โคโรฟิลด์กับกะหรี่มันม่วงหมูทงคัตซึและเมลอนลูกละ 2,888 บาท

y4890

“โคโรฟิลด์” ชื่อที่ฟังดูแล้วออกจะเฉียดใกล้หรือไม่ก็เข้าใจไปถึงคำว่า คลอโรฟิลล์ นั่นเลย ยิ่งรู้ว่าเป็นชื่อของฟาร์มปลูกพืชผักก็ต้องนึกไปถึงสีเขียว ๆ ของพืช ถ้ายังไม่คุ้นปากก็ยังหลุดเรียกเป็นคลอโรฟิลล์อยู่บ่อย ๆ ไม่อยากเรียกผิดก็ต้องคอยนึกถึงชื่อภาษาอังกฤษ CORO FIELD เอาไว้ก่อน พืชหลัก ๆ ที่ออกหน้าออกตาของที่นี่ก็น่าจะเป็นเมลอนสายพันธุ์ญี่ปุ่น แล้วก็มีพืชผักการเกษตรอื่น ๆ อย่าง มันเทศ มะเขือเทศ เลมอน และผักสลัด เปิดตัวสถานที่เป็นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างเป็นทางการก็น่าจะเป็นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว (2558) เดี๋ยวนี้คนไปเที่ยวสวนผึ้งก็ชอบที่จะไปแวะกัน อย่างน้อย ๆ ก็จอดรถลงไปชม แชะ แล้วก็จิ้มชิม แวะแบบนี้ไม่ต้องเสียเงินอะไร แต่ถ้าจะเข้าไปกิน ช้อป หรือร่วมทำกิจกรรมที่เขาจัดไว้ก็คงจะต้องจ่ายเงินบ้าง สำหรับส่วนตัวคนเขียนนั้นผ่านไปแถวนั้นก็ถนัดแต่แวะเข้าไปเสียเงินกิน

y4889

โคโรฟิลด์อยู่ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3087 หรือถนนราชบุรี-ผาปก จากแยกชัฏป่าหวายไปตามถนนที่จะเข้าสวนผึ้ง  ประมาณ 750 เมตรก็จะเจอโรงพยาบาลสวนผึ้งอยู่ทางซ้ายมือ เลยจากโรงพยาบาลไปอีกประมาณไม่ถึง 2 กม. ก็จะถึงโคโรฟิลด์อยู่ทางซ้ายมือ มีที่จอดรถทั้งที่อยู่ติดถนน ขับเลยไปจนสุดก็จะมีทางเลี้ยวเข้าลานจอดรถอีก จอดรถแล้วเดินเข้าไปก็จะได้เจอเจ้าตุ๊กตาคนสวน “โคโรโร่คุง” คอยยืนต้อนรับอยู่ ซึ่งชื่อนี้ฟังแล้วก็จำมาเรียกสับสนกับชื่อเคโรโระคุง ในการ์ตูนเรื่องเคโรโระ ขบวนการอ๊บอ๊บป่วนโลก อยู่บ่อย ๆ

y4888

y4887

ไปถึงเร็วไปหน่อยยังไม่ได้เวลาเหมาะจะกิน ดูโต๊ะนั่งในห้องอาหารโคโรคาเฟ่แล้วยังมีว่างอยู่เยอะ หาเรื่องออกไปเดินเล่นท้าแดดใกล้เที่ยงสักพักก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาก็น่าจะยังพอมีโต๊ะเหลือว่าง เลือกเดินดูแปลงปลูกผักสลัด

y4886

y4885

แล้วก็ไปดูแปลงปลูกมะเขือเทศ อยากเข้ามาเดินดูและถ่ายรูปเขาไม่เก็บเงินอะไร แต่ถ้าอยากทำกิจกรรมปลูกผักสลัดและเก็บมะเขือเทศ เหมือนว่าจะเสียเงินคนละ 180 บาทมั้ง ไม่ค่อยได้จำละเอียดเพราะยังไม่เคยเสียเงินทำกิจกรรมแบบที่ว่า แต่ได้ยินว่าเสียเงินแล้วเก็บมะเขือเทศได้เขาก็ให้เอากลับไปได้เลย

