นอนพิษณุโลกแต่อยากกินปูทะเล เข้าร้านสวย KASNAREE เจอปลาร้าสั่งส้มตำกับแกงเห็ด

y5288

ร้านที่ตกแต่งแบบส่วนผสมของคนพิษณุโลกกับเชียงราย ทำร้านออกมาให้ดูสวยเป็นสไตล์บูทีคล้านนา อยู่ที่พิษณุโลกเปิดร้านมาได้น่าจะยังไม่เต็ม 2 ปีดี พื้นที่เยอะพอให้แยกส่วนที่กินได้ มีทั้งแบบให้ไปนั่งอิ่มหนักกับมื้ออาหาร หรือแบบเบา ๆ แค่อยากจะไปพักนั่งจิบกาแฟกินเบเกอรี่ ทำร้านใหญ่ ๆ สวย ๆ แล้วตั้งชื่อว่า KASNAREE เมื่อตอนที่จะไปทำความรู้จักครั้งแรกยังนึกไปไกลคิดหาเอาเองว่าน่าจะเอาชื่อมาจากเมืองท่องเที่ยวของฝรั่งที่ไหนสักแห่ง แต่พอได้เข้าไปทักทายแล้วถึงได้รู้ว่ามาจากชื่อภาษาไทยว่า เกษนรี

y5287

y5483

มานอนอยู่ที่พิษณุโลก 3-4 คืนที่รีสอร์ทแถว ๆ สี่แยกอินโดจีน วัน ๆ ก็ตะลอนไปนู่นมานี่กว่าจะกลับเข้าที่พักได้ก็มืดค่ำแล้ว มื้อเย็นก็เลยไม่ค่อยได้ไปหากินอะไรไกล ๆ ที่ไหน ได้เวลาท้องหิวก็แวะกินร้านที่อยู่ใกล้ ๆ ที่พักนั่นแหละ เป็นร้านสไตล์สวนอาหารที่มีของกินออกไปแนว ๆ อีสานเปิดขายมานานสิบกว่าปีได้แล้ว ชื่อร้านส้มตำอินเตอร์ที่เฉพาะแค่เมนูส้มตำก็มีให้เลือกกินร่วม ๆ 30 อย่าง ที่ผูกปากก็คงเป็นเรื่องของรสชาติความแซ่บโดยเฉพาะส้มตำปูปลาร้าที่ถึงเครื่องและถึงรส ส่วนที่ผูกใจก็น่าจะเป็นราคาที่ไม่หนักหน่วงอะไร หิ้วท้องหิวเข้าร้านพอของกินมาลงโต๊ะก็ตั้งหน้าตั้งตาลงมือโซ้ยไม่ทันได้ถ่ายก่อนกิน ก็เลยยังไม่มีรูปเอามาเล่าให้เกิดเป็นเรื่อง เอาไว้วันหน้ามีโอกาสไปกินอีก ก่อนกินจะยั้งมือและปากขอถ่ายให้เสร็จก่อน

y5286

กินส้มตำปูปลาร้าแบบเบิ้ลสองจานอยู่สองค่ำ ถึงค่ำสุดท้ายก่อนวันรุ่งขึ้นที่จะกลับจากพิษณุโลกใจเกิดพิลึกนึกอยากกินปูทะเลขึ้นมาเสียอย่างนั้น นิสัยความอยากเป็นอะไรไม่รู้ชอบไปนึกโหยหาอาหารทะเลเอาตอนที่ไปเมืองที่อยู่ห่างไกลจากทะเล คราวที่ไปตะลอนอยู่ซีอานที่เมืองจีนก็ครั้งหนึ่งแล้ว ทะเลที่อยู่ใกล้ที่สุดก็น่าจะสักประมาณ 600-700 กม. แต่ก็ยังดิ้นรนไปหากินปูทะเลให้จนได้ คิดเข้าข้างตัวเองว่าพิษณุโลกอยู่ห่างจากทะเลก็น่าจะสักประมาณ 400 กม.เอง ราคาปูก็ไม่น่าจะต่างจากที่กินอยู่แถว ๆ กรุงเทพฯ สักเท่าไร นึกไปนึกมาก็นึกขึ้นได้ถึงร้านเกษนรีที่ขึ้นต้นเรื่องมาตั้งแต่แรกนั่นแหละ นึกออกว่าในเล่มเมนูเคยเห็นของกินที่เป็นของทะเลอยู่หลายอย่าง

