ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และธนบัตรพอลิเมอร์รุ่นแรกของไทย ปี 2539

y4957

ปี 2539 เป็นปีที่ประเทศไทยมีการจัดงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จดำรงสิริราชสมบัติครบ 50 ปี หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการจัดทำของที่ระลึกกันขึ้นหลากหลายมากมาย จึงเป็นปีที่นักสะสมสิ่งของที่ระลึกได้มีของให้สะสมเพิ่มเยอะขึ้นอีกมาก ของที่ระลึกที่เป็นทางการและเป็นมาตรฐานก็มีทั้งเหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกของกรมธนารักษ์ ตราไปรษณียากรที่ระลึกของการสื่อสารแห่งประเทศไทย และที่จะขาดหายไปไม่ได้ก็คือธนบัตรที่ระลึกของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีการออกธนบัตรที่ระลึกถึง 3 ชนิดราคา โดยมีรูปแบบหน้าตาที่แตกต่างกันไป และออกใช้ต่างช่วงระยะเวลากันในปีนั้น

y4956

y4955

ธนบัตรที่ระลึกฯ ที่มีการนำออกใช้เป็นแบบแรกในปี 2539 เป็นธนบัตรชนิดราคา 500 บาท ซึ่งออกใช้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2539 โดยเป็นธนบัตรที่มีหน้าตารูปลักษณะโดยทั่วไปเช่นเดียวกันกับธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนแบบ 14 ชนิดราคา 500 บาท ซึ่งเพิ่งจะได้มีการนำออกใช้ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2539 ก่อนหน้าที่จะมีการออกใช้ธนบัตรที่ระลึกฯ ประมาณ 2 เดือน ส่วนที่มีความแตกต่างกันก็คือที่บริเวณตรงกลางด้านหน้าของธนบัตรที่ระลึกฯ นั้น ได้นำตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มาพิมพ์ไว้แทนพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ใช้อยู่ในธนบัตรหมุนเวียนแบบ 14 ชนิดราคา 500 บาท

y4954

y4953

ธนบัตรที่ระลึกฯ ที่ออกใช้นี้มีหมวดอักษรกำกับในธนบัตรคือ ๙ ก พิมพ์ออกใช้จำนวน 9,999,999 ฉบับ โดยพิมพ์ที่โรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ลายมือชื่อในธนบัตรคือ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายวิจิตร สุพินิจ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จ่ายแลกตามราคาในหน้าธนบัตรคือ 500 บาท โดยไม่มีปกหรือวัสดุอื่นที่ใช้สำหรับใส่ธนบัตรจำหน่ายร่วมด้วย

y4952

ธนบัตรที่ระลึกฯ ที่มีการนำออกใช้ถัดต่อมาในปี 2539 นั้นก็คือธนบัตรชนิดราคา 500 บาท เช่นเดียวกัน แต่เป็นธนบัตรที่มีการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษและพิมพ์ด้วยสีน้ำตาลที่ดูออกเหลือง ๆ ทอง ๆ สักหน่อย ที่สำคัญก็คือเป็นการออกใช้ธนบัตรที่พิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ครั้งแรกของประเทศไทยนับตั้งแต่ที่มีการออกใช้ธนบัตรเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2445 ถ้าติดตามข่าวกันจะเห็นว่าขนาดประเทศอย่างอังกฤษก็ยังเพิ่งจะมีธนบัตรที่พิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ออกใช้เมื่อเดือนกันยายนปี 2559 นี้เอง พอลิเมอร์ที่ว่านี้ก็คือวัสดุที่มีลักษณะเป็นเหมือนฟิล์มพลาสติกใส ๆ บาง ๆ ที่สามารถนำมาใช้พิมพ์ได้เช่นเดียวกันกับกระดาษ

y4951

ดูเหมือนประเทศแรกของโลกที่ออกใช้ธนบัตรซึ่งพิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์นี้ก็คือออสเตรเลีย โดยออกใช้มาตั้งปี 2531 จำได้ว่าเมื่อตอนที่ได้มีโอกาสไปออสเตรเลียเมื่อปี 2537 นั้น ยังรู้สึกตื่นใจกับธนบัตรที่พิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์นี้ เพราะด้วยความที่เคยคุ้นชินกับธนบัตรที่เป็นกระดาษ ไม่นึกว่าสักวันหนึ่งจะมีธนบัตรที่พิมพ์ด้วยพลาสติก และที่ยิ่งไม่ค่อยได้นึกเท่าไรก็คือว่าจากวันนั้นแค่ 2 ปีที่บ้านเราก็จะมีธนบัตรพอลิเมอร์ใช้กับเขาด้วยเหมือนกัน

