แตะเขาค้อรีบห้อไปไหว้พระนั่งซ้อนผาซ่อนแก้วก่อนย้อนแจวมารูท 12

y5420

ความตั้งใจเมื่อตอนเช้าตอนที่ออกจากที่พักนอนที่พิษณุโลกก็ว่าจะใช้เวลาทั้งวันไปตระเวนเที่ยวแถว ๆ เขาค้อที่เพชรบูรณ์ แต่ติดนิสัยแวะเถลไถลดูนู่นดูนี่ไปตามทาง  จนกระทั่งหมดเวลาไปครึ่งวันแล้วตัวก็ยังเดินเล่นอยู่ในรีสอร์ทแถว ๆ วังทอง แหงนหน้าขึ้นมองฟ้าแล้วก็ชักผวาฝนฟ้าที่ออกอาการคล้ำมืดให้เห็น ไม่ยอมเสียเวลาหย่อนก้นลงนั่งกินข้าวเที่ยง แต่ออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ เหลือเวลาอยู่อีกครึ่งวันก่อนค่ำมืดคงจะแวะเที่ยวแต่ละแห่งได้แค่แบบแตะ ๆ ขืนเที่ยวแบบเอาตัวไปแหมะไว้ที่ใดที่หนึ่งก็คงจะไปได้ไม่ถึงไหน

y5419

y5418

ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 12 ต่อจากช่วงหลัก กม.ที่ 46 มุ่งหน้าไปตามถนนหนทางที่จะไปหล่มสัก ตลอดทางไม่ได้แวะเถลไถลข้างทางที่ไหนอีก วิ่งรถไปได้อีกประมาณ 45-46 กม. ก็พ้นจากเขตรอยต่อจังหวัดพิษณุโลก เข้าสู่พื้นที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเข้าค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์  ถนนหนทางเดี๋ยวนี้ขยับขยายดูกว้างขวางราดยางอย่างดี พอให้ได้ทำความเร็วรถแข่งเวลากับฟ้าฝนได้บ้าง แหงนหน้ามองฟ้าอีกทีพอจะได้เห็นความแจ่มใสสว่างไสวขึ้นมาบ้าง ค่อยใจชื้นขึ้นว่าถึงจะได้แวะเที่ยวแบบแตะ ๆ แต่ก็ยังพอจะได้ลงไปเที่ยวเดินดูนู่นดูนี่ได้บ้าง

y5417

y5416

วิ่งรถมาอีกประมาณ 10 กม. ก็ถึงแยกแคมป์สน เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 พอจะจำได้ว่ามาขึ้นเขาค้อเป็นครั้งแรกก็น่าจะเป็นเมื่อสักประมาณปี 2530 นั่นเลย หลังจากที่การสู้รบระหว่างรัฐกับฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยบนเขาค้อเพิ่งจะยุติลงอย่างสิ้นเชิงได้ประมาณ 5 ปี สมัยนั้นถนนหนทางยังไม่ค่อยสะดวกสบายเหมือนอย่างเดี๋ยวนี้ ขึ้นมาแล้วก็ยังเจอความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ไม่ได้เห็นรีสอร์ทและร้านกาแฟเยอะแยะมากมายเหมือนอย่างทุกวันนี้ สถานที่หนึ่งที่ยังติดตาติดใจอยู่ตั้งแต่ไปครั้งแรกนั้นก็คือไร่บีเอ็น ซึ่งอยู่ห่างจากแยกแคมป์สนเข้ามาประมาณ 3 กม. ภาพความประทับตอนนั้นก็คือทางเข้าที่ต้องวิ่งรถผ่านกอไผ่สูงสองข้างทางซึ่งโค้งมาบรรจบกันเหมือนเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ แต่ก่อนนั้นจะซื้อของฝากจากเข้าค้อก็ต้องไปแวะซื้อที่ไร่บีเอ็นกันนี่แหละ

y5415

y5414

เข้าไร่บีเอ็นไปแตะ ๆ ชิมผลไม้แช่อิ่มนิดหน่อย แล้วก็แวะเข้าห้องน้ำก่อนที่จะเดินทางต่อ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 ไปต่ออีกประมาณ 15-16 กม. ก็ขึ้นถึงพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ซึ่งตอนที่มาขึ้นเขาค้อครั้งแรกนั้นยังไม่มีอยู่ มาสร้างขึ้นตอนหลังเมื่อปี 2539 จอดรถแล้วก็ลงไปยืนแวะพนมมือไหว้อยู่แค่ด้านนอกไม่ได้เข้าไปข้างใน แอบอธิษฐานอยู่ในใจขอให้ตลอดช่วงบ่ายนี้อย่าได้เจอฝน

