีก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยทางเศรษฐกิจและธุรกิจ ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ก็ชอบกินอะไรแบบย่อม ๆ เพื่อให้เข้ากับยุคเอสเอ็มอี แต่พอมายุคอย่างเดี๋ยวนี้ก็ต้องกินอะไรแบบก้าวกระโดดจะได้เข้ากับยุคสตาร์ทอัพ เปิดมื้ออุ่นเครื่องเบา ๆ ปากกับคอหมูย่างเนื้อนุ่ม ๆ ติดมันเรื่อ ๆ ก่อน จานนี้ 60 บาท

y4750

แจมกับน้ำจิ้มแจ่วนิด ๆ พอให้ไม่เสียอรรถรสของคอหมูที่หมักปรุงรสได้พอใจปากแล้ว

y4749

y4748

ไก่กระจาด 60 บาท ปีกไก่ครบชิ้นส่วนทั้งน่องปีก ปีกกลาง และปีกปลาย ชุบแป้งทอดให้ได้ผิวกรอบ ๆ เนื้อข้างในนุ่ม ๆ จิ้มกินกับน้ำจิ้มไก่ แกล้มด้วยหอมแดงเจียวกรอบ ๆ ที่โรยหน้ามาบนชิ้นปีกไก่ เสิร์ฟมาในกระจาดสานใบเล็ก ๆ ดูน่ารัก

y4747

y4746

ตับหวาน 60 บาท ที่ได้ความหวานสดของตับหมูลวกสุกเอาลงคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสทั้งน้ำตาล น้ำมะนาว น้ำปลา พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง และต้นหอมซอย แต่งหน้าด้วยใบสะระแหน่

y4745

y4744

ลาบปลาดุก 60 บาท เนื้อปลาดุกย่างหอม ๆ สับละเอียด คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสทั้งน้ำตาล น้ำมะนาว น้ำปลา พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง และต้นหอมซอย แต่งหน้าด้วยใบสะระแหน่ ครบรสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ เผ็ดหน่อย ๆ เสิร์ฟให้กินพร้อมกับพริกแห้ง

y4743

y4742

เครื่องลาบอีกสักจานแต่เปลี่ยนจากปลาดุกย่างเป็นปลาหมึกสด ลาบปลาหมึก 60 บาท เนื้อปลาหมึกสดหวานลวกสุกเคี้ยวนุ่ม ๆ หนึบ ๆ ปรุงด้วยเครื่องลาบให้ได้รสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ เผ็ด ๆ หอมกลิ่นข้าวคั่ว

y4741

y4740

พล่ากุ้ง 60 บาท จานนี้ไม่ได้ปรุงอย่างเครื่องลาบที่ใส่ข้าวคั่วแล้ว แต่ปรุงรสอย่างเครื่องยำแล้วมีรสชาติและกลิ่นของตะไคร้เข้ามาเติมด้วย รสชาติของลาบ พล่า และยำก็ดูจะคล้าย ๆ กัน ความเผ็ดของลาบนั้นได้จากพริกป่น แต่ของพล่าและยำได้จากพริกเม็ดสด

y4739

y4738

ของกินที่ร้านเจ๊อ๋อยส่วนใหญ่จะตั้งราคาไว้ที่ 60 บาท แต่ถ้าเป็นพวกใส่กุ้งหรือใส่พวกทะเลก็ขยับตัวขึ้นอีกหน่อยเป็น 70 บาท อย่างจานนี้กุ้งแช่น้ำปลา 70 บาท กุ้งสดเนื้อใสหวานผ่าหลังแผ่เป็นปีกผีเสื้อเติมความจี๊ดจ๊าดด้วยน้ำจิ้มราดรสเปรี้ยวแซบสะเด็ดด้วยความเผ็ดพอประมาณ เครื่องผักแกล้มมี มะระ กะหล่ำปลี และใบสะระแหน่

y4737

y4736

สั่งยำจานนี้ก็ต้องใช้เส้นกันบ้าง ยำมาม่าทะเล 70 บาท ลวกเส้นมาม่าให้นุ่มเหนียวแล้วแปลงโฉมเอาไปคลุกเคล้ากับเครื่องและน้ำยำ ความแซบของน้ำยำยั่วต่อมจี๊ดได้ดีนัก เครื่องผักเรียงหน้ากันมาทั้งมะเขือเทศ แครอท หอมหัวใหญ่ ขึ้นฉ่าย และพริกสดบุบ ส่วนเครื่องทะเลของร้านมีกุ้งสดกับปลาหมึกสด

