เดินไปอ้าที่หาดใหญ่ ร้อนจนอ้าไม่กล้าหุบ

y7047

ถึงจะผ่านมานานมากแล้วแต่ก็ยังย้อนคิดนึกถึงความสนุกวันวานสมัยเรียนหนังสือได้อยู่ เวลาแข่งกีฬาหนึ่งในเพลงที่งัดขึ้นมาร้องเชียร์ก็น่าจะเป็นเพลงหุบหุบอ้าอ้า ที่เดี๋ยวนี้ก็ยังได้ยินใช้ร้องเชียร์กันอยู่ เวลาร้องก็ต้องตบมือให้เข้าจังหวะไปด้วย เนื้อเพลงสั้น ๆ จำง่ายดีมีแค่ว่า ..หุบหุบอ้าอ้า อ้าอ้าหุบหุบ สี(คู่แข่ง)จอมซ่า นั่งอ้าไม่ยอมหุบ หุบหุบหุบ หุ้บหุ้บหุ้บ หุบหุบหุบ หุ้บหุ้บหุ้บ หุบ.. เอาเรื่องอ้าอ้าหุบหุบเอามาขึ้นต้นเรื่องที่จะเขียนถึงร้านกินที่หาดใหญ่ซึ่งตั้งชื่อเรียกสั้น ๆ คำเดียวว่า “อ้า” เป็นร้านขายอาหารจีนตึกแถวที่ไปกินเมื่อไรเป็นต้องได้คิดถึงวันวานสมัยที่เรียนอยู่แถวสามย่าน เพราะกับข้าวที่ชอบสั่งกินจะมีหน้าตาเหมือนอย่างสมัยนั้น ราคาก็เหมาะกับเงินนิด ๆ หน่อย ๆ ที่พกติดตัวอยู่ในกระเป๋า  ไม่ต้องกลัวขวัญเสียตอนเรียกมาเก็บเงินค่ากิน

y7046

y7045

ไปหาดใหญ่คราวนี้เลือกนอนที่โรงแรมเซ็นทารา ชอบที่อยู่ในแหล่งห้างสรรพสินค้าและย่านการค้าที่ลงไปหาของกินและหาซื้อเครื่องดื่มหรือขนมเอามากินต่อบนห้องพักได้สะดวก จะไปหาร้านกินหรือไปซื้อของก็เดินไปไม่ต้องเอารถออก เพราะออกรถไปแล้วก็หาที่จอดได้ยากเต็มทน ที่อาจจะเบื่อหน่อยก็คือลอบบี้โรงแรมอยู่ที่ชั้น 5 จะขึ้นหรือลงมาข้างล่างก็ต้องรอลิฟท์ แล้วก็ต้องมาเปลี่ยนลิฟท์ขึ้นห้องพักอีกที่ชั้นลอบบี้ ยิ่งเวลาที่ประจวบเหมาะกับคณะทัวร์เข้า-ออกก็จะมีเสียงล้งเล้งอยู่เต็มลิฟท์ มานอนที่นี่หลายวันเจอหน้าตาอาหารมื้อเช้าไม่ค่อยเปลี่ยน ชอบที่มีโรตีแกงมัสมั่นให้กินทั้งเนื้อและไก่ แต่อาหารประเภทหมูไม่ได้เจอ เข้าใจว่าน่าจะทำให้ลูกค้าที่ไม่กินหมูกินกันได้ทั่ว ๆ

y7044

ออกจากโรงแรมไปหากินมื้อเย็นก็เดินไป หนึ่งในร้านที่เป็นจุดหมายอยู่ในใจก็คือร้านอ้าที่ว่า ร้านเป็นตึกแถวห้องหัวมุมอยู่ตรงสี่แยกถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 ตัดกับถนนดวงจันทร์ ใกล้ ๆ กับแยกตลาดกิมหยง เดินจากโรงแรมไปสักประมาณ 200-300 เมตร ไม่ทันเมื่อยก็ถึงร้าน อยู่เยื้อง ๆ กับร้านเวียงจันทน์ ร้านอาหารจีนเก่าแก่อีกร้านของหาดใหญ่

