ธนบัตรในรัชกาลที่ 9 “ที่ระลึกสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ปี 2533”

y4993

ธนบัตรที่ระลึก “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา” ที่มีการออกใช้เมื่อปี 2533 นั้น อาจจะถือได้ว่าเป็นธนบัตรที่ระลึกรุ่นแรกจริง ๆ หากจะไม่นับรวม “บัตรธนาคาร” ที่ออกใช้เมื่อปี 2530 ในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมพรรษาหกสิบบริบูรณ์ ซึ่งได้นำมาเล่าถึงไปแล้ว และไม่นับรวมไปถึงการนำธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนแบบ 11 ชนิดราคา 5 บาท และ 10 บาท มาพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมไว้ว่า “ที่ระลึกการเปิดโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย 24 มิถุนายน 2512” เมื่อปี 2512 ซึ่งก็ได้เล่าพาดพิงถึงไปแล้วในโพสต์ก่อนหน้าด้วยเช่นกัน รูปแบบหน้าตาของธนบัตรที่ระลึกรุ่นนี้โดยทั่วไปแล้วก็เหมือนกับธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนซึ่งเรียกกันว่าเป็นธนบัตรแบบ 13 ความแตกต่างก็คือในส่วนของลายน้ำในธนบัตรที่ระลึกนั้นจะเป็นพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

y4991

ธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนในบ้านเรามาตั้งแต่ปี 2445 นั้น ถูกจัดแบ่งให้มีชื่อเรียกตามรูปลักษณะหน้าตาของธนบัตรที่มีการนำออกใช้ในแต่ละรุ่นและแต่ละเวลา โดยชื่อเรียกที่แบ่งนั้นจะใช้ว่า “แบบ” เริ่มตั้งแต่ธนบัตรที่ออกใช้ครั้งแรกก็เรียกว่า “แบบ 1” ไล่เรื่อยมาจนถึงธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนอยู่ในปัจจุบันนี้นั้นก็มีชื่อเรียกว่า “แบบ16” ซึ่งคำว่า “แบบ” ที่ใช้เรียกนั้นก็ตรงกับคำภาษาอังกฤษที่ใช้ว่า “Series” นั่นเอง โดยธนบัตรแต่ละแบบนั้นอาจจะมีจำนวนของชนิดราคาอยู่ไม่เท่ากัน หรืออย่างธนบัตร แบบ 10 ก็มีอยู่เพียงชนิดราคาเดียวคือ 100 บาท ซึ่งธนบัตรที่ต่างราคาแต่ถูกจัดว่าเป็น “แบบ” เดียวกันนั้นก็จะมีรูปลักษณะหน้าตาคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ที่ใช้เป็นภาพประธานที่อยู่ด้านหน้าธนบัตร แต่จะต่างสีและขนาดไปตามชนิดราคา

y4992

การที่ธนบัตรต้องมีการเปลี่ยนแบบไปตามห้วงระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ตลอดเวลานั้น เหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งก็คือเพื่อเป็นการต่อต้านการปลอมแปลงธนบัตรนั่นเอง การที่ธนบัตรแบบเดิมหมุนเวียนอยู่ในระบบการเงินนาน ๆ ก็มักเป็นโอกาสให้นักปลอมแปลงทำปลอมแปลงเลียนแบบธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนกันอยู่นั้นออกมาปะปนอยู่ได้เรื่อย ๆ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแบบธนบัตรแล้วทยอยค่อย ๆ ดึงธนบัตรแบบเก่าออกจากระบบหมุนเวียน นักปลอมแปลงก็ต้องใช้เวลาใหม่อีกกับการที่จะทำเลียนแบบปลอมแปลงธนบัตรแบบใหม่

y4990

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าเมื่อมีของจริงก็มักจะต้องมีของปลอมอยู่คู่กัน การที่จะคาดหวังไม่ให้มีธนบัตรปลอมเกิดขึ้นเลยนั้นคงจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ หากย้อนหลังไปดูประวัติศาสตร์ในกฎหมายตราสามดวงก็ยังมีบทลงโทษแก่ผู้ที่ทำเงินปลอมไว้ค่อนข้างจะรุนแรง ถึงขั้นให้ตัดนิ้วมืออย่าให้กุมค้อนคีมได้ คนที่รับมาซื้อขายก็ให้สักอกและเอาขึ้นขาหย่างทวนด้วยลวดหนัง 50 ที แม้แต่คนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงรู้ว่ามีคนทำเงินปลอมแล้วปิดบังไม่แจ้งทางราชการยังต้องถูกใส่ขื่อไว้ 3 วัน ทวนด้วยลวดหนัง 15 ที หรืออย่างเมื่อออกใช้ธนบัตรครั้งแรกเมื่อปี 2445 นั้น ถึงแค่ปี 2446 ถัดมาก็พบเจอว่ามีธนบัตรปลอมแล้ว