y4950

ธนบัตรที่ระลึกฯ ซึ่งพิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ ชนิดราคา 500 บาทนี้ ไม่ได้พิมพ์ออกใช้โดยโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย แต่เป็นการสั่งพิมพ์จากโรงพิมพ์ธนบัตร ประเทศออสเตรเลีย ออกใช้วันแรกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2539 จำนวนที่ออกใช้ 1,000,000 ฉบับ หมวดเลขหน้าอักษรกำกับใช้เลข ๕๐ ซึ่งหมายถึงปีที่ 50 แห่งการครองราชย์ ตามด้วยตัวอักษรกำกับ แล้วต่อด้วยหมายเลข 5 หลักที่ขึ้นต้นด้วยเลข ๙ ทุกฉบับ เช่น ๕๐ ข ๙๗๕๙๙ ทำให้ธนบัตรที่ออกใช้ทุกฉบับมีหมายเลขขึ้นต้นด้วยเลข ๙ ทุกฉบับ และทำให้ธนบัตรทุก ๆ 10 ฉบับ ก็จะมีธนบัตรอยู่ฉบับหนึ่งที่มีหมายเลขขึ้นต้นด้วยเลข ๙ และลงท้ายด้วยเลข ๙ ซึ่งเลข 9 หน้า 9 หลังนี้เป็นตัวเลขที่นิยมกันว่าเป็นเลขสวยหรือไม่ก็ว่าเป็นเลขมงคล

y4949

ภาพประธานในธนบัตรได้อัญเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประทับพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระบรมมหาราชวังไปนมัสการพระพุทธชินสีห์ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2506 เบื้องขวาเป็นภาพโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งลำแรกที่สร้างขึ้นในรัชสมัย และใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค งานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก

y4948

ด้วยความที่เป็นธนบัตรที่พิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ก็เลยเป็นธนบัตรที่ไม่มีลายน้ำ แต่ทดแทนด้วยฟอยล์ผนึกสีทองซึ่งสลักพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ที่สะท้อนแสงวาววับดูสวยงาม ซึ่งตรงบริเวณด้านซ้ายมีการพิมพ์รูปตรามหาจักรีซ่อนไว้ จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อยกขึ้นส่องดูกับแสงสว่าง และเมื่อนำธนบัตรไปส่องดูภายใต้แสงเหนือม่วง หรือแสงอัลตราไวโอเลต ที่บริเวณข้างใต้ตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี จะปรากฏพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ให้เห็นเป็นสีเหลืองเรืองแสง

y4947

พลิกมาดูด้านหลังของธนบัตรกันบ้าง ภาพประธานด้านหลังของธนบัตรเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ขณะเสด็จทรงงานเพื่อดูแลทุกข์สุขของราษฎร อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทรงใช้อยู่ประจำซึ่งจะเห็นกันจนคุ้นตาในภาพข่าวก็คือ แผนที่ ดินสอ กล้องถ่ายรูป และวิทยุสื่อสาร สำหรับภาพประกอบที่เห็นทางด้านซ้ายของภาพประธานก็จะมีอย่าง ภาพน้ำตกทีลอซู ที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภาพฝายกั้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูกที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริ ภาพหญ้าแฝกที่มีพระราชดำริในการใช้ประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และภาพของกังหันน้ำชัยพัฒนา

y4946

ส่วนภาพประกอบทางด้านขวาของภาพประธานเป็นภาพการทำการเกษตรแบบขั้นบันไดบนพื้นที่สูง ซึ่งภาพต้นแบบน่าจะเป็นภาพที่ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และภาพพืชผลทางการเกษตรที่เป็นอาหารทั้งพืชผัก ผลไม้ ข้าว ภาพดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกแกลดิโอลัส ซึ่งแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

y4945

ด้วยความที่ปกติธนบัตรทั่วไปจะกำหนดหมายเลขธนบัตรจำนวน 7 หลัก แต่ธนบัตรที่ระลึกฯ รุ่นนี้กำหนดหมายเลขในธนบัตรไว้เพียงจำนวน 5 หลัก แล้วจะต้องขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข ๙ ถึงแม้ว่าจะมีการพิมพ์ออกใช้จำนวนแค่ 1,000,000 ฉบับก็ตาม แต่ก็ต้องใช้หมวดอักษรกำกับในธนบัตรสลับคู่ระหว่างอักษรไทยกับอักษรโรมันหลายคู่อยู่เหมือนกัน โดยที่เลขหน้าหมวดอักษรนั้นใช้เลข ๕๐ เหมือนกันทุกฉบับ หมวดอักษรไทยที่นำมาใช้ในธนบัตรที่ระลึกฯ รุ่นนี้มีอยู่ด้วยกัน 10 ตัว คือ ก ข ค ง จ ฉ ต ท ธ และ พ จับคู่สลับกันไปมากับอักษรโรมันอีก 10 ตัว คือ A B C D E F G H J และ S ก็เลยทำให้มีธนบัตรปกติที่ใช้หมวดอักษร พ – S ซึ่งไม่ใช่ ธนบัตรทดแทน หรือ Star Notes ที่ใช้เติมแทรกแทนธนบัตรฉบับที่พิมพ์เสีย โดยธนบัตรรุ่นนี้ฉบับที่พิมพ์เสีย ก็จะถูกทดแทนด้วยธนบัตรที่มีหมวดอักษรและหมายเลขเดิมของธนบัตรที่พิมพ์เสีย