y7043

ถึงจะเป็นร้านอาหารจีนตึกแถวที่ขายกับข้าวสั่งหน้าตาคล้าย ๆ กับร้านข้าวต้ม แต่ก็ไม่มีข้าวต้มขาย ร้านนี้มีแต่ข้าวสวยให้กิน ถ้าอยากกินข้าวต้มก็ต้องเดินเลยไปอีกไกลหน่อยอีกสักประมาณ 150 เมตร ก็จะมีร้านข้าวต้มเซาะฮึ้ง อยู่ตรงถนนเพชรเกษมใกล้ ๆ กับแยกที่ตัดกับถนนศุภสารรังสรรค์ ซึ่งเปิดขายตอนเย็น ๆ แต่ถ้าอยากกินข้าวต้มเครื่องก็ต้องรอสักสองทุ่ม ตรงใกล้ ๆ แยกถนนศุภสารรังสรรค์ตัดกับถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 ฝั่งตรงข้ามกับ 7-11 ตลาดกิมหยง จะมีรถกระบะมาจอดขายข้าวต้มเครื่องที่เรียกกันว่าข้าวต้มรถแดง ส่วนร้านอ้าเปิดขายตั้งแต่สิบโมงเช้า แล้วไปปิดร้านตอนประมาณสักสามทุ่มครึ่ง

y7042

ร้านนี้คนมากินกันเยอะ ถ้ายิ่งเป็นวันหยุดคนก็จะยิ่งเยอะ เป็นร้านเก่าแก่ของหาดใหญ่ที่คนมาเลย์และคนสิงคโปร์ก็มากินกัน เมื่อมีคนไปกินกันเยอะสั่งอาหารแล้วกว่าจะได้กินก็คงจะต้องรอนานหน่อย ก็เลยต้องสั่งน้ำหวาน ๆ เย็น ๆ อย่างน้ำอ้อยคั้นมากินรอ ร้านนี้ถึงจะขายอาหารจีนแต่ก็มีน้ำปลาพริกให้ด้วย

y7041

ระหว่างรอก็จิบน้ำอ้อยไป แล้วก็ดูระดับน้ำที่เคยท่วมหาดใหญ่ไปด้วย ร่องรอยน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ทางร้านทำเอาไว้ให้ดูก็คือเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2543 น้ำสูงจากพื้นร้านขึ้นมาถึง 207 ซม. ไม่ต้องมานั่งกินหรอก ถึงลุกขึ้นยืนน้ำก็ยังท่วมมิดหัว

y7040

น้ำมาทำสถิติใหม่ท่วมเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2553 เขยิบสูงขึ้นไปอีกถึง 215 ซม. ห่างกัน 10 ปีพอดี

y7039

y7038

ไปกินร้านอ้าตอนมื้อเย็นวันทำงานก็ยังต้องรออาหารอยู่นานประมาณ 20 นาทีกว่า ๆ แต่พออาหารที่สั่งจานแรกออก เดี๋ยวอาหารจานอื่น ๆ ก็จะทยอยตามออกมา อาหารที่ร้านนี้ออกตามที่สั่งไปทีละโต๊ะ ถ้าระหว่างกินสั่งอะไรเพิ่มก็ต้องไปรอต่อคิวโต๊ะอื่น จานแรกที่ได้มาลงโต๊ะเป็นกระเพาะปลาผัดแห้ง

y7037

y7036

กระเพาะปลาผัดได้แห้งสมชื่อ หอมกลิ่นซีอิ๊วและกระทะแบบร้านอาหารจีน ผัดใส่เครื่องผัก ไข่ และเนื้อปู รสชาติออกจืดหน่อยตามรสมือกุ๊กอาหารจีนรุ่นเก่า คนที่ชอบกินอาหารรสจัดจ้านอาจจะไม่ค่อยถูกปาก อาจจะต้องเหยาะซีอิ๊วขาวเติมอีกหน่อย แล้วมีพริกตำน้ำส้มไว้ให้ปรุงตัดเลี่ยน หรือจะตักน้ำปลาพริกเหยาะก็เข้าที

y7035

y7034

ปลากะพงผัดต้นกระเทียม ปักชังหรือกระเทียมต้นเป็นกระเทียมไม่มีหัวกินต้นและใบแบบผัก หน้าตาคล้าย ๆ กันจนเวลาไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างจะสับสนกับต้นหอมญี่ปุ่น ซึ่งต้นกระเทียมจะได้กลิ่นที่ฉุนกว่า