ถึงแม้จะมีการออกแบบและใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่ป้องกันการปลอมแปลงลงไปในธนบัตรที่ออกใช้มากมายอย่างไรแค่ไหน ก็ยังคงมีธนบัตรปลอมออกมาเป็นข่าวให้ได้อ่านเจอกันอยู่เรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีคนยังคิดหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของผู้อื่นอยู่ได้อย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน ก็คงจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้ที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนเข้ามาจัดการและควบคุมไม่ให้มีธนบัตรปลอมตกสู่มือประชาชนจนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วไป หากผู้รับธนบัตรจะช่วยกันตระหนักตรวจดูธนบัตรที่ส่งมาถึงมือทุกครั้ง ก็จะเป็นการช่วยกันขจัดธนบัตรปลอมได้อีกทางหนึ่ง เมื่อพบว่าเป็นธนบัตรปลอมก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้จับกุมผู้ที่นำมาใช้ ไม่จำเป็นต้องรู้เลยว่าธนบัตรปลอมนั้นจะมีหน้าตารูปลักษณะอย่างไร ขอเพียงให้รู้จักว่าธนบัตรจริงนั้นมีรูปลักษณะและจุดสังเกตตรวจสอบอย่างไรอย่างที่ทางราชการแนะนำ หากเห็นว่าธนบัตรที่มีผู้นำมาใช้มีความแตกต่างไปจากธนบัตรจริงที่เรารู้จักนั้น ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอะไรที่ไม่เหมือนของจริงก็น่าจะต้องเป็นของปลอม

y4989

เล่าออกนอกเรื่องไปเสียตั้งไกล ดึงย้อนกลับมาเข้าเรื่องของธนบัตรแบบ 13 กันก่อน เพราะต้องถือว่าเป็นธนบัตรต้นแบบของธนบัตรที่ระลึกในโอกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ที่จะได้เล่าถึงต่อไป ธนบัตรแบบที่ 13 นี้มีกันอยู่เพียง 2 ชนิดราคา คือ 50 บาท และ 500 บาท โดยได้มีการออกใช้ธนบัตรชนิดราคา 50 บาทก่อนเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2528 ส่วนชนิดราคา 500 บาท ได้ออกใช้เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2530 โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นธนบัตรแบบที่ 13 นี้ มีกำหนดจะออกใช้ในปี 2525 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี แต่น่าจะมีเหตุขัดข้องเรื่องแท่นพิมพ์เดิมที่อาจไม่เพียงพอต่อการพิมพ์ธนบัตร แล้วแท่นพิมพ์ใหม่ยังติดตั้งได้ไม่ทัน ก็เลยออกใช้ล่าช้าไป

y4988

ธนบัตรที่ออกใช้แต่ก่อนนั้น หากต่างชนิดราคากันก็จะมีขนาดที่แตกต่างกันทั้งด้านความกว้างและความยาว อย่างธนบัตรชนิดราคา 50 บาท แบบ 13 ก็มีความกว้าง 7.20 เซนติเมตร และความยาว 14.40 เซนติเมตร ขณะที่ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบ 13 จะมีขนาดความกว้าง 8 เซนติเมตร และความยาว 16 เซนติเมตร ปัญหาของขนาดความกว้างหรือความสูงของธนบัตรที่ไม่เท่ากันนี้ ทำให้เป็นปัญหาในการเก็บใส่กระเป๋าธนบัตร เพราะธนบัตรชนิดราคาสูงมักจะมีความสูงเลยพ้นเกินจากขอบของกระเป๋าใส่ธนบัตร ดังนั้นธนบัตรที่ออกใช้ในช่วงหลังมานี้นับตั้งแต่ธนบัตรแบบ 14 จึงถูกออกแบบให้มีความกว้างหรือความสูงไว้เท่ากันทุกชนิดราคาที่ 7.20 เซนติเมตร แล้วไปทำขนาดความยาวของธนบัตรแต่ละชนิดราคาให้แตกต่างกันอยู่ที่ 6 มิลลิเมตร เริ่มต้นจากธนบัตรชนิดราคา 20 บาท ที่ปัจจุบันมีความยาวอยู่ที่ 13.80 เซนติเมตร

