ธนบัตรที่ระลึกเนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลวันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษกครบ 60 ปี พุทธศักราช 2553

y4768

หลังจากการออกธนบัตรที่ระลึกเมื่อปี 2550 โดยมีการจ่ายแลก 2 แบบคือ ธนบัตรกับปกแผ่นพับในราคาชุดละ 100 บาท กับแบบที่มีบรรจุภัณฑ์กรอบอะคริลิกด้วยในราคาชุดละ 300 บาท ไปแล้วนั้น การจัดทำและออกใช้ธนบัตรที่ระลึกก็ดูจะห่างหายไประยะหนึ่งนานประมาณ 3 ปี จนถึงปี 2553 ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้มีการจัดทำและออกใช้ธนบัตรที่ระลึกอีกครั้งหนึ่ง เป็นธนบัตรที่ระลึกเนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลวันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษกครบ 60 ปี พุทธศักราช 2553เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นับว่าเป็นการออกธนบัตรที่ระลึกในโอกาสสำคัญเป็นครั้งที่ 12 ในจำนวนที่เคยออกมาแล้วจนถึงปัจจุบันซึ่งมีอยู่ 18 ครั้ง

y4767

ธนบัตรที่ระลึกฯ ที่ออกใช้ในครั้งนี้มีชนิดราคาเดียวคือ 100 บาท ลักษณะหน้าตา สี และขนาดโดยทั่วไปของธนบัตรที่ระลึกฯ โดยเฉพาะภาพด้านหน้าธนบัตรจะเหมือนกับธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท ที่ออกใช้หมุนเวียนอยู่ในขณะนั้น จะมีก็แต่ภาพด้านหลังธนบัตรที่มีการปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องราวของพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

y4766

y4765

มาถึงตรงนี้ก็ขอเล่าย้อนไปถึงธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรที่มีการออกใช้แบ่งเป็น 2 รุ่น สักหน่อยก่อน ธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท รุ่นแรกนั้น มีการออกใช้เป็นวันแรกเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2547 ลักษณะหน้าตา สี และขนาดโดยทั่วไป ก็ดูจะใกล้เคียงเหมือน ๆ กันกับธนบัตรแบบ 14 ชนิดราคา 100 บาท ที่ออกใช้มาตั้งแต่ปี 2537 จุดสำคัญที่เห็นแตกต่างกันได้อย่างเด่นชัดก็คือในธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาทนั้นได้มีการเพิ่มแถบฟอยล์สีเงินที่ด้านหน้าธนบัตร

y4764

y4763

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการออกใช้ธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท รุ่นแรก ไปได้ประมาณ 1 ปี ก็มีการเปลี่ยนแปลง ออกใช้ธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท รุ่นสอง หรือบางทีก็เรียกกันว่า ธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท แบบปรับปรุง โดยออกใช้เป็นวันแรกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2548 โดยมีการเปลี่ยนแปลงภาพด้านหลังธนบัตร จากเดิมที่ปรากฏอยู่ในธนบัตรแบบ 14 ชนิดราคา 100 บาท และธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท รุ่นแรก ที่เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งภาพเกี่ยวกับการศึกษาของไทย ซึ่งในธนบัตรแบบ 15 ชนิดราคา 100 บาท รุ่นสอง หรือแบบปรับปรุงนี้ เป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องแบบเต็มยศทหารเรือ และภาพพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการเลิกทาส

y4762

y4761

การออกธนบัตรที่ระลึกเนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลวันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษกนี้ ได้เคยมีการออกมาก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 2543 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี แห่งวันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษก ในครั้งนั้นได้มีการออกธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 500000 บาท และ 50 บาท ซึ่งได้เคยเขียนเล่าถึงไปแล้ว

y4760

สำหรับการออกธนบัตรที่ระลึกเนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลวันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษกครบ 60 ปี พุทธศักราช 2553 นี้ มีการออกธนบัตรเพียงชนิดราคาเดียวคือชนิดราคา 100 บาท ธนบัตรที่พิมพ์ออกใช้ในโอกาสนี้มีจำนวน 9,999,999 ฉบับ ธนบัตรทุกฉบับมีเลข ๙ นำหน้าหมวดอักษรไทย ธ ในความหมายถึง พระมหากษัตริย์ และอักษรโรมัน R ซึ่งมาจากคำว่า Rex และ Regina ในภาษาละติน ในความหมายถึง พระมหากษัตริย์และพระราชินี ตามด้วยเลขหมาย จำนวน 7 หลัก เริ่มตั้งแต่ ๙ธ (R) ๐๐๐๐๐๐๑ จนถึง ๙ธ (R) ๙๙๙๙๙๙๙ ลายมือชื่อในธนบัตร นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จ่ายแลกให้แก่ประชาชนเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 กำหนดสถานที่จ่ายแลกคือที่สาขาธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทุกแห่งทั่วประเทศ

