อยากเคยอย่างเคยก็เลยเจอปูที่กระซ้าขาว

y5179

เกิดนึกอยากเคยก็เลยต้องไปหาเรื่องอย่างเคย คำ “เคย” ที่พูดถึงนี้ไม่ได้เป็นคำกริยาที่บอกกาลของกริยาอื่น ๆ ว่าเคยแล้วหรือยังไม่เคย แต่เป็น เคย หรือ เคอย ที่เป็นคำนามหมายถึงสัตว์ทะเลตัวเล็ก ๆ สีขาวใส ๆ ตาดำ ๆ ทั้งหน้าตาและรูปร่างดูคล้ายกุ้งแต่หัวไม่มีกรีแหลม ๆ ที่นิยมเอามาทำกะปิกัน ครัวบ้านแบบไทย ๆ กับกะปิดูจะเป็นของคู่กัน พร่องขาดหายไปก็รู้สึกเหมือนจะไม่ครบเครื่องก้นครัว

เป็นเด็กเริ่มรู้จักหัดกินกะปิจากน้ำปลาหวานที่ปรุงใส่กะปิใช้จิ้มมะม่วงเปรี้ยว ก่อนจะค่อย ๆ ลองหยิบผักสดจิ้มน้ำพริกกะปิกินคู่กันกับปลาทูทอด โตขึ้นมาถึงวัยทำงานตอนที่ยังพอจะออกแนวขาลุยไหว ขึ้นเขาเข้าป่าคบคนจะคุยกันให้ถูกปากถูกคอก็ต้องมีน้ำดื่ม ไม่ต้องเตรียมติดตัวไปหรอกทั้งฉลากดำหรือฉลากแดง เจ้าบ้านเขามีน้ำที่หมักจากข้าวเหนียวเอามาต้มกลั่นจนได้ออกมาเป็นน้ำใส ๆ แบบที่เรียกว่าใสเหมือนอย่างกับตาตั๊กแตนนั่นแหละ ใส่ขวดกลมไม่มีป้ายยี่ห้ออะไรเตรียมรอเอาไว้อยู่แล้ว ของแกล้มไม่มีอะไรก็สอยมะม่วงแก้วจากต้นจิ้มกินกับกะปินี่แหละ แรงดีกรีของน้ำเท่าไรไม่เคยรู้ แต่รู้ว่านั่งซดไปคุยไปกันได้ยาวนานเป็นหลาย ๆ ชั่วโมงโดยไม่อยากลุก เพราะถ้าลุกแล้วถึงจะพยายามทำตัวตรงก็ยังเสียรูปถึงกับเซล้มลงนอนพื้น ยิ่งถ้านั่งมานานมากแล้วก็ถือโอกาสนอนพื้นต่อเลย จะมาลุกได้อีกทีก็ตอนเริ่มสร่างเห็นฟ้าสาง

y5178

ทุกวันนี้วางมือจากแก้วที่รินใส่น้ำดื่มที่มีระดับดีกรีแล้ว พยายามทำมือให้ว่างเพื่อจะได้เอามาใช้จับตะหลิวในครัวแทน มื้อไหนได้เข้าครัวเปิดตู้เย็นเจอกระปุกกะปิที่แช่อยู่ก็ยั้งมือไม่ค่อยได้ที่จะหยิบเอาออกมาใช้ อย่างผัดผักบุ้งกินเองก็ยังหย่อนกะปิลงไปผัดด้วยสักช้อน ยิ่งถ้าผัดสะตอบางทีหนักมือใส่กะปิลงไปถึงสองช้อน ช่วงหนึ่งปีหลังมานี้ใช้กะปิของร้านเจ๊พรรณที่บ้านกระซ้าขาว แวะเข้าไปกินข้าวที่ร้านครัวเจ้าพระยา (คลิกอ่าน ไหว้พระแล้วว่าจะไปกินซาเตี๊ยะ ติดทะเลกระซ้าขาวแต่ตั้งชื่อครัวเจ้าพระยา) เจอร้านอยู่ตรงปากทางเข้าครัวเจ้าพระยาก็เลยแวะซื้อของทะเลแปรรูปทั้งเอาไปกินเองและฝากคนอื่น ได้กะปิมาหลายกระปุก คนที่ได้ของฝากเป็นกะปิกินแล้วก็ชอบ ไม่รู้ว่าชอบของฟรีหรือชอบรสชาติของกะปิ แต่เขาบอกว่าเนื้อเหนียวดีเอาไปโขลกตำน้ำพริกแล้วไม่ติดครก ฟังแล้วก็เลยคล้อยตามเห็นดีงามไปด้วย พอกะปิในตู้เย็นหมดก็เลยคิดไปร้านเจ๊พรรณอีก