y7033

y7032

เมนูที่สมัยเรียนหนังสือพอเข้าร้านอาหารจีนกลับกลุ่มเพื่อนแล้วจะสั่งกินกันบ่อยหน่อยเพราะพอสู้ราคาไหว ผัดคะน้าปลาเค็ม ชอบกินผัดผักของร้านอาหารจีนที่ใช้กระทะใบใหญ่ ๆ เจอกับไฟแรง ๆ โยนผักใส่น้ำมันร้อน ๆ ลงไปเดี๋ยวเดียวผักก็สลด ตักลงจานส่งกลิ่นหอมฉุย

y7031

y7030

มากินร้านนี้ก็ได้เหมือนย้อนวัยกลับไปเมื่อวันวาน ไข่ระเบิดก็เป็นอีกจานหนึ่งที่สมัยเรียนหนังสือก็สั่งกินกันบ่อย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเห็นใครทำขายกันสักเท่าไรแล้ว ยิ่งถ้าเข้าร้านอาหารใหญ่ ๆ ยิ่งไม่ค่อยจะได้เห็น ชอบกินไข่ระเบิดของร้านป้าโชยตั้งแต่ตอนที่ไปสิงอยู่ที่หอซีมะโด่งเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนนู้น ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนคิดตั้งชื่อเรียกว่าไข่ระเบิด ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงจะตั้งชื่อเรียกง่าย ๆ ว่าไข่ดาวทรงเครื่อง เพราะเป็นไข่ดาวที่โรยหน้าด้วยเครื่องปรุงแต่งที่แล้วแต่จะคิดทำกันขึ้น แต่ต้องมีความเผ็ดอยู่ด้วยไม่งั้นก็คงจะไม่เรียกว่าระเบิด เครื่องโรยหน้าที่ง่ายที่สุดก็น่าจะเป็นพวกผัดกะเพรา ส่วนไข่ระเบิดของร้านอ้าโรยหน้าไข่ดาวด้วยเครื่องที่น่าจะเป็นยำนี่แหละ มีหมูสับ พริกสด ตะไคร้ หอมแดง เป็นตัวยืน

y7029

y7028

อีกจานที่ตอนเรียนจะสั่งกินกันกับเพื่อนบ่อยมาก ไม่รู้จะกินอะไรก็จะสั่งยำปลากระป๋องเอาไว้ก่อนเพราะถูกเงินดี ยำปลากระป๋องของป้าโชยก็อร่อยพอ ๆ กับไข่ระเบิด เดี๋ยวนี้หาร้านอาหารที่ทำยำปลากระป๋องขายให้กินได้ยากแล้ว มีโอกาสมาร้านอ้าเมื่อไรก็จะต้องสั่งยำปลากระป๋องมากิน ความจริงทำยำปลากระป๋องกินเองก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่เปิดกระป๋องเทปลาและน้ำลงชามคลุก ๆ กับเครื่องผักยำใส่พริกบีบมะนาวแค่นี้ก็กินกับข้าวสวยได้อร่อยแล้ว

y7027

y7026

หม้อนี้สั่งตามหลังเพราะเห็นโต๊ะข้าง ๆ สั่งมาแล้วดูน่ากินดี กระเพาะปลาน้ำแดงที่ตามมาห่างจากยำปลากระป๋องประมาณ 20 นาที

y7025

y7024

เอาทัพพีควานลงไปก้นหม้อแล้วคนให้ทั่ว ๆ ถึงจะได้เห็นเครื่องที่อยู่ข้างล่างหม้ออย่างเนื้อไก่และเนื้อปูลอยตัวขึ้นมา กระเพาะปลาชิ้นใหญ่ ๆ กำลังร้อน ๆ อย่างนี้น่าจะซดน้ำซุปอร่อย รีบตักใส่ถ้วยแบ่งอย่างไม่รอช้า ตักชิ้นกระเพาะปลาที่ใหญ่สุดพร้อมกับน้ำซุปเข้าปาก

y7023

เป็นอะไรที่ร้อนมาก ๆ กระชากช้อนกลับไม่ทัน ปากได้แต่อ้าไว้ไม่กล้าหุบ !!!

ชัยพฤกษ์
15 เมษายน 2559