ธนบัตรที่ระลึกเนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลวันราชาภิเษกสมรสและวันบรมราชาภิเษก ครบ 50 ปี (ปี 2543)

y4920

ปี 2543 เป็นปีมหามงคลอีกปีหนึ่งเนื่องในอภิลักขิตสมัยครบ 50 ปีแห่งวันราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 และยังเป็นอภิลักขิตสมัยครบ 50 ปีแห่งวันบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ในโอกาสสำคัญยิ่งแห่งการครบรอบ 50 ปีของทั้ง 2 พระราชพิธีดังกล่าวนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ออกใช้ธนบัตรที่ระลึกจำนวน 2 ชนิดราคาด้วยกัน คือชนิดราคา 500000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นธนบัตรที่มีราคาหน้าธนบัตรสูงที่สุดนับตั้งแต่ประเทศไทยได้มีธนบัตรออกใช้มาเมื่อปี 2445 จนกระทั่งถึงปัจจุบันปี 2559 นี้ และอีกชนิดราคาหนึ่งก็คือชนิดราคา 50 บาท

y4919

ธนบัตรที่ระลึกฯ ชนิดราคา 500000 บาท นั้น บอกตรง ๆ กันไปเลยว่าไม่มีความสามารถทางรายได้พอที่จะแลกมาเก็บเอาไว้ แต่ที่พอจะได้เห็นเป็นบุญตาบ้างครั้งแรกก็ตอนที่ไปดูธนบัตรฯ ฉบับตัวอย่างที่จัดแสดงไว้อยู่ในพิพิธภัณฑ์เงินตราที่ตึกวังบางขุนพรหม ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วไปได้เห็นอีกทีก็ตอนที่มีการนำไปจัดแสดงในงานมหกรรมการเงิน หรือ Money Expo ครั้งที่ 15 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว (2558) งานหลังนี้ได้ยินว่ามีธนบัตรที่ระลึกฯ 500000 บาท จัดให้คนที่สนใจได้จองแลกด้วย เข้าใจว่าก็น่าจะมีผู้สนใจมากโขอยู่ ส่วนคนที่จองแลกนั้นดูเหมือนจะเห็นเป็นข่าวว่ามีอยู่สัก 41 ฉบับ

ธนบัตรที่ระลึกเนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลวันราชาภิเษกสมรสและวันบรมราชาภิเษก ครบ 50 ปี ทั้งชนิดราคา 500000 บาท และ 50 บาทนี้ เปิดจ่ายแลกให้แก่ประชาชนเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 พอจะจำความได้ว่าธนบัตรชนิดราคา 500000 บาทนั้น เปิดให้แลกค่าในราคาฉบับละ 1,000,000 บาท  โดยรายได้ส่วนต่างจากการจ่ายแลกธนบัตรทั้งหมดก็เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งการแลกนั้นหากอยากจะได้มีธนบัตรเก็บสะสมไว้ให้ดูครบถ้วนสมบูรณ์ ก็ควรจะต้องแลกแบบเป็นคู่ เพราะธนบัตรชนิดราคา 500000 ที่พิมพ์ออกใช้ครั้งนี้ ไม่ได้ใช้หมวดเลขและอักษรกำกับหมายเลขเหมือนอย่างในธนบัตรทั่วไป แต่ได้พิมพ์แยกธนบัตรออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเป็นชุดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีตราอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. นำหมายเลขในธนบัตรทั้งเลขไทยและเลขอารบิก พิมพ์ออกใช้จำนวน 999 ฉบับ ชุดที่สองเป็นชุดสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีตราอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. นำหมายเลขในธนบัตร พิมพ์ออกใช้จำนวน 999 ฉบับเช่นเดียวกัน ถ้าอยากได้เก็บไว้คู่กันก็ต้องเตรียมเงินไว้สองล้านบาท ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เห็นมีข่าวทางสื่อมวลชนว่าธนบัตรชนิดราคา 500000 บาทที่ว่านี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังมีเหลือให้แลกได้อยู่ ผ่านมาถึง 16 ปีแล้ว ไม่รู้ว่าจากที่พิมพ์ออกใช้ทั้งหมด 1,998 ฉบับ ตอนนี้ยังเหลืออยู่อีกกี่ฉบับกัน

