ส้มตำหลอด-หมูสะดิ้ง ความจัดจ้านบนถนนสายสั้น ๆ ที่ชื่อประชาธิปไตย

y5546

ถนนที่ชื่อประชาธิปไตยของบ้านเราดูจะเป็นถนนสายสั้น ๆ เพราะถ้าวัดระยะทางความยาวก็น่าจะอยู่ที่ประมาณสัก 900 เมตร ไม่ได้จะเขียนอะไรถึงประชาธิปไตยที่เป็นเรื่องการเมืองหรอกเพราะไม่ค่อยถนัด ออกจะเป็นแนวขาลุยก็เฉพาะแต่เรื่องกิน ที่เขียนถึงถนนสายประชาธิปไตยก็หมายถึงถนนรถวิ่งที่มีชื่อว่าประชาธิปไตย เป็นถนนที่จัดการจราจรแบบวันเวย์มีช่องรถเมล์สวนเริ่มต้นจากสี่แยกสะพานวันชาติ ถนนเส้นที่อยู่ต่อจากถนนดินสอซึ่งมาสิ้นสุดที่บริเวณจุดตัดกับถนนพระสุเมรุ จากนั้นก็จะเข้าสู่ถนนประชาธิปไตยซึ่งยาวไปสิ้นสุดที่บริเวณสี่แยกประชาเกษมซึ่งเป็นจุดตัดกับถนนกรุงเกษม เลยพ้นจากจุดนี้ไปก็กลายเป็นถนนนครราชสีมา พอดีร้านที่ไปกินมามื้อนี้ชื่อว่าครัวจัดจ้านเปิดอยู่ที่ถนนประชาธิปไตยถนนเส้นนี้ เป็นร้านที่มีของกินรสชาติจัดจ้านสมชื่อร้านทั้งอย่างส้มตำหลอด หมูสะดิ้ง และเมี่ยงปลาช่อน

y5545

ถนนประชาธิปไตยมีร้านกินที่มักจะวนเวียนไปหาของกินใส่ปากใส่ท้องอยู่หลายร้าน เริ่มตั้งแต่สี่แยกสะพานวันชาติ หลบมุมเลี้ยวเข้าถนนพระสุเมรุไปหน่อย ตึกแถวที่ถัดจาก 7-11 ไปสัก 2-3 ห้องมีของชอบอย่างข้าวขาหมูร้านเก่าแก่ขายมานานร่วม 60 ปีอย่างร้านอึ้งซี่สูนอยู่ เข้าถนนประชาธิปไตยลงจากสะพานเฉลิมวันชาติไปหน่อยทางขวามือเคยมีร้านอาหารไทยเก่าแก่อย่างร้านดรรชนีอยู่ ตอนหลังแวะไปกินแต่ไม่ได้เปิดขายแล้ว เป็นอะไรที่น่าเสียดายอยู่มาก ถัดจากร้านดรรชนีไปหน่อยฝั่งเดียวกันมีร้านตึกแถวที่ชอบไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเองของเจ๊เกียวชื่อร้านชั่งเส็งอยู่ตรงข้ามกับร้านไทยนครที่มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องถมมานานเก่าแก่ ถึงว่าแถวนี้เขาถึงได้ตั้งชื่อเรียกว่าแขวงบ้านพานถม เลยจากร้านชั่งเส็งไปอีกหน่อยตรงข้ามกับประตูทางเข้าวัดตรีทศเทพ มีอพาร์ทเม้นท์ชื่อพรีเมียร์ลิฟวิ่งเพลสอยู่ซึ่งด้านหน้าติดถนนเปิดเป็นร้านอาหารชื่อครัวจัดจ้านที่ไปกินมื้อนี้ ซึ่งที่จอดรถก็ได้ใช้ของอพาร์ทเม้นท์ที่ว่านี้นี่แหละ