y5285

y5284

คิดออกแล้วก็ออกรถจากที่พักนอน เลี้ยวซ้ายใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 126 เลี่ยงเมือง ขับมาเรื่อย ๆ จนถึงแถว ๆ แยกบึงพระก็เลี้ยวขวาเข้าถนนเลียบทางรถไฟที่จะไปท่าอากาศยานพิษณุโลกนั่นแหละ วิ่งเลยทางแยกเข้าสนามบินไปอีกประมาณ 1 กม. ก็เจอร้านอยู่ทางขวามือ ไปถึงตอนหกโมงเย็นกว่านาทีอีกนิดหน่อยเจอรถจอดจนยาวเต็มที่จอดจนเกือบหมดแล้ว มากินคราวก่อนไม่ได้เจอรถเยอะอย่างนี้

y5283

y5282

ตัวร้านและโต๊ะกินเป็นไม้ที่ดูสวยกลมกลืนเข้ากับบรรยากาศของร้านซึ่งตกแต่งเป็นสไตล์สวนต้นไม้และน้ำตก แล้วมีธารน้ำไหลระรินอยู่ข้าง ๆ โต๊ะนั่งแบบที่ไม่ต้องการความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มาตอนที่ท้องฟ้ายังมีแสงสว่างอยู่ก็น่าจะดูอะไรได้เห็นมากกว่าที่มาตอนมืด ๆ

y5281

y5280

ชอบแบบแอร์เย็น ๆ ก็มีให้เลือกนั่งสองชั้นทั้งข้างล่างและข้างบน

y5279

y5278

ห้องแอร์ข้างล่างมีส่วนแยกที่ทำเป็นโซนร้านขายเบเกอรี่ กาแฟ และเครื่องดื่ม ด้านนอกห้องแอร์ยังทำเป็นโซนแบบให้นั่งห้อยขาจิบกาแฟดูปลาคาร์พว่ายวนไปมาอยู่ในน้ำ เป็นไอเดียที่ได้มาจากก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมแม่น้ำน่านของพิษณุโลก

y5277

y5276

เค้กที่ขายอยู่เป็นเค้กทำเองแบบโฮมเมด รู้สึกว่าจะเปิดสอนทำเบเกอรี่ด้วย เค้กตัวที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านก็น่าจะเป็นเค้กมะพร้าวอ่อน ที่ได้มาลองลิ้มรสและเนื้อหาตั้งแต่คราวที่มากินครั้งแรกแล้วก็รู้สึกติดปากในความนุ่มที่เหมือนละลายหายไปในปาก รสความหวานก็เป็นแบบอ่อน ๆ เนียน ๆ

y5275

y5274

มากินมืด ๆ ค่ำ ๆ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยถนัดนั่งแบบโอเพ่นแอร์ หลัง ๆ มานี้ดูจะเน้นหนักความสนใจไปทางจานอาหารมากกว่าบรรยากาศรอบตัว นั่งข้างนอกกลางคืนกลัวยุงก็เลยเดินขึ้นชั้นบนไปนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างนกยูงในห้องแอร์ สั่งน้ำเปล่ามากินขวดละ 15 บาท น้ำแข็งอีกถังราคา 20 บาท ราคานี้เบ็ดเสร็จแล้วไม่มีบวกภาษีหรือชาร์จเซอร์วิสเพิ่มอะไรอีก

y5273

มากินร้านอาหารสวย ๆ แบบนี้ทั้งที กลัวจะดูว่ากินแบบไม่มีรสนิยมเปิดมื้ออุ่นเครื่องก็ต้องสั่งอาหารที่ดูเข้าท่าเข้าทางหน่อยมากิน ก่อนอื่นเลยก็สั่งเตรียมข้าวเปล่าจานละ 15 บาทมารอไว้ หน้าตาและกลิ่นรสบ่งบอกว่าเป็นข้าวหอมมะลิ

y5272

y5271

กับข้าวที่สั่งเอามากินเปิดตัวกับข้าวหอมมะลิต้องเป็นกับข้าวไทยระดับอมตะอย่างไข่เจียว เติมให้ดูมีสีสันขึ้นอีกหน่อยก็ต้องปรับระดับให้เป็นไข่เจียวกุ้งสับจานละ 89 บาท