y4884

y4883

เดินต่อไปจนถึงโซนที่เรียกว่า CORO ME เป็นโซนที่จัดเอาไว้ให้ทำกิจกรรมออกแบบและตกแต่งต้นไม้ใส่ขวดหรือกระถางเล็ก ๆ เอากลับไปเป็นของฝากหรือเก็บเอาไว้เลี้ยงดูต่อเอง โซนนี้เข้าฟรีแต่ถ้าจะทำกิจกรรมก็คงต้องเสียเงินซื้อต้นไม้อย่างพวกทอยแคคตัสเอา ยิ่งถ้าเป็นพวกบอนไซราคาก็แพงกว่าหน่อย สวนขวดที่จะใช้จัดมีให้เลือกอยู่หลายแบบซึ่งราคาก็หนักเบาแตกต่างกันไป สุดโซนนี้แล้วก็ไม่ได้เดินต่อไปไหนอีก ไปสวนผึ้งช่วงนี้กลางวันยังร้อนดุ นึกผิดว่าจะได้เจอลมหนาวพัดกระแซะผิวบ้าง

y4882

โคโรฟิลด์ยังอยู่ในช่วงของการเปิดให้บริการแค่เฟสแรก อีกหน่อยก็คงจะมีที่ให้เดินและให้ดูเยอะขึ้นกว่าตอนนี้ ยังมีโรงเรือนปิดที่ใช้ปลูกเมลอนให้ดูด้วย แต่อากาศร้อน ๆ อย่างนี้เข้าห้องแอร์ที่โคโรคาเฟ่ดูจะเหมาะสุด อาหารและเครื่องดื่มหลายรายการก็มีส่วนประกอบจากพืชผักที่ปลูกอยู่ที่นี่ ซึ่งได้ยินว่า“สดและปลอดสารพิษ” ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มื้อนี้ผ่านมาแล้วเลือกแวะกินมื้อกลางวันที่นี่ กินแบบเฮ้วตี้ตามใจปากมาเยอะแล้ว สับเปลี่ยนมากินอาหารแบบเฮ้ลท์ตี้บ้างก็คงจะดี

y4881

y4880

เหลือบตามองดูขนมที่วางอยู่ในตู้ซึ่งน่าจะมีอยู่สักสี่-ห้าอย่าง ให้ความสนใจกับขนมแบบอังกฤษก้อนกลม ๆ ที่มีชื่อว่า สโคน สคอน หรือสกอน ก็แล้วแต่จะออกเสียงเรียกกันไป เนื้อเหมือนเค้กปนกับขนมปังที่กินแล้วกรอบนอกนุ่มใน ในเนื้อขนมเหมือนจะเห็นชิ้นของมะเขือเทศอบแห้งแทรกอยู่ สโคนของที่นี่ดูเหมือนจะเสิร์ฟให้กินกับเมลอนแยม ยังไม่เคยกินของเขาหรอก ได้แต่แอบดูคนอื่นสั่งมากิน ราคาชิ้นนึงน่าจะสัก 145 บาทประมาณนี้แหละ

y4879

y4878

หรืออย่างขนม Choux หรือ ชูว์ ก็เป็นชูว์ไส้ครีมข้าวโพดหวาน เค้กที่ใส่อยู่ในกระถางเล็ก ๆ ก็เป็นเค้กแครอท ทั้งสองอย่างนี้ถ้าจำมาไม่ผิดก็น่าจะชิ้นละ 120 บาท นึกไปถึงก๋วยเตี๋ยว 3 ชามในราคาเดียวกัน ก็เลยยังไม่ได้สั่งมาลองกิน