อย่างไรก็ดี พบว่าลายมือชื่อในธนบัตรที่ระลึกฯ ที่ออกใช้รุ่นนี้ ยังมีความแตกต่างกันอยู่ 2 แบบ ซึ่งน่าจะเกิดจากการพิมพ์ที่ใช้เวลาต่างช่วงกัน แล้วระหว่างนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง จึงทำให้ธนบัตรที่พิมพ์ก่อนมีลายมือชื่อในธนบัตรของ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายวิจิตร สุพินิจ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนธนบัตรที่พิมพ์ขึ้นหลังจากนั้นมีลายมือชื่อในธนบัตรของ นายบดี จุณณานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

y4944

y4943

การจ่ายแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ชนิดราคา 500 บาท ซึ่งพิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์เมื่อตอน 20 ปีก่อนนี้ พอจะจำความได้ว่ามีการจ่ายแลกธนบัตรพร้อมกับแผ่นพับปกผ้าไหมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในราคารวมกันจำนวน 1,100 บาท

y4831

y4830

โดยการจ่ายแลกธนบัตรที่ระลึกฯ ดังกล่าวก็มีการทำปกแผ่นพับสำหรับบรรจุใส่ธนบัตรที่ระลึกฯ มาให้คู่กันด้วยแล้ว โดยปกแผ่นพับจะพิมพ์รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับธนบัตรที่ระลึกฯ ไว้ให้ด้วย ปกแผ่นพับนี้เท่าที่มีอยู่กับตัวมีอยู่ด้วยกัน 3 สี คือ สีชมพู สีฟ้า และสีเขียว

y4942

y4941

ภายในกล่องบรรจุปกผ้าไหมยังมีหนังสือซึ่งพิมพ์รายละเอียดเกี่ยวกับธนบัตรและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพที่ปรากฏในธนบัตรอยู่ด้วย

y4940

พอจะจำได้ด้วยว่าในช่วงแรกที่เปิดให้มีการแลกค่าได้นั้น กระแสความต้องการทำให้ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดได้สูงขึ้นจนถึงชุดละ 2,000 บาท หรือสูงกว่าในบางร้าน ก่อนที่จะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงมาตามระดับความต้องการของผู้คนที่ลดลง เช่นเดียวกับธนบัตรตัวอย่างซึ่งไม่มีสภาพเป็นเงินตราที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย จำความได้ว่าเมื่อแรกที่ได้มานั้นราคาซื้อขายกันในท้องตลาดสูงถึงฉบับละประมาณ 3,500 บาท หรือสูงกว่านั้น เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลงกันไปอย่างไรแล้ว ด้วยว่าไม่ค่อยจะได้สนใจติดตามสักเท่าไร ที่พอจะมีเก็บเล็กประสมน้อยเอาไว้บ้างก็เป็นความสุขและเพื่อหาความรู้ใส่ตัวไว้บ้าง

y4939

นอกจากการจ่ายแลกธนบัตรที่ระลึกฯ พร้อมกับปกผ้าไหมแล้ว ยังมีการเปิดให้สั่งจองกรอบคริสตัลสำหรับใส่บรรจุธนบัตรที่ระลึกฯ ไว้ตั้งแสดงด้วย โดยกรอบคริสตัลดังกล่าวนั้นจะบรรจุอยู่ในกล่องผ้าไหมที่ดูสวยงาม เป็นการสั่งจองต่างหากซึ่งถึงวันนี้ก็จำราคาวันนั้นไม่ได้แล้ว