y5270

y5269

อีกจานเป็นผักที่สั่งเอามากินกระตุ้นน้ำย่อยกับข้าวสวยหอมมะลิ กะหล่ำปลีทอดน้ำปลาจานละ 79 บาท เมนูกะหล่ำปลีทอดหรือผัดน้ำปลานี้ไปกินแต่ละร้านดูเหมือนสูตรการผัดของแต่ละร้านจะไม่ค่อยเหมือนกัน รวมทั้งระดับการตั้งราคาก็แตกต่างกันไปด้วย ทั้งที่ส่วนประกอบสำคัญก็เจออยู่แค่กะหล่ำปลี น้ำมัน และน้ำปลา ที่เพิ่มให้ดูมีสีสันขึ้นอีกหน่อยก็คือกระเทียมกับพริก บางร้านเห็นราคาแล้วก็ถอดใจในความแพงเว่อร์ ต้องอดใจไว้รอวันรุ่งค่อยไปซื้อกะหล่ำปลียกหัวมาผัดกินเอง ความอร่อยอยู่ที่พอลิ้นได้แตะเจอกะหล่ำปลีก็จะสัมผัสได้ถึงความกรุ่นหอมของน้ำปลา

y5268

y5267

จากจานกับข้าวอย่างไข่เจียวกับผัดผักที่ทำให้น้ำย่อยเริ่มไหลเวียนกระตุ้นต่อมอยากได้แล้ว ก็ถึงคราวที่เริ่มมองหาของกินเบา ๆ แต่พอให้ได้มีรสชาติจัดจ้านบ้างอย่างยำสามกรอบจานนี้ 129 บาท ของกินที่เป็นได้ทั้งของกินเล่น กินเป็นกับแกล้ม หรือจะกินเป็นกับข้าวก็กินได้ทั้งกับข้าวสวยและข้าวต้ม ตัวเอกของยำจานนี้ก็น่าจะเป็นกระเพาะปลาทอดกรอบซึ่งที่ร้านนี้เลือกใช่กระเพาะปลาแบบวงใหญ่ปน ๆ เข้ากับเครื่องกรอบอย่างอื่นคลุกเคล้ากับน้ำและเครื่องยำ ถึงร้านจะดูทันสมัยนิวลุคแบบสากลแต่รสชาตินั้นลงตัวได้ความเป็นยำแบบไทย ๆ

y5266

y5265

อีกจานที่เป็นของกินได้ทั้งกินเล่น กินเป็นกับแกล้ม และกินเป็นกับข้าว กุ้งทอดซอสมะขาม 230 บาท เอากุ้งแชบ๊วยไล้แป้งหน่อย ๆ แล้วค่อยเอาไปลงทอดในน้ำมันท่วมให้กรอบผิวนอกแต่นุ่มเนื้อใน กุ้งสดเนื้อหวานเคี้ยวกรอบ ๆ นุ่ม ๆ แบบนี้ราดให้ได้รสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ด้วยน้ำซอสมะขามเคี่ยวกับน้ำตาลหน้าตาแบบเดียวกันกับน้ำราดไข่ลูกเขย

y5264

y5263

จานถัดมากินเล่นคงไม่ค่อยสะดวก เพราะดูจากเครื่องปรุงผัดแล้วก็น่าจะมีความเผ็ดร้อนเกินสนุกกว่าที่จะกินเล่น แต่กินเป็นกับข้าวก็มีข้าวสวยคลุกช่วยประทังความเผ็ด กินเป็นกับแกล้มก็น่าจะเหมาะกับลำคอที่เรียกกันว่าคอทองแดง ผัดฉ่าปลากดคัง 189 บาท ที่ถึงเครื่องและถึงรสผัดฉ่ากินแล้วได้ความฉ่าแผ่ซ่านตั้งแต่ปากลงไปถึงกระเพาะ ปลากดคังเป็นปลาแม่น้ำที่เนื้อแน่นและหนังหนา เวลาใส่เข้าปากเคี้ยวแล้วจะรู้สึกนุ่ม ๆ หนึบ ๆ เคยตามไปกินถึงแหล่งที่ปลากดคังขึ้นชื่ออย่างแถว ๆ แม่น้ำสาละวิน เอามาทำต้มยำก็กินอร่อย หรือขี้เกียจทำอะไรให้ยุ่งยากแค่เอามาลวกสุกแล้วจิ้มกินกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวพริกขิงก็อร่อยไม่รู้ลืมแล้ว