y4877

ดูขนมแล้วก็กลืนน้ำลายเอื๊อก คงจะกลืนมากไปหน่อยแอบมโนนึกว่าขนมน่าจะฝืดคอ ก็เลยสั่งน้ำเปล่ามากินรองท้องเอาไว้ก่อนขวดนึง อีกขวดสั่งเตรียมไว้กินกลั้วคอกับอาหารมื้อกลางวัน น้ำดื่มขวดที่นี่ใช้น้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ขวดขนาดครึ่งลิตรราคา 15 บาท ของกินที่นี่ราคาเน็ทแล้ว ไม่มีบวกแวตและเซอร์วิสชาร์จเพิ่มอีก

y4876

y4875

กินอะไรเดี๋ยวนี้ชักจะเชื่อประโยคสำนวน “You are what you eat.” มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ถ้าเชื่อว่า “กินอะไรก็จะเป็นอย่างนั้น” มาตั้งแต่แรก ทุกวันนี้ก็คงจะไม่ต้องมีวาระแวะเวียนไปรบกวนคุณหมออยู่ทุก ๆ สองเดือน เลือกสั่งมากินเป็นเมนูเปิดมื้อ มิกซ์สลัดเสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศเชอรี่ฮอลแลนด์ 150 บาท ได้กินผักออร์แกนิกที่ใส่มาในชามใบโตทั้งกรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก กรีนซาลาโนวา เรดซาลาโนวา หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศเชอรี่สายพันธุ์ฮอลแลนด์ที่มีทั้งลูกสีแดงและสีเหลืองเนื้อเนียนรสเปรี้ยวอมหวาน ราดด้วยน้ำสลัดใส ๆ รสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ

y4874

y4873

กินตามที่คุณหมอแนะนำเพื่อสุขภาพไปแล้ว คราวนี้ก็เริ่มกินตามใจปากตัวเองบ้าง เขยิบชั้นจากผักล้วน ๆ มาเป็นเนื้อสัตว์ที่เสิร์ฟพร้อมกับผักสลัดอย่าง ไก่คาราเกะซอสสไปซี่เสิร์ฟพร้อมมิกซ์สลัด 160 บาท ไก่คาราเกะหรือที่บางคนก็ออกเสียงเรียกว่าไก่คาราอาเกะก็เป็นเนื้อไก่หมักที่เอาไปคลุกแป้งแล้วทอดในน้ำมันในกรอบนอกนุ่มเนื้อในแบบญี่ปุ่น เป็นอะไรที่เข้าร้านอาหารแล้วก็กินได้เรื่อย ๆ แต่ถ้านอนอยู่บ้านก็จะออกไปซื้อไก่ทอดในกระทะใบเบ้อเริ่มที่ตลาดข้างบ้านมากินในราคาที่ย่อมลงมากว่ากันเยอะ ไก่ทอดคาราเกะบีบเติมรสชาติให้ความเปรี้ยวจากเลมอนกินกับน้ำจิ้มซอสรสหวานนิด ๆ เผ็ดหน่อย ๆ ตามด้วยผักสลัดและมะเขือเทศเชอรี่

y4872

y4871

เมนูแนะนำของร้านอย่าง  มันม่วงเบอร์เกอร์โฮมเมดไก่เทอริยากิ 220 บาท เดี๋ยวนี้ไปสั่งกินเบอร์เกอร์ก็เจอขึ้นป้ายโฮมเมดไว้กันแทบทั้งนั้น จนนึกแยกแยะทั้งหน้าตาและรสชาติไม่ออกแล้วว่าแบบโฮมเมดกับไม่โฮมเมดนั้นต่างกันมากน้อยแค่ไหน เบอร์เกอร์เป็นอาหารที่ไม่ค่อยได้สั่งกินบ่อยนัก ด้วยความที่เป็นของกินชิ้นโต จับยกกัดเข้าไปคำแรกไส้ก็ทะลักผักก็เลอะรุ่ย เปลี่ยนเอามีดมาหั่นชิ้นส่วนก็หลุดกระจุยกระจายสำหรับ เบอร์เกอร์มื้อนี้เลือกกินชิ้นเนื้อสัตว์ที่เป็นไก่เทอริยากิ เนื้อไก่หมักย่างกระทะให้สุกหอมร้อน ๆ มีหนังไก่ติดเนื้อมาด้วยยิ่งหอมอร่อย เสิร์ฟให้กินพร้อมกับมันม่วงญี่ปุ่นและซอสทาร์ทาร์