y4918

สำหรับคนกินเงินเดือนน้อย ๆ แบบมีให้ใช้แค่พอได้ชนถึงปลายเดือน อยากจะแลกธนบัตรที่ระลึกฯ เก็บไว้บ้าง ก็คงต้องแลกแบบชนิดราคา 50 บาท ซึ่งตอนที่เปิดจ่ายแลกตอนปี 2543 นั้น ได้จ่ายแลกธนบัตรรวมพร้อมกับปกแผ่นพับซึ่งใช้บรรจุใส่ธนบัตรในราคา 200 บาท ขนาดจ่ายแลกในราคาแค่นี้ ตอนนั้นถึงอยากจะแลกไว้หลาย ๆ ชุดก็ยังต้องคิดแล้วคิดอีก ก็มูลค่าหน้าธนบัตรแค่ 50 บาท แต่จ่ายแลกในราคา 200 บาท สุดท้ายก็เลยแลกอยู่แค่พอแบ่งปันให้คนใกล้ตัวเก็บไว้เป็นที่ระลึก

y4917

ธนบัตรที่ระลึกฯ ทั้งชนิดราคา 500000 บาท และ 50 บาท มีขนาดเท่ากันคือยาว 20.5 เซนติเมตร และกว้าง 12.6 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดเดียวกันกับธนบัตรที่ออกใช้ครั้งแรกของบ้านเราเมื่อปี 2445 และเป็นธนบัตรที่มีขนาดใหญ่กว่าธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนกันอยู่ทุกวันนี้ รูปลักษณะโดยรวมของธนบัตรที่ระลึกฯ ทั้ง 2 ชนิดราคานี้มีอะไรที่เหมือน ๆ กัน มีแตกต่างกันอยู่บ้างก็แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างหลัก ๆ ก็มีพวกตัวเลขหรือตัวอักษรที่บอกราคา 500000 ก็เปลี่ยนเป็น 50 แทน หรืออย่างหมวดเลขและอักษรกำกับหมายเลขในธนบัตร ก็เปลี่ยนจากตราอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และตราอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. มาเป็นตัวเลขและตัวอักษรแทน ก็เลยคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่า มีแค่ชนิดราคา 50 บาทเก็บไว้ก็ไม่น่าจะต่างอะไรกันสักเท่าไร แค่มีเลข 0 น้อยกว่ากัน 4 ตัวเท่านั้นเอง

ธนบัตรที่ระลึกฯ ชนิดราคา 50 บาท พิมพ์ออกใช้จำนวน 999,999 ฉบับ พิมพ์โดยโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย มีหมวดเลขไทยและอักษรไทยกำกับในธนบัตรเหมือนกันหมดคือ ๙ ธ ตามด้วยหมายเลข 6 หลัก ตัวเลข 9 ที่ใช้ก็เพื่อให้มีความหมายถึงรัชกาลที่ 9 ส่วนที่เลือกใช้ตัวอักษร ธ หรือ ธะ นั้นก็เพื่อให้มีความหมายถึง พระมหากษัตริย์ และหมวดเลขอารบิกและอักษรโรมันได้ใช้ 9 R ที่เลือกใช้ตัวอักษร R ก็พิจารณาจากคำในภาษาลาตินว่า Rex และ Regina ในความหมายถึง พระมหากษัตริย์และพระราชินี สำหรับลายมือชื่อในธนบัตรคือ นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

y4916

ภาพประธานด้านหน้าของธนบัตรที่ระลึกฯ เป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชคู่กับพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ภาพประกอบด้านซ้ายของภาพประธานเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเจิมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพิธีประกาศสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนหนึ่งของพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ส่วนภาพประกอบด้านขวาของภาพประธานเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงหลั่งทักษิโณทกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493

y4915

ภาพประธานด้านหลังของธนบัตรที่ระลึกฯ เป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชคู่กับพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ในลำดับขั้นตอนที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงเจิมหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ)

