ม่วนแบบม่อนแจ่ม

y7515

ตอนที่ขึ้นไปทำงานอยู่เชียงใหม่เมื่อเกือบจะสามสิบปีได้แล้ว ชื่อของม่อนแจ่มยังไม่เคยได้ยินเข้าหู ถนนสายแม่ริม-สะเมิง หรือทางหลวง 1096 นั้นก็ขับรถเข้าไปหาที่พึ่งพิงนั่งดื่มกินตอนเย็น ๆ อยู่กับธรรมชาติบ่อย ๆ พอดวงตะวันมอดแสงก็ค่อยกลับเข้าในเมือง ลึกสุดที่ไปนั่งกินอยู่ก็คือที่ร้านโป่งแยงแอ่งดอยที่ราคาค่าของดื่มกินตอนนั้นก็ต้องเรียกว่าสูงอยู่สำหรับเงินเดือนในกระเป๋า ส่วนสะเมิงนั้นถ้ามีงานเข้าก็ค่อยเข้าไปสักครั้งหนึ่ง จำได้ว่าเข้าสะเมิงไปครั้งแรกนั้นไม่ได้เตรียมเติมน้ำมันรถเอาไว้ก่อน ก็นึกว่าจะมีปั๊มน้ำมันอยู่เหมือนในตัวอำเภอที่อื่น ๆ แต่ก่อนนั้นรถที่หน่วยงานจะต้องเติมน้ำมัน ปตท.เท่านั้น ปรากฏว่ามีแต่ปั๊มน้ำมันเล็ก ๆ ใหญ่กว่าปั๊มหลอดหน่อยอยู่แค่ปั๊มเดียว ต้องขับแบบลุ้นน้ำมันในถังให้เหลือพอออกมาจนได้ถึงแม่ริม

y7514

y7513

ชื่อของม่อนแจ่มมาได้ยินเข้าหูเมื่อปี 2552 นี่เอง ตอนที่กลับมาอยู่กรุงเทพฯ ได้เกือบยี่สิบปีแล้ว ได้ฟังจากปากเพื่อนที่ยังอยู่เชียงใหม่โทรศัพท์มายั่วให้ขึ้นไปเที่ยว บอกว่าเชียงใหม่ตอนนี้มีที่เที่ยวสวย ๆ แห่งใหม่อีกแล้วและอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ได้ฟังแล้วก็ครั่นเนื้อครั่นตัวแต่ก็ยังหาโอกาสไปไม่ได้สักที ได้แต่หาดูเอาจากภาพที่มีคนเอามาโพสต์กันก็เห็นว่าสวยอย่างที่ว่าจริง ปลายปี 2555 ได้ดูละครช่อง 3 เรื่องคุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ที่ใช้ม่อนแจ่มเป็นฉากเปิดตัวจุดเริ่มต้นของความรักระหว่างโฬมกับชมพู่ก็ยิ่งคันหัวใจ กว่าจะได้ไปดูม่อนแจ่มให้เห็นกับตาก็ล่วงเลยมาจนถึงปลายปี 2556 ซึ่งก็ได้เอามาเขียนเล่าถึงไปแล้วตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า ดูศิลปินช้างและศิลปินคนบนถนนสู่สองม่อน

y7512

y7511

ขึ้นเขียงใหม่ปีนี้พอจะมีเวลาให้ได้ขับรถไปดูม่อนแจ่มอีกสักครั้ง ไปคราวนี้เจอรถเยอะกว่าที่ได้ไปมาคราวที่แล้ว ถึงลานจอดรถจ่ายค่าจอดแล้วก็มองเห็นม่อนแจ่มอยู่ไกล ๆ ให้ต้องเดินต่อไปอีก

y7510

y7509

ไม่อยากเดินขึ้นเนินก็มีจักรยานยนต์ที่วินม่อนแจ่มให้นั่งซ้อนท้ายขึ้นไป ระยะทางประมาณ 200 เมตร เก็บ 20 บาท อย่างน้อยก็ช่วยย่นระยะทางการเดิน อยากเก็บแรงเอาไว้เดินเล่นข้างบนนั้นก็ให้เขาไปเถอะ ถือว่าช่วยกันกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่น ขึ้นไปถึงบนม่อนแจ่มแล้วก็ได้บรรยากาศและอารมณ์เดิม ๆ ไม่ค่อยได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรสักเท่าไร ยังได้เจอศาลาขายอาหารและเครื่องดื่มหน้าตาเดิม ๆ อยู่ที่เดิม