y5177

y5176

ร้านอยู่ที่บ้านกระซ้าขาว ตำบลบ้านบ่อ อำเภอเมืองสมุทรสาคร แถวนั้นมีร้านกินอยู่หลายร้านและก็มีร้านขายอาหารทะเลแปรรูปอยู่เยอะร้านด้วยเหมือนกัน ร้านอื่นยังไม่เคยลองแวะซื้อเหมือนกัน เส้นทางไปนั้นถ้าไปตามถนนพระรามที่ 2 จากกรุงเทพฯ เลยจากแยกเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร พอลงจากสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนไปได้ประมาณ 7.5 กม. จะมีทางออกถนนคู่ขนานที่จะใช้วนกลับไปถนนฝั่งตรงกันข้ามเพื่อไปอำเภอบ้านแพ้ว พอออกคู่ขนานได้ประมาณ 300 เมตร ก็เลี้ยวเข้าถนนทางซ้ายมือแยกแรกคือทางหลวงชนบทหมายเลข สค.2020 ที่จะเข้าไปวัดกระซ้าขาว เข้าไปประมาณ 7 กม. มีถนนทางแยกซ้ายเข้าวัด เลี้ยวไปประมาณ 150 เมตร ผ่านโบสถ์แล้วเบี่ยงขวานิดหน่อยเพื่อเลี้ยวซ้ายแล้วจะไปเจอสะพานเล็ก ๆ ข้ามคลองบางหัวนอน ไปอีกประมาณ 300 เมตรเจอศาลแป๊ะกงไต้ตี่ เลี้ยวขวาไปตามทางซึ่งจะเป็นทางโค้ง ช่วงโค้งเล็ก ๆ นี่แหละจะมีถนนเล็ก ๆ แยกขวามีป้ายบอกทางเข้าร้านครัวเจ้าพระยา เลี้ยวเข้าไปแล้วประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอร้านเจ๊พรรณอยู่ทางซ้ายมือก่อนเข้าที่จอดรถของร้านครัวเจ้าพระยา

y5175

y5174

เลือกวันหยุดที่จะไปเป็นวันอาทิตย์ ไม่ได้เอาฤกษ์หรือดูยามอะไรหรอก แต่ออกจากบ้านวันเสาร์ไปทางถนนพระราม 2 ทีไรเป็นได้เจอรถติดยาวอยู่เป็นประจำ แล้วติดมาตั้งแต่ถนนกาญจนาภิเษกนั่นแล้ว ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมวันเสาร์รถบนถนนถึงเยอะมากกว่าวันอาทิตย์แบบผิดหูผิดตา อย่างวันอาทิตย์ที่ไปออกจากบ้านแปดโมงเช้าใช้เวลาไปถึงร้านเจ๊พรรณไม่ทันได้เต็มชั่วโมงดี

y5173

y5172

ร้านนี้เป็นร้านแบบบ้าน ๆ เพราะวางของขายอยู่หน้าบ้าน ไม่ได้จัดร้านให้ดูเก๋ไก๋อะไร ของที่ขายถึงจะมีอยู่หลายอย่างแต่ของแต่ละอย่างก็ไม่ถึงกับเยอะแยะอะไรมาก ของบางอย่างดูแล้วก็ว่าน่าจะรับมาขายอีกที เปิดร้านขายของเดี๋ยวนี้ก็คงต้องวางของมีให้คนเลือกซื้อได้หลากหลายหน่อย แต่จะไปทำเองทุกอย่างก็คงจะไม่ไหว

y5171

y5170

ของทะเลแปรรูปที่ขายกันอยู่หลายอย่างเป็นของที่มีกลิ่นและรสเค็มที่เกิดจากการเคล้าเกลือหมักเอาไว้ ก่อนขายก็เอาออกมาตากแดดให้พอหมาด ๆ กลิ่นเค็มแบบนี้บางคนก็บอกว่าหอม แต่หลายคนก็อุดจมูกแต่ปากยังส่งเสียงเถียงว่าเป็นตรงกันข้าม เหมือนอย่างปลาเค็มนี้ก็ยังมีคำเรียกว่าปลาเค็มหอม มีปลาทูเค็มก็ยังมีปลาทูหอม ถึงปลาเค็มหอมจะหมักเค็มไว้น้อยวันกว่าปลาเค็มทั่ว ๆ ไปก็เถอะ แต่ถ้าไปถามคนที่ว่าไม่หอมถึงอย่างไรก็คงจะไม่ยอมหอม จะไปปรับระดับความรู้สึกที่มีต่อกลิ่นให้เหมือน ๆ กันก็คงจะยาก