y4735

y4734

เปลี่ยนอารมณ์จากเครื่องยำมาเป็นน้ำต้มยำที่สั่งเอามาซดเรียกเหงื่อ ต้มยำรวมมิตรทะเลน้ำใส 70 บาท เห็นสีดูใสซื่อแบบนี้แต่ซดแล้วต้องเปลี่ยนคำเป็นใสแซบ เครื่องต้มยำนั้นก็น่าจะครบเครื่อง แต่จะนัวหรือไม่นัวก็คงต้องแล้วแต่ปากแล้วแต่ใจว่าจะชอบนัวกันระดับไหน โดยส่วนตัวก็ชอบให้มีรสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดแบบกลมกล่อม ไม่ต้องถึงกับเผ็ดแซบและเปรี้ยวจี๊ด เครื่องทะเลก็มีกุ้งสดกับปลาหมึกสดเหมือนกับยำ

y4733

y4732

เหมือนจะเป็นของกินที่อยู่คู่กันกับร้านส้มตำอีกอย่างหนึ่งก็คือ ซุบหน่อไม้ ที่แทบจะเขียนชื่อกันอยู่ทั่วไปหมดแล้วว่า ซุปหน่อไม้ ต่างกันแค่ตัว บ ใบไม้ กับ ป ปลา จนหลายคนสงสัยว่าซุปอะไรถึงมีน้ำแค่ขลุกขลิกไม่มีพอให้ตักซด เพราะฉะนั้นถ้าเป็นของกินจำพวกยำแบบอีสานก็ควรจะต้องเรียกว่า “ซุบ” ทั้งอย่าง ซุบเห็ด ซุบขนุน หรือซุบบักมี่ สำหรับซุบหน่อไม้ของเจ๊อ๋อยจานนี้ตั้งชื่อเรียกว่าซุบหน่อไม้ไฮโซ 60 บาท ตัวหน่อไม้นั้นไม่ได้ขูดให้เป็นเส้นแต่หั่นใส่มาให้กินเป็นท่อนเลย เติมแต่งด้วยหมูสับ คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงและเครื่องประกอบที่มี น้ำตาล น้ำมะนาว น้ำปลา พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่

y4731

y4730

ติดปากอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องติดใจด้วยกับหน่อไม้ แต่ขอเปลี่ยนอรรถรสหน่อยมาสั่งกินในแบบที่เป็นส้มตำ สั่งตำหน่อไม้ 50 บาท แต่ขอให้ใส่เครื่องประกอบและปรุงรสชาติแบบส้มตำไทย ก็ต้องถือว่าเป็นตำหน่อไม้ที่หน้าตาดี รสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แบบส้มตำไทยกับระดับความเผ็ดแค่พริก 2 เม็ด ที่ชอบมากขึ้นอีกก็คือกุ้งแห้งตัวใหญ่แล้วใส่มาให้เยอะเคี้ยวเพลินเจริญปากดี

y4729

y4728

ถึงตำหน่อไม้จะถูกปากถูกใจ แต่กินส้มตำที่ไม่ใช่มะละกอก็เหมือนจะขาด ๆ หาย ๆ อะไรไป ด้วยความที่ชอบกินอะไรที่มีรสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ก็เลยติดชอบกินส้มตำไทยมากกว่าส้มตำปู จานใหม่นี้สั่งตำไข่เค็ม 40 บาท เป็นส้มตำไทยแต่ใส่ไข่เค็มให้ได้ความเค็มเติมลงไป ไม่รู้เหมือนกันว่าใครที่เป็นคนต้นคิดริเริ่ม แต่พอได้กินเมื่อครั้งแรกนั้นก็เออออห่อหมกเห็นดีเห็นงามว่ารสชาติกลมเกลียวไปด้วยกันกับส้มตำไทยได้ดี รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบรส แล้วยังได้เคี้ยวเพลิน ๆ มัน ๆ กับกุ้งแห้งและถั่วลิสงคั่วอีก

y4727

y4726

ร้านเจ๊อ๋อยยังมีส้มตำอีกอย่างที่ชวนลองก็คือตำหลดบัวซึ่งมีให้เลือกกินทั้งแบบที่ตำใส่กุ้งสดและแบบที่ตำใส่ปูจืด เลือกสั่งเป็นตำหลดบัวกุ้งสด 60 บาท หลดบัวหรือที่บางคนก็เรียกว่าไหลบัวเอามาทำส้มตำที่มีเครื่องประกอบแบบส้มตำไทยรวมไปถึงกุ้งแห้งและถั่วลิสงคั่ว แล้วเติมใส่กุ้งสดลวกสุกลงไปเพิ่มคุณค่าในการกินให้มากขึ้น ตัวไหลบัวนั้นมีความหวานกรอบแต่เวลากัดเคี้ยวต้องให้ขาดแบบสิ้นเยื่อไม่เหลือใยจนหมดจาน