y4987

การออกใช้ธนบัตรชนิดราคา 50 บาทเมื่อปี 2528 นั้น ก็คงเป็นเพราะสภาพทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นและมีภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นมาตามยุคสมัย ค่าของเงินก็ลดลงและเล็กลงไปตามภาวะที่ว่า จะเห็นได้ว่าธนบัตรชนิดราคา 1 บาท และ 5 บาท ก็ไม่มีออกใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว ความจำเป็นที่จะต้องใช้ธนบัตรชนิดราคาสูงกว่าจึงเข้ามาแทนที่ ซึ่งในที่สุดแล้วธนบัตรชนิดราคา 10 บาทก็ถูกเลิกหายไปไม่มีออกมาให้ได้ใช้กันอีก ธนบัตรชนิดราคา 10 บาทที่เจออยู่หลังสุดก็น่าจะเป็นรุ่นที่มีลายมือชื่อของ นายบดี จุณณานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งก็น่าจะเป็นเมื่อประมาณช่วงปี 2539

y4986

ก่อนหน้านี้บ้านเราเคยมีธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ออกใช้กันอยู่ 2 แบบ คือ ธนบัตรแบบ 1 ชนิดราคา 50 บาท ออกใช้เมื่อปี 2561 โดยนำธนบัตรชนิดราคา 1 บาท แบบ 1 มาพิมพ์แก้ราคา กับธนบัตรแบบ 7 ชนิดราคา 50 บาท ที่ออกใช้ในช่วงปลายสงครามมหาเอเชียบูรพาเมื่อปี 2488 จนกระทั่งมาออกใช้ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท อีกครั้งหนึ่งในธนบัตรแบบ 13 เมื่อปี 2528 โดยเลือกใช้โทนสีของธนบัตรเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งก็ใช้ต่อเนื่องกันมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ไม่รู้ว่าในการพิมพ์ครั้งแรก ๆ นั้นเกิดความผิดพลาดประการใด จึงทำให้สีที่ใช้พิมพ์ธนบัตรด้านหน้าหลุดจางลงได้จนเรียกกันว่า “ธนบัตรรุ่นสีตก” ซึ่งเป็นธนบัตรรุ่นที่มีลายมือชื่อของ นายสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายกำจร สถิรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

y4985

สิ่งต่อต้านการปลอมแปลงในธนบัตรรุ่นนี้ก็มีตามมาตรฐานของธนบัตรที่ออกใช้ในช่วงยุคสมัยนั้น เส้นมั่นคง หรือ Security thread ซึ่งเคยได้ยินมาว่าในธนบัตรชนิดราคา 50 บาท จะมีตัวอักษรว่า “ประเทศไทย” เรียงตัวกันอยู่บนเส้นมั่นคงสีแดง ส่วนธนบัตรชนิดราคา 500 บาท จะมีตัวอักษรว่า “ทรงพระเจริญ” เรียงตัวกันอยู่บนเส้นมั่นคงสีม่วงอ่อน แต่พยายามเพ่งสายตาส่องอ่านดูแล้วแต่ไม่ค่อยได้เห็นอะไรนอกจากเส้นทึบ ๆ อาจจะเป็นเพราะสายตาที่เริ่มสูงวัยมากขึ้นทุกที ก็เลยได้แต่ดูลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ซึ่งยกส่องกับแสงสว่างดูด้วยตาเปล่าได้ง่ายกว่า ที่เห็นจะเป็นสิ่งต่อต้านการปลอมแปลงที่เพิ่มเข้ามาใหม่จากธนบัตรรุ่นก่อนหน้าก็คงจะเป็นลายน้ำส่วนที่เป็นลายประจำยามในธนบัตรชนิดราคา 500 บาท ซึ่งเป็นการนำมาใช้เป็นครั้งแรก และนำมาใช้กับธนบัตรชนิดราคาต่าง ๆ ที่ออกใช้ในแบบต่อ ๆ มาจนถึงเดี๋ยวนี้