y5169

y5168

ถ้าอยากซื้ออะไรแบบที่เค็มจัด ๆ ก็มีเกลือขาย ไม่แน่ใจว่าจะทำเกลือเองหรือรับมาอีกที แต่ที่แน่ ๆ ก็คือถ้าทำกะปิและทำปลาเค็มขายก็คงจะต้องใช้เกลือในการหมักเค็มเยอะ แต่ก่อนนี้เกลือก็น่าจะเป็นอะไรที่ว่าเค็มสุด ๆ แล้ว ถึงได้มีสำนวนไทยมาแต่โบร่ำโบราณว่าเค็มเป็นเกลือ หรือเค็มเหมือนเกลือ เดี๋ยวนี้น่าจะค้นพบสิ่งที่เค็มกว่าแล้วเพราะได้ยินคำพูดอยู่บ่อย ๆ ถึงคนที่เค็มยิ่งกว่าเกลือ

y5167

ของขายที่เค็มน้อยกว่าเกลือลงมาหน่อยก็ยังมีอย่างน้ำปลาเคย ที่จริงก็ต้องเรียกว่าน้ำเคยเพราะไม่ได้มาจากการหมักปลา แต่เป็นผลพลอยได้จากการทำกะปิที่เอาเคยมาหมักกับเกลือ น้ำในตัวเคยหมักเกลือที่ไหลหยดออกมาจากการหมักทิ้งค้างคืนไว้ให้แห้ง ก็หาภาชนะอะไรเอามารองใส่เก็บไว้แล้วเอามาต้มเคี่ยวก็จะได้ใช้เป็นน้ำปลาเคย หรือน้ำปลากะปิ

y5166

y5165

ได้เวลาควักเงินออกจากกระเป๋าก็ไปเลือกดูกะปิอย่างที่ตั้งใจจะมาซื้อก่อน มีกะปิให้เลือกกินอยู่หลายอย่างดูจากป้ายที่เขียนติดไว้มีทั้งกะปิกุ้ง กะปิเคยแท้ และกะปิเคยตาดำ สีสันของกะปิแต่ละอย่างก็ดูจะแตกต่างกันไป อย่างสีของกะปิที่ติดป้ายบอกว่าเป็นกะปิกุ้งก็ดูจะมีสีอ่อนหน่อย สีเข้มขึ้นกว่ากันอีกหน่อยก็เป็นกะปิเคย ซึ่งราคาก็ดูจะเข้มขึ้นตามไปด้วย กะปิเป็นของกินที่มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า “ไม่ให้ใช้สีทุกชนิด” เช่นเดียวกับกุ้งแห้ง และปลาเค็ม มีกำหนดอยู่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 66 (พ.ศ. 2525) นั่นแหละ

y5164

y5163

เลือกไปเลือกมาสุดท้ายก็ไปยอมลงเอยกับกะปิที่มีสีเข้มสุดและราคาก็สูงกว่ากะปิอย่างอื่น เป็นกะปิที่เรียกชื่อกันว่ากะปิตาดำ หรือกะปิเคยตาดำ ดราม่าสักหน่อยด้วยการชิมกะปิเหมือนจะเปรียบเทียบเนื้อและรสชาติไปอย่างนั้นเอง ชิมแล้วก็แยกอะไรไม่ออกบอกอะไรไม่ถูกหรอก แต่ซื้ออะไรแบบที่พอจะเคยคุ้นชินมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้ก็เลือกใช้กะปิเคยตาดำของคลองโคนอยู่พักใหญ่ แต่หลัง ๆ ขี้เกียจขับรถไปอีกไกลหลายสิบกิโล สัดส่วนผสมระหว่างเกลือกับเคยในการทำกะปิของแต่ละแหล่งที่เหมือนจะใช้อยู่ไม่เท่ากัน ทำให้รสชาติกะปิได้ออกมาไม่เหมือนกัน แดดเองก็มีส่วนอยู่เยอะ ได้แดดดี ๆ สีกะปิก็จะเข้มสวย แดดน้อยอย่างน่าฝนกะปิก็จะเค็มหน่อย เคยตาดำเป็นเคยเนื้อเนียนละเอียดทำให้เนื้อกะปิดูเนียนสวยไปด้วย ขับรถมาตั้งไกลจะซื้อกะปิกระปุกเดียวก็ดูกระไรอยู่ อยากให้คุ้มกับค่าน้ำมันก็เลยยอมควักเงินซื้อกะปิหลายกระปุกเอาไปฝากคนนู้นคนนี้ด้วย