y4725

y4724

ถึงจะไม่ชอบกินจนเป็นจริต แต่ถ้าไปถึงร้านส้มตำแล้วไม่ได้สั่งมากินก็จะดูเหมือนจะไม่ได้เป็นคอส้มตำตัวจริง สั่งตำปูปลาร้า 50 บาท มากินแก้เปรี้ยวปากอีกสักจาน จะกินตำไทยใส่ปูก็คงจะแซบเว่อร์ไม่ถึงระดับ แต่ก็ขอแค่ใส่น้ำปลาร้าต้มสุกก็พอ ไม่ต้องถึงกับใส่ปลาร้ามาเป็นตัว ๆ ปูที่เอามาใช้ใส่ส้มตำจะถูกแกะแยกออกเป็นชิ้นส่วนแล้วต้องกินดิบถึงจะได้รสชาติเต็มอารมณ์ ถ้าเอาไปต้มสุกก่อนจะเปลี่ยนไปทั้งสี กลิ่น และรส จะทำให้ขาดความสุนทรีย์ของการกินส้มตำปูปลาร้าไป

y4723

เจ๊อ๋อยนั้นมีชื่อในเรื่องของยำปูมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยำปูของเจ๊อ๋อยมีให้เลือกกินทั้งแบบที่เป็นปูแสมและปูแป้น ทั้งสองปูนี้เป็นปูทะเลน้ำกร่อยต่างพวกจากปูนาที่เป็นปูน้ำจืด ถึงปูแสมเนื้อจะดูเยอะกว่า แต่ปูแป้นก็ดูจะมีราคาแพงกว่าซึ่งอาจจะเป็นเพราะหาได้ยากไม่ทันพอให้คนกิน ก็ขนาดปูแสมว่ากันว่าร้อยละ 90 ที่กินอยู่ในบ้านเรานั้นเป็นปูที่เดินทางมาจากพม่า เวียดนาม และกัมพูชา ทั้งนั้น เจ๊อ๋อยจะซื้อปูมาดองเอง ปูแสมของเจ๊อ๋อยจะไม่เค็มจัดเพราะออกจะเป็นปูเคล้าเกลือมากกว่าที่จะดองเกลือ หรือเป็นปูแบบที่เรียกว่าปูจืด แต่ถ้าเป็นปูแป้นก็จะเอาไปดองด้วยน้ำปลา

y4722

y4721

ยำปูจืดของเจ๊อ๋อยขายอยู่จานละ 50 บาท น้ำยำมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนผสมสำคัญก็น่าจะมีน้ำปลา น้ำตาลปีบ มะนาว พริกขี้หนู และกระเทียม เวลาจะทำให้กินก็เอาลงไปคลุกเคล้ากับปูที่แกะเป็นชิ้น ๆ มะม่วงดิบ และหอมแดง จนได้รสออกมาเป็นแบบแซบกลมกล่อม

y4717

y4716

ของกินที่ต้องสั่งมากินคู่กันกับส้มตำและยำปูทุกครั้งที่ไปร้านเจ๊อ๋อย จะพลัดพรากไม่เจอหน้าเจอตากันไม่ได้นั่นก็คือ คอหมูทอดน้ำปลา จานละ 60 บาท มีความนุ่มนวลถึงใจมากกว่าหมูแดดเดียวที่เคยสั่งกินอยู่ จานนี้สั่งแล้วต้องรอสักพักถึงจะได้กิน เพราะทอดกันใหม่ ๆ ไม่มีทอดทิ้งเอาไว้

y4715

เนื้อคอหมูติดมันหน่อย ๆ ทอดขึ้นมาใหม่ ๆ กำลังร้อน ๆ กินกับน้ำจิ้มแจ่วมะขามเปียกใส่ข้าวคั่วถูกปากถูกคอกันมาก ตอนอยู่ที่ร้านก็เดินหน้าไปถึง 2-3 จาน แล้วยังต้องสั่งหิ้วกลับบ้านมากินต่ออีก

y4720

y4719

จบของคาวแล้วก็ต้องมองหาของหวานล้างปาก ที่ชอบสั่งมาทุกมื้อเวลาที่ไปร้านนี้ก็คือ เฉาก๊วยคาราเมลนมสด เป็นเฉาก๊วยที่ใส่น้ำเชื่อมคาราเมล นมสด เติมด้วยน้ำแข็งป่นละเอียด กินแล้วเย็นชุ่มฉ่ำพอให้สู้แดดร้อนตอนเที่ยงวันได้สบาย

y4718

หาของกินร้านเจ๊อ๋อยใส่ลงท้องไปปนเปกันอยู่หลายขนาน ถึงกับออกปากร้องครางว่า ..อ๋อยยย..ม่ายยยไหวแว้ววว..!!!

ชัยพฤกษ์
12 ธันวาคม 2559