y4914

สำหรับภาพประกอบด้านซ้ายของภาพประธานที่อยู่ด้านหลังธนบัตร ภาพบนสุดเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชคู่กับพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขณะเป็นพระคู่หมั้น ระหว่างประทับบนดาดฟ้าเรือซีแลนเดียในระหว่างเสด็จนิวัตพระนครเมื่อปี 2493 ภาพถัดลงมาเป็นภาพของพระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทรงใช้เป็นที่ประทับแรมภายหลังการราชาภิเษก โดยในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 29 เมษายน 2493 ทั้งสองพระองค์เสด็จแปรพระราชฐานโดยรถไฟพระที่นั่งไปประทับ ณ วังไกลกังวล เป็นเวลา 5 วัน ส่วนภาพที่อยู่ด้านล่างสุดเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์และพระฉายาสาทิสลักษณ์ทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดา สำหรับภาพประกอบด้านขวาของภาพประธานเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์และพระฉายาสาทิสลักษณ์ทั้งสองพระองค์ขณะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ

y4913

ลักษณะพิเศษที่ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความโดดเด่นอีกส่วนหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในธนบัตรที่ระลึกฯ นี้ก็คือ บริเวณมุมบนขวาของธนบัตรด้านหน้า ซึ่งมีการพิมพ์ผนึกฟอยล์สีทองรูปวงกลมไว้ ภายในวงกลมฟอยล์สีทองนี้มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ซ้อนทับไว้กับพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งจะมองเห็นได้สลับกันเมื่อพลิกธนบัตรไปมา เทคนิคการพิมพ์นี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้กับการพิมพ์ธนบัตรออกใช้ของบ้านเรา

y4912

ลายน้ำในธนบัตรที่ระลึกฯ ก็ดูจะเป็นพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกในธนบัตรที่ออกใช้ของไทยอีกเหมือนกันที่มีลายน้ำเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชคู่กับพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ยังมีลายน้ำที่บอกตัวเลขไทยชนิดราคาของธนบัตรอยู่ด้วย

y4911

ที่ดูจะเป็นพิเศษอีกอย่างก็คือเส้นใยสีโลหะที่ฝังอยู่ในเนื้อกระดาษธนบัตร นอกจากจะมีขนาดใหญ่กว่าเส้นใยสีโลหะที่ฝังอยู่ในธนบัตรที่ออกใช้มาก่อนหน้าแล้ว บนเส้นใยสีโลหะที่ว่านี้ยังมีคำว่า “ทรงพระเจริญ” เรียงกันเป็นระยะปรากฏให้เห็นอยู่สองแถว

y4910

ในตัวธนบัตรที่ระลึกฯ ด้านหน้ายังพิมพ์ข้อความบอกเอาไว้เหมือนอย่างในธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนทั่ว ๆ ไปด้วยว่า “ธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย” บอกให้รู้ว่าถึงจะเป็นธนบัตรที่ระลึก แต่ถ้าอยากจะเอาไปใช้จ่าย ก็เป็นเงินตราที่เอาไปใช้ได้เหมือนอย่างธนบัตรหมุนเวียนทั่ว ๆ ไป ว่าแต่ธนบัตรที่ระลึกฯ ชนิดราคา 500000 บาท ตอนจ่ายแลกมานั้นต้องใช้เงินไป 1,000,000 บาท ถ้าจะเอาไปใช้อย่างเงินตราก็มีมูลค่า 500,000 บาทตามราคาหน้าธนบัตร เช่นเดียวกับธนบัตรที่ระลึกฯ ชนิดราคา 50 บาท ซึ่งจ่ายแลกมาพร้อมกับปกแผ่นพับบรรจุใส่ธนบัตรในราคา 200 บาท ถ้าจะเอาไปใช้ก็มีมูลค่าอยู่ 50 บาทตามราคาหน้าธนบัตร สุดท้ายก็เลยยังไม่เคยเอาธนบัตรที่ระลึกฯ ที่แลกมาในมูลค่าที่สูงกว่าราคาหน้าธนบัตรไปใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายสักที

เก็บไว้เอาออกมาดูเป็นที่ระลึกอย่างนี้เห็นจะเหมาะกว่า

ชัยพฤกษ์
18 พฤศจิกายน 2559