y5262

y5261

ลดความเผ็ดร้อนของผัดฉ่าด้วยจานผัดที่มีรสชาติเฉพาะตัวและโชยกลิ่นหอมของผงกะหรี่ เนื้อปูผัดผงกะหรี่ ราคา 349 บาท เนื้อปูสดก้อน ๆ อาจทำให้ราคาดูสูงกว่าอาหารจานอื่น ๆ แต่ก็น่าจะคุ้มกับการที่ไม่ต้องเปลืองเวลาและเปลืองมือแกะปูตัวหาเนื้อกินเอง จานกินที่หน้าตาแบบนี้ไม่ได้แค่อร่อยอยู่ที่เนื้อปูหวาน ๆ แต่น้ำผัดที่รสชาติหวานเนียนเติมไข่ใส่นมผสมกับน้ำมันพริกเผาให้สีสันออกมาดูสวยชวนกินนั้น ใช้คลุกข้าวสวยหอมมะลิก็กินเพลินดีด้วยเหมือนกัน

y5260

y5259

กลัวจะขาดแคลเซียมถ้าไม่ได้กินปลาร้า ยังติดปากติดใจนึกอยากกินส้มตำปูปลาร้าทั้งที่กินมาติดกัน 2 วันแล้ว มื้อนี้ลองร้านและเปลี่ยนรสมือดูบ้าง ยอมรับว่าเป็นร้านที่มีของให้เลือกกินหลากหลาย แม้แต่ส้มตำปูปลาร้าก็ยังมีขาย ราคาความแซ่บซี้ดจานนี้อยู่ที่ 69 บาท เป็นจานที่ได้คุณค่าทางอาหารสารพัดชนิดทั้งจากเส้นมะละกอ แครอท ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะเขือเทศ พริก และกระเทียม ที่เอามาโขลกตำเบา ๆ ไม่ให้ผักเละช้ำคลุกเคล้ากับปูดอง น้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาร้า และน้ำมะนาว ทำออกมาได้หน้าตาและรสมือจัดจ้านซี้ดซ้าดไม่แพ้มือตำของร้านขายส้มตำรสเด็ดทั้งหลาย

y5258

y5257

กินของผัด ๆ ทอด ๆ มาหลายจาน ก็เลยนึกอยากกินผัก ๆ ต้ม ๆ เพื่อสุขภาพบ้าง สะดุดตากับชื่อแกงเห็ดรวมในเมนู ไถ่ถามดูแล้วพอจะได้ความให้นึกหน้าตาไปได้ถึงแกงลาว กลัวจะไม่ครบรสครบเครื่องก็เลยสั่งให้ใส่ปลาร้ามาด้วย แกงเห็ดรวม 89 บาท ที่มีเห็ดใส่รวม ๆ กันมาอยู่หลายชนิด แล้วก็ยังมีบวบกับชะอมด้วยอีก เอามาต้มกับน้ำใบย่านางเติมปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำปลาร้า ได้ความผ่าวร้อนไล่เลือดลมให้เดินรื่นด้วยพริก หอมแดง และตะไคร้ เดือดสุกพร้อมกินแล้วก็โรยใบแมงลักลงไปอีกหน่อย ซดเรียกเหงื่อออกได้ดีนัก

y5256

y5255

ปลาทอดที่ดูเหมือนจะขึ้นชื่ออีกอย่างของร้านก็คือปลากะพงทอดน้ำปลา แต่มื้อนี้เปลี่ยนอารมณ์มากินปลากะพงทอดสามรส ราคา 380 บาทแทน นอกจากจะอยากกินเนื้อปลาที่ทอดให้กรอบผิวนุ่มเนื้อแล้ว ก็ยังตั้งใจที่จะเอาน้ำราดสามรสมาคลุกกินกับข้าวสวยหอมมะลิ น้ำราดที่มีรสเปรี้ยว หวาน และเค็มนั้นก็พอที่จะลงตัวกินได้เพลินอยู่ แต่พริกที่เอามาโขลกกับกระเทียมเอามาผัดปรุงรสกับน้ำสุก น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลานั้นดูจะออกรสเผ็ดแรงไปหน่อย จานนี้ถ้าไม่ชอบกินเผ็ดก็ควรจะสั่งเป็นแบบแยกน้ำราดมาต่างหาก