y4870

y4869

เปลี่ยนอารมณ์มากินเมนูข้าวดูบ้าง ข้าวกล้องหมูชาชูกระเทียม 185 บาท หมูหมักตุ๋นแบบญี่ปุ่นที่ส่วนใหญ่จะใช้หมูติดมันเพื่อให้ได้เนื้อนุ่ม ๆ ฝานให้เป็นชิ้นบาง ๆ โปะวางมาบนข้าวกล้องสวย ดูไปก็คล้าย ๆ กับกินข้าวหมูแดงอยู่เหมือนกัน รสชาติของหมูชาชูจะออกเค็ม ๆ ปะแล่มหวานนิด ๆ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวและต้นอ่อนทานตะวันสด

y4868

y4867

ตามด้วยข้าวอีกสักจาน ข้าวแกงกะหรี่มันม่วงหมูทงคัตซึ 195 บาท เมนูคล้าย ๆ กันแบบนี้เคยซื้อกินแบบพร้อมอุ่นในร้านเซเว่นฯ 45 บาท แต่มากินที่นี่ได้ทั้งข้าวและกับข้าวเยอะมาก แกงกะหรี่ญี่ปุ่น ที่น่าจะออกเสียงเรียกว่า คะเระ คล้ายคำภาษาอังกฤษว่า curry อยู่เหมือนกัน น้ำแกงเคี่ยวจะออกข้น ๆ คล้ายไปทางน้ำสตูว์แบบฝรั่งอยู่เหมือนกัน แล้วดูไม่ค่อยจะเหมือนกันเสียทีเดียวกับแกงกะหรี่แบบจีน ยิ่งถ้าเป็นแกงกะหรี่แบบอินเดียก็จะหอมกลิ่นเครื่องเทศมาซาลา ในน้ำแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นที่ว่านี้มีชิ้นมันม่วงกับแครอทใส่มาด้วย ราดไว้ส่วนข้างครึ่งหนึ่งของจาน อีกครึ่งหนึ่งใส่ข้าวกล้องสวยมาให้ บนหน้าข้าววางด้วยชิ้นหมูทงคัตซึชิ้นใหญ่ เนื้อหมูนุ่ม ๆ หมักรสชุบแป้งเหลวผสมไข่แล้วเพิ่มความหนาอีกชั้นด้วยเกล็ดขนมปัง จากนั้นก็เอาลงไปทอดในน้ำมันให้กรอบนอกนุ่มเนื้อใน กินเปล่า ๆ ก็ถูกใจ กินพร้อมกับข้าวคลุกน้ำแกงกะหรี่ก็ถูกปาก แต่ดูเหมือนจะเยอะไปหน่อย ลดปริมาณแล้วลดราคาลงอีกหน่อยก็น่าจะกำลังเหมาะเจาะ

y4866

กินของคาว ๆ แล้วก็นึกอยากได้น้ำหวาน ๆ เย็น ๆ มาคลอเคล้าปากบ้าง มาโคโรฟิลด์ของกินที่ดูจะขึ้นหน้าขึ้นตามากกว่าอย่างอื่นก็น่าจะเป็นเมลอนนี่แหละ เดี๋ยวนี้ที่เมืองไทยบ้านเรามีปลูกเมลอนสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่นกันเยอะ ชื่อเรียกก็เห็นมีแตกต่างกันไป อย่างที่โคโรฟิลด์เอามาทำน้ำและขนมขาย ก็เหมือนจะเป็นพันธุ์เปลือกสีทองเนื้อสีเขียวที่ตั้งชื่อเรียกว่า “โทมิเมลอน” ไม่ค่อยได้เห็นเมลอนชื่อนี้ที่ฟาร์มอื่น ได้ยินว่าเป็นเมลอนสายพันธุ์จากฮอกไกโดนั่นเลย