y5413

y5412

จากพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษกใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 ขับรถไปอีกประมาณ 9-10 กม. ถึงสี่แยกรื่นฤดีแล้วเลี้ยวขวาที่จุดบรรจบกับถนนทางหลวงหมายเลข 2258 เลี้ยวไปประมาณ 1 กม.เศษ ก็เลี้ยวขวาอีกทีไปตามถนนทางขึ้นพระตำหนักเขาค้อ ช่วงนี้ถนนมีความลาดชันมากกว่าที่ผ่านมา ขับช้าลงหน่อยเพื่อความปลอดภัยอีกประมาณ 3 กม.ก็ถึงบริเวณพระตำหนักเขาค้อ ไม่ค่อยได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก มาขึ้นเขาค้อครั้งสุดท้ายก็น่าจะเป็นเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว

y5411

y5410

ไม่ได้เดินไปทางตัวพระตำหนักที่เป็นอาคารคอนกรีตรูปโค้งครึ่งวงกลม แต่เที่ยวแบบแตะ ๆ แค่ไปพักแวะดูธรรมชาติตรงจุดชมวิว

y5409

y5408

ดื่มด่ำกับธรรมชาติกับช่วงเวลาแค่สั้น ๆ แล้วก็ขับรถลงจากเขาย่าย้อนมุ่งหน้าไปทางเขาค้อ จากสี่แยกรื่นฤดีเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวง 2196 ประมาณไม่เต็ม 2 กม. ถึงสามแยกตรงบ้านกองเนียม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวง 2323 ตรงทางแยกที่มีป้ายบอกว่าเป็นทางขึ้นไปยอดเขาค้อ ประมาณ 3 กม. ก็มาถึงพื้นที่บริเวณที่เรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์อาวุธ หรือฐานอิทธิ ที่เก็บยุทโธปกรณ์เก่า ๆ ไว้เป็นบทเรียนประวัติศาสตร์ในยุคของการสู้รบกันเองของคนในบ้านเดียวกันกับวิถีคิดทางการเมืองแตกต่างกัน ไม่ค่อยได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนักกับสิ่งที่ได้มาเห็นเมื่อครั้งก่อนหน้าเมื่อ 6-7 ปีก่อน นอกจากสภาวะของสรรพสิ่งที่เสื่อมผุพังไปตามห้วงกาลเวลา

y5407

y5406

ใช้เวลาสั้น ๆ เดินเก็บความทรงจำกับความสวยงามของป่าเขากลับไป เพราะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้ย้อนคืนกลับมาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง

y5405

y5404

ถนนทางหลวง 2323 เป็นถนนที่ให้เดินรถทางเดียว เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่เที่ยวชมด้วยว่าเป็นเส้นทางที่ขึ้นยอดเขามีบางช่วงที่มีความลาดชัน เลยจากฐานอิทธิไปประมาณ 1 กม.กว่า ๆ ก็ถึงอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ซึ่งมองดูโดดเด่นอยู่บนยอดเขาค้อ ย้อนวันวานไปสักประมาณเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน พื้นที่แถว ๆ นี้ก็คือฐานที่มั่นหนึ่งของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย การเปิดยุทธการเพื่อยึดคืนพื้นที่ยอดเขาค้อของฝ่ายรัฐเกิดขึ้นเมื่อปี 2522 และสามารถสร้างฐานที่มั่นขึ้นได้บนยอดเขาค้อบริเวณที่เรียกว่าฐานปฏิบัติการกรุงเทพฯ ตามนามเรียกขานทางวิทยุของหน่วยปฏิบัติการที่สามารถเข้ายึดคืนพื้นที่บริเวณนี้ได้เป็นผลสำเร็จ

y5403

y5402

การเข้ายึดคืนพื้นที่และสร้างฐานที่มั่นขึ้นได้ไม่ใช่บทจบที่ว่าการสู้รบจะยุติลงไปด้วย แต่ยังคงมีความรุนแรงและการสูญเสียจากการถูกโจมตีต่อสู้อยู่เป็นระยะในช่วงปี 2523 – ปี 2524 จนกระทั่งฝ่ายรัฐต้องเปิดยุทธการใหญ่ ๆ อย่างต่อเนื่องหลายยุทธการในปี 2524 และได้ความสงบสุขคืนกลับมาอีกครั้งในปี 2525 ถัดมา ภายหลังการต่อสู้ที่ยาวนานกับการสูญเสียของผู้เสียสละฝ่ายรัฐที่มากมายถึง 1,171 ชีวิต และทำให้เขาค้อได้กลับกลายมาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของบ้านเราอย่างทุกวันนี้