y5162

y5161

แม้ว่าความตั้งใจแต่แรกออกจากบ้านก็ว่าจะไปซื้อแค่กะปิ แต่พอเดินดูไปดูมาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะคันมือควักเงินซื้อของอย่างอื่นติดมือกลับมาด้วย ของกินอีกอย่างที่ต้องมีติดก้นครัวไว้เสมอก็คือกุ้งแห้งที่ชอบแบบตัวโตสักนิดแล้วเนื้อนิ่ม ๆ สักหน่อย เปลือกน้อย ความเค็มพอประมาณ เอาไว้เวลาที่ปากว่าง ๆ ก็หยิบมาเคี้ยวเล่นได้เพลิน ๆ ซื้อส้มตำหรือผัดไทยมากินที่บ้านก็โยนใส่เติมลงไปสักกำมือเล็ก ๆ ให้กินแล้วรู้สึกว่าได้เนื้อ ทำน้ำปลาหวานใส่กะปิไว้จิ้มมะม่วงก็ไม่ชอบป่น แต่ใส่แบบเต็มตัวลงไปให้กินได้แบบคำละสองสามตัว หรืออย่างผัดวุ้นเส้นใส่ไข่แล้วก็ชอบโรยหน้าด้วยกุ้งแห้งที่ทอดให้พอกรอบ ๆ

y5160

y5159

เห็นปลาเค็มแล้วก็นึกอยากมีเก็บเอาไว้ยามนึกอยากกินปลาเค็มทอดกับข้าวสวยหรือข้าวต้ม หรือไม่ก็เอามาใช้ปรุงใส่กับผัดผักซึ่งชอบจะหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาดลูกเต๋า แต่ที่ถนัดทำอยู่บ่อย ๆ ก็คือทอดแล้วเอามายีขยี้ให้ชิ้นเล็กลงอีกหน่อยแล้วเอามาผัดกับข้าวเป็นข้าวผัดปลาเค็ม เวลาทำอาหารพวกนี้คนข้างบ้านก็มักจะรู้เพราะกลิ่นมักจะโชยไปสามบ้านแปดบ้าน ดูปลาเค็มหั่นชิ้นเอาไว้ถึงจะถูกตาแต่ยังไม่นึกถูกใจ มองไปที่ปลาอินทรีตัวใหญ่ ๆ ชอบลายเส้นข้างตัวที่เห็นเป็นขีดบั้ง ๆ ไม่คิดจะซื้อปลายกตัวหรอก ตัวใหญ่เบ้อเริ่มขนาดนั้นไม่รู้ว่าแบ่งเอาทำกินกินนานแค่ไหนถึงจะหมด ขอซื้อแบบตัดแบ่งเป็นชิ้น ๆ เนื้อปลาหนา ๆ แบบนี้มีดที่ใช้หั่นต้องคม ขืนมีดทู่หั่นแบบถู ๆ เนื้อปลาจะเละเสียโฉมไปเสียก่อน ใช้แรงคนกดมีดลงสุดตัวยังตัดเนื้อปลาไม่ขาด ต้องใช้ท่อนไม้ช่วยทุบสันมีดเพิ่มแรงน้ำหนัก

y5158

y5157

ตัดแบ่งได้ครึ่งตัวแล้วก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊มั่ว ๆ ไปว่าขอเป็นชิ้นเนื้อปลาแถว ๆ ตรงนี้ กินเป็นอย่างเดียวแต่เลือกไม่เป็นหรอกว่าเนื้อปลาตรงไหนถึงจะกินอร่อย คิดได้แค่ว่าช่วงกลางลำตัววงรอบตัวน่าจะกว้างดี กว่าจะหั่นได้ปลาเค็มมาชิ้นหนึ่งขนาดความหนาประมาณหนึ่งนิ้วก็ทำเอาเหนื่อยแรงไปทั้งคนหั่นและคนคอยลุ้น นี่ถ้าซื้อยกตัวกลับบ้านมาหั่นชิ้นเองก็ไม่รู้เมื่อไรจะหั่นได้เสร็จ เนื้อปลายังสวยสีสดน่าดู ไม่มีเกลือเกาะอยู่ให้เห็นซึ่งจะบ่งบอกถึงระดับเข้มของความเค็ม