y4865

เห็นเมลอนที่ปอกหั่นเป็นชิ้นเอาไว้ใช้งานแล้ว ก็เลยเลือกสั่งน้ำปั่นอย่างเฟรชโทมิเมลอน 95 บาท เป็นอะไรที่หวาน ๆ เย็น ๆ ชื่นใจดีเหมือนกัน มีเนื้อโทมิเมลอนลูกกลม ๆ ใส่มาในแก้วให้ด้วย

y4864

ของหวานอย่างไอศกรีมเมลอนโยเกิร์ต 85 บาท มีโทมิเมลอนชิ้นเล็ก ๆ เสียบใส่มาด้วย 2 ชิ้น เป็นไอศกรีมที่ได้ความหอมหวานของเมลอนปนความเปรี้ยวนุ่มของโยเกิร์ต อยู่กรุงเทพฯ ก็เคยได้กินไอศกรีมชื่อแบบเดียวกันนี้แล้วจัดลงถ้วยหน้าตาก็คล้าย ๆ กันแบบนี้ที่ร้านเมลอนสตอรี่ ของกินในร้านที่ว่านี้ก็เน้นใช้วัตถุดิบหลักจากเมลอนญี่ปุ่นเหมือนกัน

y4863

ชุดใหญ่จัดเต็มขึ้นมาอีกหน่อย โคโรเมลอนทาวเวอร์ 295 บาท ราคาสูงตามปริมาณของโทมิเมลอนที่เอามาใช้ซึ่งน่าจะเยอะถึงครึ่งลูกถ้ารวมเอาเนื้อเมลอนก้อนกลม ๆ เข้าไปด้วยแล้ว ตัวยอดทาวเวอร์สูง ๆ สีเขียว ๆ เป็นไอศกรีมเมลอนโยเกิร์ต

y4862

y4861

พอจะได้อิ่มทั้งของคาวและของหวานแล้ว ยังขาดอยู่ก็แต่ผลไม้ซึ่งก็คงต้องเป็นเมลอนอีก เลือกที่จะยังไม่ได้สั่งเมลอนกินในโคโรคาเฟ่ ตั้งใจจะเดินออกไปหาดูเมลอนแบบเป็นลูกที่ขายอยู่ในโคโรมาร์เก็ตซึ่งเปิดอยู่ข้าง ๆ กัน เผื่อเจอว่ามีเมลอนที่ลูกดูสวยต้องตาแล้วราคาถูกใจก็ว่าจะซื้อติดมือกลับไปกินที่บ้านและเอาไปเป็นของฝาก ที่โคโรมาร์เก็ตนี้มีของขายอยู่หลายอย่างทั้งของสด ของแปรรูป และของที่ระลึก

y4860

เดินดูโต๊ะที่จัดไว้ให้ชมและช้อปแล้ว ก็เดินต่อไปที่โต๊ะที่จัดไว้ให้สำหรับชิม บางอย่างก็ดูจะพร่องไปจนเกือบหมด ได้แต่ดู ๆ แล้วก็ยังไม่นึกอยากจะชิมอะไร อาจจะเป็นยังอิ่มมื้อกลางวันที่เพิ่งจะจบไปอยู่

y4859

y4858

เห็นมีผักสลัดสด ๆ ใส่กระถางวางเอาไว้ด้วย ไม่แน่ใจว่าจะขายกันแบบยกกระถางไปเลยหรือเปล่า