y5401

y5400

เห็นชั่วโมงที่เหลือของวันที่เริ่มกระชั้นเข้ามา คงจะสมควรแก่เวลาที่จะต้องตัดใจร่ำลาเขาค้อไปอีกครั้งหนึ่งก่อน ไม่อยากจะขับรถกลับเข้าพิษณุโลกตอนฟ้ามืด อายุชักจะมากขึ้นสายตาก็เริ่มจะไม่ค่อยมีวิสัยทัศน์ ยิ่งถ้าเจอฝนเข้าไปด้วยจะยิ่งไปกันใหญ่ จอดรถแวะกินข้าวร้านอาหารตามสั่งข้างทางไปจานหนึ่งแล้วขับรถลงจากเขาค้อมาที่แยกแคมป์สน  ยังดื้อไม่ยอมเลี้ยวซ้ายกลับเข้าพิษณุโลก แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ขอไปต่ออีกนิดด้วยการเลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงหมายเลข 12 เลยไปอีกประมาณ 2 กม.ครึ่ง ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางแยกที่จะไปวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ยังมีทางเข้าได้อีกทางซึ่งอยู่เลยไปอีกหน่อยประมาณ 1 กม. เข้าไปได้ประมาณ 2 กม.กว่า ๆ ก็ถึงลานจอดรถแถว ๆ หน้าวัด ตั้งใจจะไปเข้าวัดไหว้พระก็ควรต้องทำจิตใจให้สงบ แต่ก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้กับการที่จะต้องจอดรถแบบที่ต้องเจอธุรกิจเก็บเงิน

y5399

y5398

มาขึ้นเขาค้อแต่ก่อนนั้นอยู่หลายครั้งก็ยังไม่ทันได้รู้จักวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จนกระทั่งเมื่อประมาณสักปี 2554 ถึงเพิ่งจะได้มารู้จักว่ามีวัดนี้อยู่ พร้อมกับสิ่งก่อสร้างใหญ่โตที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วสิริราชย์ธรรมนฤมิตที่เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2549 โดยพระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

y5397

y5396

ความน่าสนใจคงไม่ได้อยู่แค่ความยิ่งใหญ่โอฬารของสิ่งก่อสร้าง แต่ยังมีความตระการตาที่แฝงไว้ด้วยคติธรรมกับสารพัดสิ่งของเครื่องใช้อย่างเครื่องเบญจรงค์ กระเบื้องสี ถ้วยชาม แก้ว แหวน ลูกปัด หินสี เบญจรงค์ มุก ลูกปัด เพชร พลอย และของทั้งที่มีค่าและไม่มีค่าอีกมากมายหลายอย่าง เพื่อรวมกันให้เข้าเป็นสิ่งที่เรียกว่าจักรวาล

y5395

y5394

ไม่ได้เดินดูอะไรมากไปกว่าที่อยากมาไหว้พระธาตุ แม้พยายามจะตะครุบจิตด้วยการกำหนดสติให้หยุดอยู่ที่ว่า..ร้อนหนอ..ร้อนหนอ แต่ดูเหมือนว่าอาการรับรู้ถึงสภาวะร้อนของกายกับจิตจะไม่ได้แยกหายออกไปจากกัน ไม่ได้เป็นความร้อนที่เกิดกิเลสตัวใด แต่เป็นความร้อนจากการที่ต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าบนพื้นกระเบื้องกลางแดด ทำให้ระยะการเดินทั้งระยะทางและระยะเวลาไม่ยาวนานได้อย่างที่ตั้งใจ

y5393

y5392

สิ่งก่อสร้างที่ดูยิ่งใหญ่โอฬารอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลังเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วก็คืออุโบสถพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ซึ่งที่ยอดอุโบสถก่อสร้างเป็นรูปพระพุทธรูปสีขาว 5 องค์ ประทับนั่งซ้อนกันอยู่เป็นลำดับซึ่งไม่เคยได้ไปเห็นที่ไหนมาก่อน พระพุทธเจ้า 5 พระองค์เป็นเรื่องของคติความเชื่อทางศาสนาที่ว่าในอดีตย้อนกลับไปหลายอสงขัยกัปได้เคยมีพระพุทธเจ้าสืบเนื่องกันมาแล้วถึง 28 พระองค์ โดยในภัทรกัปซึ่งเป็นกัปปัจจุบันนั้นจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นรวม 5 พระองค์ ซึ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คือ พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน อีกองค์หนึ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นก็คือ พระเมตไตยพุทธเจ้า