y7508

y7507

มาคราวที่แล้วยังได้กินไข่เจียวสมุนไพรกับสลัดผักที่ใส่ดอกไม้มาให้กินด้วย มาคราวนี้คนเยอะเลยขี้เกียจเข้าแถวต่อคิวรอกินอีก

y7506

y7505

ขึ้นมาบนนี้นอกจากจะมาเดินดูดอากาศและดื่มบรรยากาศแล้วก็ยังนึกไม่ออกว่าจะมาทำอะไรต่ออีก ก็แค่จะโหยหาธรรมชาติบ้างแต่ไม่อยากใปให้ไกลเมืองมากนักแบบต้องนั่งขับรถจนเมื่อยก้นกบ ไม่ได้คิดจะมาดูดวงอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก หรืออยากจะรอนั่ง ๆ นอน ๆ นับดาว ก็เลยขับรถมาแบบเพลิน ๆ แวะหาดูและแวะหากินอะไรสองข้างทางมาเรื่อย ๆ กว่าจะขึ้นมาถึงข้างบนนี้ก็สิบโมงเช้าเข้าไปแล้ว ระยะทางจากตัวเมืองมาม่อนแจ่มก็แค่ประมาณ 40 กม. ขับรถแบบไม่เถลไถลก็น่าจะไม่เกินชั่วโมง มีเสียเวลาเยอะบ้างก็ตอนที่ผ่านหมู่บ้านก่อนขึ้นถึงม่อนแจ่มช่วงที่ทางค่อนข้างแคบและชัน รถชะลอตัวต่อแถวกันยาว พอดีอยู่ต่อท้ายรถกระบะที่เสียจังหวะแรงส่ง เหยียบคันเร่งมิดจนพ่นควันดำคุ้งก็ยังลื่นไหลถอยหลัง สงสัยจะไม่ถนัดกับทางขึ้นดอยจนต้องมีคนแถวนั้นเอาก้อนหินไปดันรองล้อหลังไว้ให้จึงพอจะเอาตัวและรถรอดขึ้นไปต่อได้

y7504

y7503

ซุ้มนั่งกินแบบทำไว้ให้นั่งชมธรรมชาติได้เต็มตามีคนนั่งเต็มหมดแล้ว แต่ในศาลาใหญ่ที่เป็นโต๊ะยาวแบบบาร์นั่งหันหน้าออกหาวิวธรรมชาติยังพอเหลืออยู่อีก 2-3 ที่ ตกลงใจว่าจะไม่นั่งแช่อยู่บนนี้แล้ว เดินเล่นหาดูดอกไม้อีกสักหน่อยแล้วค่อยหาจุดหมายปลายทางไปที่อื่นต่อ เป็นการเดินทางที่ไม่ได้กำหนดโรดแมปเอาไว้ล่วงหน้า ก็เลยไม่มีอะไรเป็นเงื่อนไขผูกมัด

y7502

y7501

เลือกเดินไปดูดอกฝิ่นสีสดสวยบานสะพรั่ง

y7500

y7454

ดอกสวย ๆ แบบนี้เคยได้ไปเห็นครั้งแรกเมื่อสักยี่สิบกว่าปีก่อนเป็นดงใหญ่กว่านี้ที่ดอยแม่อูคอเป็นของแถมในการไปเที่ยวดูทุ่งดอกบัวตอง เดี๋ยวนี้คงไม่มีให้ดูกันแล้ว ซึ่งตอนนั้นจะมีทุ่งดอกเสี้ยนฝรั่งอยู่ด้วยอีกอย่าง สมัยนั้นมื้อเย็นที่ดอยแม่อูคอยังมีให้ซื้อกินแค่มาม่าซองที่จัดน้ำต้มร้อน ๆ ไว้ให้

y7499

y7498

ไม่รู้จะเป็นดอกฝิ่นแบบเดียวกันหรือเปล่า เพราะเห็นบางคนบอกว่าที่ม่อนแจ่มนี้เป็นดอกฝิ่นอีกแบบหนึ่งที่เรียกกันว่าดอกฝิ่นประดับ เคยแต่ดูไม่เคยดมและเคยแต่ชมไม่เคยชิมก็เลยฟันธงได้ไม่ขาด รู้แต่ว่าหน้าตาแบบนี้เคยขึ้นไปเห็นบนดอยปุยเมื่อสัก 5 ปีก่อนอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ไม่รู้ยังมีให้เที่ยวดูอยู่อีกหรือเปล่า เพราะยังไม่ได้ขึ้นดอยปุยอีกหลังจากครั้งนั้น