y5254

มัวแต่เจริญอาหารจนเกือบลืมของที่ตั้งใจว่าอยากจะมากิน ถามไถ่ราคาปูทะเลดูก่อนว่าจะมีเงินในกระเป๋าเหลือพอให้กินได้หรือเปล่า

y5253

สั่งปูตัวแบบนึ่งมากิน ได้น้ำจิ้มซีฟู้ดมาดูต่างหน้าปูก่อน เอาปลายช้อนแตะชิมน้ำจิ้มซีฟู้ดสีเขียว ๆ ลิ้นเจอทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน ครบรส ความเผ็ดพอมีให้ได้รู้สึกไม่มากไม่น้อย เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดอีกร้านหนึ่งที่มีรสชาติถูกลิ้น

y5252

y5251

ปูทะเลนึ่งขนาด 3 ตัว 1 กก. ราคา 1,500 บาท อยู่กรุงเทพฯ พอจะหากินปูเนื้อตัวขนาดประมาณนี้ได้ในราคาน่าจะสัก 800 บาท แต่ถ้าเป็นปูไข่ก็แพงกว่ากันอีกสัก 200 บาท แต่ในเมื่อนึกอยากก็ยอมกิน ไม่ทนรอกลับไปกินที่กรุงเทพฯ แล้ว เนื้อปูหวานแน่นดีบอกได้ถึงความสด ปูที่ถูกจับขังไว้นานเนื้อมักจะโพรกหาย ถ้าเอานิ้วมือไปกดหน้าท้องตอนตัวปูยังเป็น ๆ ท้องจะยุบบุ๋ม ไม่ใช่ว่าเป็นปูรักษาหุ่นแต่เป็นปูขาดอาหารที่ต้องย่อยเอาเนื้อตัวเองไปใช้หล่อเลี้ยงตัว แหล่งของทะเลที่ร้านนี้น่าจะมาจากแถว ๆ มหาชัย เนื้อแน่น ๆ ในตัวปูนั้นกินแล้วหวานอร่อยกว่าเนื้อก้าม แต่เนื้อตรงก้ามก็ใหญ่เยอะเต็มปากเต็มคำกว่าเนื้อตัว มีหลายร้านที่เอาก้ามปูแยกออกไปขายต่างหาก ก้ามปูใหญ่ ๆ ขายกันถึงราคาก้ามละ 500 บาทเชียวแหละ

y5250

y5249

หมดจากปูแล้วก็ต้องกินของหวานปิดมื้อ ไม่รู้จะเป็นกันหรือเปล่าที่กินของคาวจนอิ่มแทบจะกินไม่ลงแล้ว แต่พอเจอของหวานเข้ากลับกินต่อได้อีก ว่ากันว่าการกินของหวานนิด ๆ หน่อย ๆ หลังอิ่มอาหารคาวจะทำให้สมองรู้สึกว่าอิ่มกำลังดี ของหวานมื้อนี้เป็นขนมเค้กบลูเบอรีชิ้นละ 69 บาท ชมและชิมจากเนื้อเค้กแล้วเดาเอาว่าน่าจะเป็นพวกชิฟฟอนเค้กหรือชีฟองเค้กที่มีพวกไข่กับนมเป็นส่วนผสมหลัก ให้แคลอรี่ไม่เยอะนักกินแล้วก็น่าจะอ้วนเร็วน้อยหน่อย

y5248

y5247

อีกชิ้นหนึ่งน่าจะเป็นเค้กซิกเนเจอร์ของร้านเพราะติดปากคนกินกันมาตั้งแต่เปิดร้านใหม่ ๆ เค้กมะพร้าวอ่อนชิ้นละ 79 บาท เนื้อนุ่ม ๆ รสเนียน ๆ แบบชิฟฟอนเค้กหรือชีฟองเค้ก ชั้นครีมนุ่มเบา ๆ สอดแทรกไว้ด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน ไม่หวานและมันจัดทั้งเนื้อเค้กและตัวครีม

y5246

มื้อนี้เผลอตัวกินเยอะไปหน่อย เงินติดตัวเกือบไม่พอจ่าย ถึงจะได้ตามแห่ไปธนาคารลงทะเบียนใช้บริการพร้อมเพย์ไว้ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรได้ บ่จี๊-ไม่มีจ่าย ถึงอย่างไรก็ไม่พร้อม(ที่จะ)เปย์ !!!

ชัยพฤกษ์
4 กันยายน 2559