y4984

สิ่งต่อต้านการปลอมแปลงอีกอย่างหนึ่งที่เห็นว่าธนบัตรรุ่นก่อนหน้านี้ไม่เคยมี แต่ได้เริ่มนำมาใช้ในธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบ 13 นี้ก็คือ ตัวหนังสือเล็ก ๆ ที่ต้องใช้แว่นขยายส่องอ่านถึงจะเห็น แต่ถ้ามองดูผ่าน ๆ ก็เหมือนจะเป็นแค่ลวดลายเส้น ๆ อยู่ในรูป ซึ่งพอได้พินิจดูก็จะเห็นว่าเป็นตัวอักษรว่า “500 บาท” ที่เรียงต่อเนื่องกันอยู่เป็นแถวเหนือลายเฟื่องอุบะ ซึ่งธนบัตรรุ่นที่ออกใช้หลังจากนี้ก็นำตัวอักษรจิ๋วแบบนี้มาใช้เช่นเดียวกัน

y4983

สำหรับธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2533 นั้น มีด้วยกันอยู่ 2 ชนิดราคา คือ ธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 50 บาท รูปลักษณะเหมือนกับธนบัตรหมุนเวียนชนิดราคา 50 บาท แบบ 13 แต่ประกอบด้วยหมวดธนบัตรเพียง 3 หมวด คือ ๐ฉ ๑ฉ และ ๒ฉ ลายน้ำเป็นพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คู่กับเลขไทย ๙๐ ธนบัตรที่ออกใช้มีจำนวน 32,000,000 ฉบับ ออกใช้วันแรกเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2533 พิมพ์โดยโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ลายมือชื่อในธนบัตรคือ นายประมวล สภาวสุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายชวลิต ธนะชานันท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าจำไม่ผิดก็คือตอนที่ให้แลกค่านั้น ไม่มีปกหรือวัสดุอื่นที่ใช้สำหรับใส่ธนบัตรจำหน่ายร่วมด้วย โดยจ่ายแลกเฉพาะตัวธนบัตรในราคา 50 บาท

y4982

อีกชนิดราคาหนึ่งคือ 500 บาท รูปลักษณะเหมือนกับธนบัตรหมุนเวียนชนิดราคา 500 บาท แบบ 13 แต่ประกอบด้วยหมวดธนบัตรเพียงหมวดเดียว คือ ๐ฉ ลายน้ำเป็นพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คู่กับเลขไทย ๙๐ เช่นเดียวกัน ธนบัตรที่ออกใช้มีจำนวน 11,000,000 ฉบับ ออกใช้วันแรกเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2533 พิมพ์โดยโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ลายมือชื่อในธนบัตรคือ นายประมวล สภาวสุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายชวลิต ธนะชานันท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จ่ายแลกเฉพาะตัวธนบัตรในราคา 500 บาท โดยไม่มีปกหรือวัสดุอื่นที่ใช้สำหรับใส่ธนบัตรจำหน่ายร่วมด้วย

y4979

y4980

ต่อมาภายหลังอีกหลายปียังได้มีโอกาสได้รับกรอบกระดาษแข็งซึ่งบรรจุใส่ธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 50 บาทดังกล่าวมาพร้อมกันด้วยจากท่านที่คุ้นเคย จึงถือโอกาสนำมาเก็บสะสมรวมเข้าไว้ด้วยกัน กรอบกระดาษแข็งบรรจุธนบัตรที่ระลึกดังกล่าวจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะโดยสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 จำได้แบบคลับคล้ายคลับคลาเหมือนคนที่มอบสิ่งนี้ให้จะเล่าว่า เป็นการทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิก และบางส่วนได้จำหน่ายสำหรับสมาชิกที่ต้องการเพิ่มซึ่งมีอยู่จำนวนจำกัดโดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าหรือกำไร เพราะเงื่อนไขที่สองนี้เองจึงทำให้มีโอกาสได้รับแบ่งปันของสิ่งนี้จากมือของท่านที่คุ้นเคย

y4981

ลืมถามไถ่เรื่องราคา รู้แต่ว่าท่านมอบให้ด้วยน้ำใจ ก็เลยรับใส่มือมาอยู่หลายชิ้น

ชัยพฤกษ์
31 ตุลาคม 2559