เลยจากร้านครัวจัดจ้านไปก็จะถึงโรงแรมโฮเต็ลเดอม๊อคในเครือบัดดี้กรุ๊ปที่ทำร้านอาหารกินลมชมสะพาน ซึ่งแต่เดิมเป็นโรงแรมเก่าแก่ชื่อไทยโฮเต็ล ในโรงแรมมีห้องอาหารจีนไท่หวาที่ชอบแวะไปกินติ่มซำ ฝั่งเดียวกันกับโรงแรมตรงหัวมุมถนนที่ตัดกับถนนวิสุทธิกษัตริย์เป็นร้านกาแฟเก่าแก่ที่เปิดขายมา 60 กว่าปีชื่อเฮี้ยะไถ่กี่ ชอบแวะไปนั่งกินอาหารเช้าอย่างพวกไข่กระทะ ขนมปังปิ้ง แล้วกระดกแก้วกาแฟ ในร้านที่ยังคงรักษาบรรยากาศความเป็นร้านกาแฟเก่าแก่เอาไว้ หัวมุมถนนฝั่งตรงข้ามกันเป็นร้านกินใหญ่ที่มีชื่อเสียงมานมนานเรื่องเป็ดย่างและอาหารจีนอย่างภัตตาคารพูลสิน ที่เปิดขายมาน่าจะได้ 60-70 ปีแล้ว ชอบไปสั่งกินลิ้นเป็ดตุ๋นยาจีนซึ่งถ้าอยากกินต้องรีบไปถึงร้านให้ไวหน่อยไม่งั้นจะหมดก่อน อีกอย่างที่ชอบก็คือหัวปลากระพงพงน้ำแดง เป็นหัวปลาที่ใหญ่มากและมีเครื่องประกอบให้กินเยอะ จากร้านพูลสินถ้าเดินเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิสุทธิกษัตริย์ผ่านตึกแถวไป 5-6 ห้อง ก็จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเองอยู่อีกร้านหนึ่งชื่อร้านจันทบุรี ร้านนี้ก็เก่าแก่ขายมานานเกือบ 60 ปีแล้ว เข้าใจว่าที่ตั้งชื่อร้านว่าจันทบุรีก็คงเป็นเพราะก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กที่ร้านนี้จะใช้ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์มาตั้งแต่แรกเริ่ม

ย้อนกลับมาที่ถนนประชาธิปไตยพอข้ามสี่แยกวิสุทธิกษัตริย์ไป ถัดจากแบงก์กรุงศรีไปอีก 2 ห้องตึกแถวฝั่งเดียวกัน ก็จะมีร้านส้มตำยกครกที่นอกจากส้มตำแล้วก็จะมีปีกไก่ทอดที่ทอดได้แห้งกรอบนุ่มถูกปากถูกใจ แต่ต้องนั่งกินที่ร้านตั้งแต่ทอดขึ้นจากกระทะใหม่ ๆ เลยจากร้านนี้ไปอีกยาว ๆ หน่อย ฝั่งขวามือเป็นตึกแถวที่อยู่ก่อนถึงสี่แยกประชาเกษมตัดกับถนนกรุงเกษมประมาณ 14-15 ห้อง มีร้านส้มตำไก่ทอดที่ถ้านึกอยากกินก็จะต้องไปแย่งยึดโต๊ะนั่งกินแข่งกับคนที่ทำงานกันอยู่ละแวกนั้น ดูเหมือนร้านจะเปิดขายเฉพาะวันทำงานแล้วขายอยู่แค่ 4 ชั่วโมงคือตั้งแต่สิบโมงเช้าไปจนถึงบ่ายสอง ร้านชื่อไก่ทอดมงกุฎ เลยจากร้านนี้ไปอีก 2-3 ห้องก็จะเป็นร้านขายผัดไทยกับหอยทอดเก่าแก่อย่างร้านศิริวรรณ ที่ทำขายมานานน่าจะเกือบครบ 60 ปีแล้วเหมือนกัน กินอยู่ที่ร้านตรงนี้มานานจนหลัง ๆ ตามไปกินที่ร้านใหม่แถว ๆ ถนนรัตนาธิเบศร์ เพราะที่นั่งกินเยอะดีและมีที่จอดรถสะดวกกว่า แต่คนกินก็แน่นตรึมด้วยเหมือนกัน

y5544

y5543

แหม..พอได้พูดถึงถนนประชาธิปไตยเข้าหน่อย ออกอาการน้ำลายแตกฟองเลยไปจนสุดปลายถนนนั่นเลย ย้อนกลับมาเข้าร้านครัวจัดจ้านที่ไปกินมามื้อนี้ดีกว่า ร้านนี้เปิดเป็นร้านห้องกระจกติดแอร์ร้านเล็ก ๆ มีโต๊ะนั่งกินอยู่ไม่กี่ตัว ด้วยความตั้งใจแต่แรกที่จะทำร้านอาหารให้คนที่มาอยู่อพาร์ทเม้นท์และคนแถว ๆ นั้นกิน แนวอาหารก็ออกไปในแนวรสชาติจัดจ้านอย่างที่ตั้งชื่อร้าน และของกินที่ดูง่าย ๆ เหมือนกับข้าวที่ทำกินกันอยู่ในครัวที่บ้าน ผ่านไปเจอร้านนี้ครั้งแรกน่าจะเมื่อสัก 7-8 ปีก่อน  จานแรกของมื้อนี้สั่งของกินชื่ออะไรไปจำไม่ค่อยได้แม่นแล้ว ถ้าจำไม่ผิดคล้าย ๆ กับว่าจะสั่งหมูผัดพริกไทยดำไป ถ้าจำชื่อผิดก็ต้องขออภัย เพราะจานนี้ไม่เคยได้สั่งกินมาก่อนมื้อแน่ก็เลยอยากลอง ได้มาก็เป็นของกินอย่างที่เห็นอยู่ในจาน