y5391

y5390

เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาดูเหมือนว่าวัดจะปิดการเยี่ยมชมของผู้คนไปชั่วคราวสักประมาณครึ่งเดือนเพราะต้องเผชิญกับปัญหาภาวะแล้งน้ำ แล้วเมื่อปลายเดือนมิถุนายนก็มีชุดพยัคฆ์ไพรของกรมป่าไม้ที่เข้าไปตรวจสอบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่อีก ยกมือขึ้นท่วมหัวไหว้พระองค์ใหญ่ 5 องค์ที่ประทับนั่งซ้อนกันอยู่อีกครั้ง เก็บความทรงจำดี ๆ กับภาพธรรมชาติสวย ๆ ที่ได้เห็นก่อนที่จะเดินกลับออกจากวัดมา อดคิดไปถึงความสุขสงบแบบธรรมชาติ ๆ ไม่ได้

y5389

y5388

เที่ยวแวะนู่นแวะนี่แบบแตะ ๆ อย่างนี้ดูจะทำเวลาได้ดี เพิ่งจะสี่โมงครึ่งก็ขับรถย้อนกลับออกมาถึงถนนทางหลวงหมายเลข 12 ยูเทิร์นกลับรถหันมุ่งหน้าไปทางพิษณุโลก วิ่งรถมาได้ประมาณ 8 กม. ช่วงประมาณหลัก กม.ที่ 95 หักเลี้ยวข้ามถนนไปทางฝั่งขวามือ เข้าไปจอดรถอยู่ที่หน้าร้านรูท 12 ซึ่งเป็นทั้งร้านขายกาแฟ เครื่องดื่ม และของที่ระลึก ไม่ได้คอแห้งนึกอยากดื่มอะไร แต่ชอบกับบรรยากาศร้านที่ตกแต่งในสไตล์คันทรีที่ได้กลิ่นไอของดินโลกตะวันตก

y5387

y5386

เดินทะลุออกหลังร้านขอไปดื่มด่ำกับธรรมชาติของป่าเขาที่ยังมองเห็นได้ไปอีกยาวสุดลูกตา แวะแชะรูปกับข้าวของเครื่องใช้และโลโก้สินค้าเก่า ๆ ก่อนที่จะเข้าห้องน้ำอีกสักครั้ง ห้าโมงเย็นแล้วก็เลยกะว่าจะขับรถกลับเข้าที่พักนอนที่พิษณุโลกแบบยาวรวดเดียวจบ ไม่ถูลู่ถูกังไปแวะเถลไถลที่ไหนต่ออีก

y5385

ก่อนจะกลับขึ้นรถเดินมองหาของซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน ไปไหนมาไหนก็ยังชอบที่จะซื้อของกินของใช้ที่เป็นผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น เพื่อเป็นการอุดหนุนกระจายรายได้ให้เงินเกิดการหมุนเวียน แต่ก่อนแถวข้างถนนสายนี้จะมีร้านค้าของชาวเขาที่เอาเสื้อผ้าและของใช้ที่ทำจากผ้าลวดลายแบบชาวเขามาวางขาย เห็นแล้วก็ถูกตาซื้อติดมือเอาไปฝากคนนู้นคนนี้บ้าง แต่มาเที่ยวนี้ไม่ได้เห็นร้านค้าแบบที่ว่านี้แล้ว ไม่รู้ว่าหายหน้าหายตาไปไหนกันหมด แต่ก็ไปสะดุดตากับหมวกผ้าและกระเป๋าผ้าที่ดูเนื้อแล้วคล้ายผ้ายีนส์ โดยเฉพาะกระเป๋าสะพายที่ย้อมสีเขียวสดใส ขอบกระเป๋าที่ปล่อยชายผ้าให้ดูลุ่ย ๆ ตรงกับแนวขาลุยดิบ ๆ ดี ต่อราคากันถึงไม่ได้ลงตัวถูกเงิน แต่ถือว่าถูกใจก็เป็นอันจบ

y5384

เพื่อให้จบสนิทพอกลับที่พักหยิบมาดูให้ชัด ๆ ตาอีกที ปัดติโถ..ไปถึงเขาค้อทั้งที ก็กระเป๋ายี่ห้อนี้เคยเห็นเขาทำอยู่ที่เชียงใหม่ !!!

ชัยพฤกษ์
13 สิงหาคม 2559