y4938

y4937

สำหรับธนบัตรที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ที่มีการนำออกใช้เป็นแบบสุดท้ายในปี 2539 เป็นธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ซึ่งออกใช้วันแรกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2539 โดยเป็นธนบัตรที่มีหน้าตารูปลักษณะโดยทั่วไปเช่นเดียวกันกับธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนแบบ 13 ชนิดราคา 50 บาท ซึ่งออกใช้มาตั้งแต่ปี 2528 แต่ธนบัตรที่ระลึกฯ ซึ่งออกใช้ในปี 2539 นี้ เป็นธนบัตรที่พิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ ซึ่งสั่งพิมพ์จากโรงพิมพ์ธนบัตร ประเทศออสเตรเลีย ลักษณะที่มีความแตกต่างกันที่เห็นได้ชัดเจนคือบริเวณด้านหน้าธนบัตรที่ระลึกฯ ส่วนที่อยู่ด้านขวาสุด ซึ่งในธนบัตรแบบ 13 เคยพิมพ์ภาพลายไทยที่ชื่อลายกระจังเอาไว้ ก็ได้ใช้ภาพตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มาพิมพ์ไว้แทน นอกจากนี้ในธนบัตรแบบ 13 ซึ่งพิมพ์หมวดอักษรโรมันและหมายเลขอารบิกอยู่ด้านบน ส่วนหมวดอักษรและหมายเลขไทยนั้นอยู่ด้านล่าง ในธนบัตรที่ระลึกฯ ก็พิมพ์สลับที่กัน โดยนำหมวดอักษรและหมายเลขไทยขึ้นมาอยู่ด้านบนแทน

y4936

นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างอื่น ๆ อีก อย่างเช่นบริเวณลายน้ำในธนบัตรแบบเดิม ก็มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์แบบใหม่มาแทนที่ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อยกขึ้นส่องดูกับแสงสว่าง รอบ ๆ ของส่วนนี้จะเห็นเป็นฟิล์มพลาสติกใส ๆ ภายในมีการพิมพ์ดุนนูนตัวเลข ๕๐ เอาไว้ เมื่ออยู่ภายใต้แสงเหนือม่วง หรือแสงอัลตราไวโอเลต ตรงบริเวณที่อยู่เหนือหมวดอักษรโรมันและหมายเลขอารบิก จะปรากฏพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ให้เห็นเป็นสีเหลืองเรืองแสงเช่นเดียวกันกับธนบัตรที่ระลึกฯ ชนิดราคา 500 บาท ซึ่งพิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์

y4935

ธนบัตรที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ชนิดราคา 50 บาท ซึ่งพิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ พิมพ์ออกใช้จำนวน 100 ล้านฉบับ จ่ายแลกตามราคาในหน้าธนบัตรคือ 50 บาท โดยไม่มีปกหรือวัสดุอื่นที่ใช้สำหรับใส่ธนบัตรจำหน่ายร่วมด้วย ธนบัตรทุกฉบับใช้เลขและหมวดอักษรไทยกำกับเหมือนกันทั้งหมดเพียงชุดเดียวคือ ๙ ธ แล้วตามด้วยหมายเลข 7 หลัก ลายมือชื่อในธนบัตรที่ออกใช้ระยะแรกคือ นายบดี จุณณานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นางเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

y4934

สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลานั้นทำให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่บ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น นายบดี จุณณานนท์ ก็เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ในช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม 2539 ได้ยังไม่ทันเต็ม 5 เดือนดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เปลี่ยนเป็น นายอำนวย วีรวรรณ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งต่อในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2539 – มิถุนายน 2540 ธนบัตรที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ชนิดราคา 50 บาท ซึ่งพิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ ที่ออกใช้ในระยะต่อมาจึงได้มีการเปลี่ยนลายมือชื่อในธนบัตรเป็น นายอำนวย วีรวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

y4933

หลังจากในปี 2539 ที่มีการออกใช้ธนบัตรที่ระลึกฯ ซึ่งพิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์ จำนวน 2 ชนิดราคา คือ 500 บาท และ 50 บาท โดยเป็นการสั่งพิมพ์จากโรงพิมพ์ธนบัตร ประเทศออสเตรเลีย แล้ว ต่อมาในปี 2540 ประเทศไทยก็สามารถพิมพ์ธนบัตรพอลิเมอร์ออกใช้ได้เองโดยโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนแบบ 15 ชนิดราคา 50 บาท ออกใช้วันแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2540 ลายมือชื่อในธนบัตรคือ นายอำนวย วีรวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 50 บาท ออกใช้อยู่นานประมาณ 7 ปี ก็มีการเปลี่ยนแปลงกลับไปพิมพ์ธนบัตร 50 บาท แบบ 15 นี้ด้วยกระดาษ โดยยังคงรูปลักษณะหน้าตาเอาไว้เหมือนอย่างธนบัตรพอลิเมอร์ แล้วเรียกธนบัตรแบบนี้ว่าเป็นธนบัตรชนิดราคา 50 บาท แบบ 15 ปรับปรุง ออกใช้วันแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลานานกว่า 12 ปีแล้วที่บ้านเราไม่ได้มีการออกใช้ธนบัตรที่พิมพ์ด้วยวัสดุพอลิเมอร์อีก

ตามทฤษฎีบอกว่าธนบัตรพอลิเมอร์ใช้ได้ทนกว่าธนบัตรกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติใช้ไม่ทน มีอยู่เท่าไรก็ใช้หมดเหมือน ๆ กัน

ชัยพฤกษ์
9 พฤศจิกายน 2559