y5542

y5541

ชามนี้ไปกินทุกครั้งจะต้องสั่งเอาไว้ซดน้ำให้ระรื่นคอ ต้มแซ่บกระดูกอ่อนที่รสชาติแซ่บจัดจ้านเหมือนอย่างชื่อเรียกบวกกับชื่อร้าน รสชาติเปรี้ยวนำตามด้วยเค็มได้ความเผ็ดร้อนจากเครื่องพริกและสมุนไพรไทย ชิ้นกระดูกอ่อนหรือซี่โครงหมูอ่อนได้เนื้อเยอะ กระดูกอ่อน ๆ อย่างนี้ชวนให้นึกถึงคำปรามาสที่ว่ากระดูกยังอ่อนที่น่าจะเป็นเพราะเคี้ยวง่าย ชิ้นกระดูกไหนอ่อนจนเคี้ยวได้ก็จะได้ความกรุบกรอบเคี้ยวสนุกปากดี

y5540

y5539

จานจัดจ้านที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านอย่างส้มตำหลอด ตอนที่ไปกินครั้งแรกเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วก็ดูเป็นของกินแปลกใหม่ เพราะไม่ค่อยจะได้เห็นว่ามีคนทำขายกัน เปลี่ยนจากส้มตำมะละกอแบบที่กินคุ้นเคยปาก มาเป็นส้มตำแนวก๋วยเตี๋ยวหลอดที่เอาเส้นก๋วยเตี๋ยวมาห่อเส้นมะละกอ ก็เป็นอะไรที่ดูจะไม่จำเจปาก

y5538

y5537

ก๋วยเตี๋ยวห่อเส้นมะละกอที่ดูเหมือนจะมีเส้นแครอทด้วยหั่นให้เป็นชิ้นพอคำ ราดด้วยน้ำส้มตำแบบครบเครื่องและครบรส แต่งเติมอีกหน่อยด้วยกุ้งสดและไข่ต้ม เป็นของกินที่ไปแล้วก็ยังสั่งกินได้อยู่เรื่อย ๆ

y5536

y5535

อีกจานหนึ่งที่รสชาติจัดจ้านจนติดปากติดใจ เป็นของกินอีกอย่างที่ไปนั่งแล้วต้องสั่งแบบไม่ต้องรอเมนู จานนี้มีชื่อเรียกว่าหมูสะดิ้ง ของกินแนว ๆ เดียวกันกับหมูสะดุ้ง เป็นหมูย่างหอมไฟเนื้อนุ่ม ๆ ราดด้วยน้ำปรุงพริกมะนาวน้ำตาลเกลือ เดาเอาว่ากินเข้าไปแล้วอาจจะเกิดอาการแซ่บซี้ดจนดีดดิ้นเกินกว่าที่จะสะดุ้งก็เลยเรียกว่าสะดิ้ง ผักเคียงเป็นก้านคะน้ากรอบ ๆ

y5534

y5533

ของกินรสจัดจ้านที่สั่งกินอยู่ประจำอีกจานก็คือเมี่ยงปลาช่อน เป็นปลาช่อนทั้งตัวบั้งเนื้อให้เป็นริ้วเอาลงทอดในน้ำมันท่วมให้ผิวนอกกรอบ ราดด้วยน้ำเมี่ยงที่ปรุงรสจากน้ำส้ม น้ำปลา และน้ำตาล พร้อมเครื่องสมุนไพรไทยอย่างขิง ตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู มะนาว ผัดคลุกเคล้ากับกุ้งแห้ง และถั่วลิสง เวลากินก็ห่อด้วยใบชะพลูเหมือนอย่างกินเมี่ยงคำ

y5532

y5531

ยังกินไม่ทันหมดใบชะพลู รู้สึกตัวว่ากินรสจัดจ้านซี้ดซ้าดจนสะดิ้งมากเกินไปหน่อย ก็เลยต้องสั่งน้ำแดงน้ำแข็งไสราดนมข้นหวานมากินเย็น ๆ แก้เผ็ดปาก

y5530

ส่งท้ายยังสยบความจัดจ้านอีกถ้วยด้วยลูกตาลลอยแก้วเนื้ออ่อนนุ่ม ระหว่างนั่งกินไปก็มองดูถนนประชาธิปไตยผ่านกระจกร้านไปด้วย เพิ่งจะผ่านวันพระใหญ่เดือนแปดมาได้ไม่กี่วัน อดนึกถึงไม่ได้ถึงสัจธรรมของชาวพุทธที่ว่า สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น คงอยู่ แล้วก็ดับไป !!!

ชัยพฤกษ์
23 กรกฎาคม 2559