y4759

ราคาที่จ่ายแลกคือฉบับละ 100 บาท เท่ากับราคาหน้าธนบัตร โดยไม่มีการจัดทำปกแผ่นพับหรือบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่ธนบัตร ด้วยรูปลักษณะหน้าตาของธนบัตรที่คล้ายคลึงและราคาที่จ่ายแลกไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับธนบัตรชนิดราคา 100 บาท แบบ 15 ที่ออกใช้หมุนเวียนอยู่ในเวลานั้น จึงเป็นธนบัตรที่ระลึกฯ ที่มีผู้นำไปใช้หมุนเวียนเช่นเดียวกับธนบัตรหมุนเวียนทั่วไป แต่หากสังเกตพลิกดูด้านหลังธนบัตรก็จะพบเห็นความแตกต่าง โดยภาพประธานด้านหลังธนบัตรได้เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงโบกพระหัตถ์ และพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 เบื้องขวาเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงหลั่งทักษิโณทกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ตอนล่างของธนบัตรมีข้อความว่า “ราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี 28 เมษายน 2553” และ “บรมราชาภิเษกครบ 60 ปี 5 พฤษภาคม 2553”

เบื้องซ้ายมุมบนเชิญพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 พิมพ์บนธงชาติไทย เบื้องซ้ายมุมล่างเชิญพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493

y4758

จะด้วยผู้ส่งสารยังประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการออกธนบัตรฯ ได้ไม่ค่อยทั่วถึง หรือผู้รับสารมัวยุ่งอยู่กับการทำมาหากินจนไม่ได้ติดตามรับฟังข่าวสารก็แล้วแต่ จำได้ว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ในช่วงแรก ๆ ของการออกใช้ธนบัตรที่ระลึกฯ ครั้งนี้นั้น เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ได้ออกไปตระเวนทำงานแถว ๆ ตลาดต่างจังหวัด พอดีได้ไปเจอว่ามีผู้ค้าที่ได้รับธนบัตรที่ระลึกฯ นี้จากลูกค้าที่นำมาใช้ชำระค่าสินค้า ตอนที่รับธนบัตรมาก็ยังไม่ทันได้ดูอะไร แต่เมื่อพลิกไปพลิกมาแล้วเห็นภาพด้านหลังธนบัตรที่มีความแตกต่างไม่เหมือนกับธนบัตรที่เคยใช้หมุนเวียนอยู่ ถึงกับตกอกตกใจพูดกันปากต่อปากในหมู่ผู้ค้าว่ามีคนนำธนบัตรปลอมมาใช้ ด้วยความที่ได้ไปยืนต่อคิวรอแลกธนบัตรที่ระลึกฯ นี้มาเก็บไว้ตั้งแต่วันที่เริ่มจ่ายแลกเป็นวันแรก พอจะรู้อยู่บ้างว่าอะไรเป็นอะไร ก็เลยถือโอกาสช่วยเฉลยชี้แจงให้ผู้ค้าที่ตลาดนั้นได้รู้ว่าเป็นธนบัตรที่ระลึกฯ ซึ่งเป็นธนบัตรที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายของจริงเช่นเดียวกัน

การรู้จักดูธนบัตรที่ได้รับมานั้นก็ดีแล้ว แต่ก็ควรจะดูเสียตั้งแต่ตอนที่รับมาจากมือของผู้ที่นำมาใช้ เพราะหากว่าเป็นธนบัตรปลอมก็จะได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองคว้าตัวเอาไว้ ส่วนใหญ่มักจะมาดูเอาภายหลังหรือเมื่อนั่งนับเงินที่ขายได้ตอนสิ้นวัน

กว่าจะรู้ว่าได้ธนบัตรปลอม..คนเอามาใช้ก็ลอยนวลเข้ากลีบเมฆไปแล้ว

ชัยพฤกษ์
10 ธันวาคม 2559