y4857

y4856

สองภาพนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับโคโรฟิลด์ แต่พอดีเพิ่งจะฝากเพื่อนที่ทำงานซื้อผักสลัดจากคนข้างบ้านที่ปลูกขาย ผักสลัดที่ปลูกใส่กระถางเล็ก ๆ แบบที่เห็นในภาพนี้ชั่งกิโลขายแค่กิโลละ 90 บาท จ่ายเงินไปไม่เต็มร้อยได้กินผักสลัดสด ๆ กันยกถุงใหญ่

y4855

y4854

มุมพืชผักมีเลมอนลูกสีเหลืองอร่ามวางขายอยู่ด้วย ยังติดชอบรสชาติที่จี๊ดจ๊าดของมะนาวแป้นไทยลูกสีเขียว ๆ มากกว่าเลมอนที่ยังรู้สึกว่าเปรี้ยวแบบจืด ๆ จะเป็นแป้นรำไพหรือแป้นพวงก็ต้องหาติดครัวที่บ้านเอาไว้ตลอด

y4853

y4852

มะเขือเทศสายพันธุ์ฮอลแลนด์ มาร์เบิลเรดสีแดงกลมกับโกลเด้นพลัมสีเหลืองเรียว ได้ยินว่าปลูกเลี้ยงด้วยน้ำแร่เพื่อให้ได้รสชาติที่หวานหอม หาซื้อมะเขือเทศมากินอยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน เผื่อว่าหน้าจะกลับมาใสปิ๊งตอนอายุเท่านี้ ไม่รู้ว่าจะคิดหวังมากไปหรือเปล่า

y4851

y4850

มันเทศที่วางขายอยู่ก็น่าจะมีอยู่ด้วยกันหลายสี มันเทศของที่นี่เป็นมันเทศออร์แกนิก หลัง ๆ มาชักจะชอบกินมันสีม่วงอยู่เหมือนกัน ก็มีคนมากระซิบบอกว่ากินมันเทศแล้วช่วยลดน้ำหนักตัวได้ แต่กินมาพักใหญ่ ๆ แล้วก็ยังชั่งน้ำหนักดูไม่เห็นลดลงเท่าไร กินของกินอื่นแต่ละมื้อก็อย่างแค่เท่าที่เล่า ๆ มานี่เอง

y4849

y4848

เขียนไปเขียนมาก็ชักงง ๆ กับตัวเองอยู่เหมือนกันกับการพิมพ์คำว่า “เมลอน” และ “เลมอน” หวังว่าจะไม่ได้พิมพ์ชื่อเรียกสับสนกัน มาโคโรฟิลด์คราวนี้เจอเมลอนที่วางขายเป็นลูกอยู่แต่แบบเปลือกสีเหลืองผิวตาข่าย เนื้อข้างในก็น่าจะเป็นสีเขียวซึ่งเป็นลักษณะของโทมิเมลอน คราวก่อนหน้ายังได้เห็นเมลอนแบบผิวตาข่ายเปลือกสีเขียวเนื้อสีส้มที่เรียกว่าโยชิเมลอนวางขายอยู่ด้วย เมลอนลูกสีเหลืองเนื้อเขียวของที่นี่ราคาจะสูงกว่าลูกสีเขียวเนื้อส้ม ราคาขายต่อลูกเป็นไปตามน้ำหนัก