y7497

y7496

ที่ดูเยอะตื่นตาอีกอย่างก็น่าจะเป็นปูเล่หรือกะหล่ำประดับ

y7495

y7494

ถึงชื่อจะมีคำว่าประดับอยู่ด้วยแต่จะกินสดหรือจะเอาไปปรุงอาหารกินก็ได้ทั้งนั้น แต่ก็ยังไม่ค่อยได้เห็นใครตัดใบไปขายให้กินกันสักเท่าไร ยิ่งสมัยนี้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มักจะปลูกกะหล่ำประดับกันเยอะ เลยดูแล้วได้แค่ตื่นตาไม่ถึงกับตื่นใจเหมือนแต่ก่อน อาจจะเป็นเพราะปลูกง่าย อายุยาว อึดทนต่อโรคและแมลง ไปต้องดูแลมากเหมือนแปลงดอกไม้อื่น ๆ

y7493

y7492

ไฮเดรนเยีย หรือไฮเดรนเจีย พอมีให้ได้ดูอยู่บ้าง

y7491

y7490

อะกาแพนทัส ดอกตูมดูคล้ายร่มหุบ พอบานก็ดูคล้ายร่มที่กางออก มีทั้งสีม่วงและสีขาว

y7489

y7488

ดอกสีขาว ๆ คือคาโมไมล์หรือคาโมมายล์ มีสรรพคุณช่วยคลายเครียด ทำให้สบายท้อง บรรเทาเรื่องนอนไม่หลับ ก็เลยมีคนเอามาทำเป็นชาขายให้ชงกินกัน ส่วนสีขาวอีกดอกคือดอกไม้บนทุ่งหญ้าอย่าง เดซี่ กลีบดอกเยอะ ๆ อย่างนี้ คนที่กำลังตกอยู่ในห้วงรักก็เลยมักเอามาใช้ทำนายการตอบรับรักด้วยการเด็ดออกทีละกลีบดอกว่ารักและไม่รักสลับกันไป

y7487

y7486

คอร์นฟลาวเวอร์ก็มีอยู่หลายสีเหมือนกันทั้งน้ำเงิน แดง ชมพู ขาว ดูหน้าตาแล้วก็ไม่เห็นว่าเหมือนกับข้าวโพดตรงไหน แต่ที่ตั้งชื่อเรียกกันว่าคอร์นฟลาวเวอร์ก็คงเป็นเพราะว่าแต่ก่อนคงไปเจอขึ้นอยู่ในไร่ข้าวโพดเป็นพวกวัชพืชอะไรปานนั้น

y7485

y7484

ได้มาอยู่กับธรรมชาติและอากาศดี ๆ อย่างนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่ชั่วโมงก็ยังรู้สึกม่วนอกม่วนใจ๋ ลืมความวุ่นวายของเมืองไปได้สักพักใหญ่ ๆ ก็ยังดี ยังนึกเสียดายที่ตอนมาอยู่เชียงใหม่ 3-4 ปี ไม่ได้มองหาที่หาทางในป่าในดอยเอาไว้บ้าง เกือบสามสิบปีก่อนราคาที่ดินยังไม่แพงขนาดนี้ ปล่อยตัวให้หมดเงินไปกับเรื่องกินกับเที่ยวเสียมาก ตอนนั้นโซดาขวดละเจ็ดสิบ น้ำแข็งถังละสามสิบ ก็ยังไปนั่งอดหลับอดนอนอยู่ได้แทบทุกคืน