y5156

y5155

กลัวคนหั่นจะไม่หมดแรงก็เลยสั่งให้หั่นต่อจนได้ถึง 6 ชิ้นแล้วค่อยพอ คิดราคากันเป็น กก. เอาไปชั่งได้น้ำหนักเท่าไรก็คิดเงินกันเท่านั้น หน้าตาเนื้อปลาประมาณนี้เอามาทอดกินรสชาติน่าจะกำลังดีไม่เค็มจัด

y5154

y5153

เดินต่อไปดูปลาสดอย่างปลากระบอกที่กำลังถูกหกมือรุมผ่าตัดแต่งกันอยู่ ดูเหมือนจะเป็นงานเริ่มต้นของการแปรสภาพซึ่งเดาเอาเองว่าผลผลิตสุดท้ายที่เอามาวางขายก็น่าจะเป็นปลากระบอกแดดเดียว ยังพอจะซื้อทันถ้าอยากได้ปลากระบอกสดกลับบ้านไปทำกับข้าวกิน นึกถึงต้มส้มปลากระบอกขึ้นมาได้ก่อนอย่างอื่น แต่ไม่ได้เตรียมติดกล่องโฟมใหญ่หน่อยเอาไว้ใส่ของสดติดรถมาด้วย อีกอย่างยังไม่มั่นใจว่าซื้อเสร็จแล้วจะกลับเข้าบ้านเลย ไม่อยากขนของสดใส่รถตระเวนต่อไปอีกหลาย ๆ ที่ ตกลงใจไม่ซื้อปลากระบอกแล้ว แต่ยังได้รับการบอกขายหอยลายสดต่ออีก สดขนาดที่ตอนคุยกันนั้นยังไม่มี แต่จะมาถึงร้านตอนประมาณสักสิบโมงกว่า ไม่รู้ว่าจะกว่าเท่าไรก็เลยขี้เกียจจะรอ ไปถึงตอนที่ยังเช้าไปหน่อยก็เลยไม่ทันได้เห็นหอยลายสดที่ว่ากันว่าฝาต้องหุบไม่อ้าให้เห็นตัวหอยข้างใน

y5152

แต่ที่มีอยู่แล้วแน่ ๆ ก็คือปูทะเลเป็น ๆ ซึ่งเดินไปดูแล้วก็เจอทั้งปูเนื้อและปูไข่ ป้ายบอกว่าเป็นปูขุดเพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นปูที่ได้ตัวมาจากรูปู ชะโงกหน้าเห็นตัวปูที่ตัวไม่ใหญ่นักขนาดแค่ประมาณฝ่ามือ ข้อเสนอของผู้ขายก็คือให้เลือกปูแล้วเดี๋ยวจะนึ่งสุกให้กินได้เลย แต่ไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดให้ คิดราคากันตามน้ำหนักปู

y5150

เป็นวันที่ไม่นึกอยากกินปูไข่ก็เลยเลือกปูเนื้อมา 3 ตัว ขอเป็นคนลงมือนึ่งปูเอง เริ่มจากน็อคปูให้นิ่งสงบด้วยความเย็นก่อนระหว่างที่ตั้งซึ้งต้มน้ำ พอน้ำเดือดก็เอาตัวปูลงซึ้งนึ่งแบบไม่ได้แก้มัดก้ามให้ ก็ปูตัวยังเป็นอยู่โดนก้ามปูหนีบคงไม่เป็นเรื่องสนุก นึ่งอยู่ประมาณ 20 นาทีจากปูตัวสีดำก็กลายเป็นปูสีส้มแดง กะเอาว่าเนื้อข้างในตัวปูน่าจะสุกกินได้แล้ว เพราะอยากเคยก็เลยได้กินปูในราคาห้าร้อยบาทมีทอน

y5151

y5149

ปูถูกมัดนั้นถึงจะแทงก้ามไม่ได้ แต่ก็ต้องน็อคเอาไว้เพราะยังแทงกั๊กได้อยู่ !!!

ชัยพฤกษ์
20 กันยายน 2559