y4847

y4846

เมลอนที่วางขายอยู่แต่ละลูกดูเหมือนจะถูกคัดให้มีน้ำหนัก 2 กิโลกรัมขึ้น ใหญ่หน่อยก็อาจถึง 4 กิโลนั่นเลย ราคาเมลอนลูกหนึ่งคิดดูแล้วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทขึ้น ก็ต้องถือว่าไม่ห่างอะไรกันกับเมลอนสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่ปลูกแบบออร์แกนิกในระดับคุณภาพเดียวกันที่ขายกันอยู่ทั่วไปทุกวันนี้ ส่วนจะซื้อกินหรือซื้อฝากหรือเปล่าก็คงจะต้องไปคิดกันอีกที ยังนึกขำ ๆ ที่เมื่อหลายวันก่อนไปซื้อส้มโอแถว ๆ แหล่งขาย คนขายแนะนำส้มโอลูกโต ๆ สวย ๆ สด ๆ ว่าให้ซื้อเอาไปเป็นของฝากให้คนอื่น แล้วชี้ส้มโอลูกเล็กกว่าแต่ดูสุกหน่อยว่าแบบนี้หวานดีราคาก็ย่อมกว่ากันเยอะให้ซื้อเอาไปกินเอง ได้แต่นึกอยู่ในใจว่าเงินก็เงินเรา ทำไมของแพงที่ว่าดีต้องซื้อเอาไปให้คนอื่น ส่วนจะกินเองกลับซื้อของที่มีคุณภาพรองลงมาหน่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่น ๆ จะคิดกันแบบไหน สำหรับเมลอนนั้นส่วนตัวแล้วก็เป็นอะไรที่กินได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับหลงใหลได้ปลื้ม ก็เลยไม่ค่อยได้ทุ่มทุนซื้อกินสักเท่าไร เห็นบุฟเฟ่ต์ห้องอาหารตามโรงแรมเอาไปหั่นชิ้นแล้วห่อด้วยปาร์มาแฮมรสเค็ม ๆ เป็นของกินเรียกน้ำย่อย กินแล้วก็รู้สึกว่ารสชาติไปด้วยกันได้ดี

y4845

นอกจากเมลอนที่มีวางขายให้เห็นแล้ว ยังมีป้ายประกาศเปิดให้สั่งจองกันทาง Line เป็นเมลอนที่บอกว่าสายพันธุ์พิเศษจากชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เรียกชื่อว่า Shizuoka Musk Melon ซึ่งจะมีเพียงแค่ 888 ลูก ราคาลูกละ 2,888 บาท เสียดายที่ไม่มีของจริงวางไว้ให้ดูเป็นบุญตาสักหน่อย แล้วในวันที่ 3 ธันวาคม 2559 ที่กำลังจะถึงนี้ก็จะมีกิจกรรมจัดประมูลเมลอนสายพันธุ์ที่ว่านี้ด้วย เห็นว่าคนชนะประมูลจะได้ไปตัดเมลอนจากต้นด้วยตัวเองเลย ไม่รู้ว่าบรรยากาศจะคล้าย ๆ กับที่ซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นหรือเปล่า ซึ่งที่นั่นจัดเป็นกิจกรรมประมูลเมลอนแบบประจำปีไปแล้ว สำหรับเมลอนของจังหวัดชิซึโอกะนี้พอจะเคยได้ยินชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน ช่วงต้น ๆ เดือนธันวาคมปีที่แล้วเห็นมีการนำเข้ามาจากญี่ปุ่น ไปเจอวางขายอยู่ที่ฟู้ดฮอลล์ในห้างเซ็นทรัล แวะดูแล้วถามราคาถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะขายอยู่ลูกละ 2,990 บาท ถึงจะได้รับการบอกเล่าว่าเนื้อหอมหวานฉ่ำชุ่มนุ่มลิ้นพรีเมี่ยมแค่ไหน ก็ยังไม่ได้เริ่มต้นคิดซื้อเอาไปลองกิน

y4844

เหมือนอย่างมื้อนี้คิดถึงเงินในกระเป๋าแล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้อเมลอนแบบยกลูกมากินอีกตามเคย แต่หันตัวเดินกลับเข้าโคโรคาเฟ่สั่งเมลอนสดแบบแบ่งชิ้นมากินแทน

y4843

โทมิเมลอนสองชิ้นในราคาร้อยเดียวก็พอแก้หายอยากได้แล้ว

ชัยพฤกษ์
1 ธันวาคม 2559