y7483

y7482

ไอเดียเอารถเก่ามาใช้เป็นที่ปลูกต้นไม้ก็ดูเข้าท่าเข้าทางดี เห็นรถเก่าผุ ๆ พัง ๆ แบบนี้อดนึกสนุกไปถึงเพลงม่วนขนาดของจรัล มโนเพ็ชร ไม่ได้ โดยเฉพาะท่อนที่พูดถึงรถราในกรุงเทพฯ ว่า ..จะไปจะมารถรามันก่อเวย กวั๊กมือก่อบึ่งมาเกย รถติดแอร์ล่องกอง.. ล่องกองก็น่าจะหมายถึงวิ่งอยู่ตามถนน ฟังแล้วก็พอมโนนึกไปเห็นภาพรถที่ขับกันเร็วปรื๊ดปร๊าด ยิ่งยุคสมัยนี้บางคนแตะเบรกไม่ค่อยจะเป็น ถึงไม่ได้กวักมือเรียกก็อาจจะมีหลุดวิ่งมาเกยเสยเราเข้าจนได้

y7481

y7480

จินตนาการไปถึงบุรุษที่หลุดเข้าไปในดงดอกไม้ เจอหมู่มวลบุปผาเข้าคงยากจะไม่เชยชม ไม่ได้เด็ดดมได้แต่ดอมดมแบบไม่ได้กินขอดมแต่กลิ่นก็ยังดี เก็บรูปไว้แล้วก็เดินจากไป ปล่อยดอกไม้นั้นให้เติบโตอยู่ริมทาง ทิ้งไว้ให้คนผ่านทางมาทีหลังได้เชยชมด้วย

y7479

y7478

หมดสนใจจากดงดอกไม้ก็มาเจอเข้ากับดงสีม่วง เดินรี่เข้าหาแบบสอดรู้สอดเห็น

y7477

y7476

เป็นสีม่วงที่มีเจ้าของจับจองไว้ก่อนแล้ว

y7475

y7474

ดอกเวอร์บีน่า หรือบางที่ก็เรียกว่าดอกเวอร์เวน ดอกนี้มีฝรั่งเอาไปทำชาขายอยู่เหมือนกัน ส่วนสาวกซีรี่ย์เรื่องเดอะแวมไพร์ไดอารี่ส์ก็คงอยากได้ไปผสมน้ำดื่มเอาไว้ป้องกันตัวจากแวมไพร์

y7473

y7472

พ้นจากดงสีม่วงก็มาถึงแปลงปลูกพืชผัก

y7471

y7470

มีต้นอะไรต่อมิอะไรปลูกไว้เยอะไปหมด เคยกินบ้างไม่เคยกินบ้าง หรืออาจจะเคยกินแต่ไม่รู้จักมักคุ้นกับหน้าตาของต้นบ้าง อย่างต้นหอมนั้นก็พอรู้จัก แต่แปลงที่อยู่ติดกันดูจากใบและดอกสีเหลือง ๆ ก็เดาว่าน่าจะเป็นพวกแตง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นแตงกวาหรือเปล่า ไม่กล้าไปยกใบที่ขึ้นอยู่เรี่ยดินเปิดออกดู

y7469

y7468

แปลงพริกขี้หนูกับแปลงมิ้นท์หรือสะระแหน่ปลูกอยู่ติด ๆ กัน จะเป็นพวกเผ็ดร้อนหรือพวกหอมซ่าก็อยู่ด้วยกันได้ถ้ารักกัน

y7467

y7466

ขนาบอยู่อีกข้างของแปลงพริกขี้หนูเดาเอาว่าน่าจะเป็นต้นโรสแมรี่ ดูหน้าตาใบที่เป็นแท่ง ๆ คล้ายเข็มแล้วก็เดาเอา

y7465

y7464

ใบคล้ายใบบัวเล็ก ๆ แบบนี้ น่าจะเป็นแนสเตอร์เตียม หรือแนสเตอร์ซัม ถ้าใช่ก็เอาดอกบานและใบไปกินเป็นผักสลัดได้ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นเอาใบไปใช้จัดขอบจานกัน

y7463

y7462

มีอยู่หลายสีด้วยเหมือนกัน ปลูกไว้ดูสวย ๆ ก็เหมาะ

y7461

y7460

ดอกสีขาว ๆ ฝักเป็นข้อ ๆ ปลายแหลม ๆ แบบนี้ น่าจะเป็นผักขี้หูด ดอกและฝักเอามากินกันทั้งแบบสดและแบบสุก ชื่ออาจจะฟังดูไม่ค่อยน่ากินเท่าไร แต่มีรสชาติแกเผ็ดนิด ๆ กลิ่นฉุนหน่อย ๆ หลายคนก็เลยตั้งฮายาให้ว่าเป็นวาซาบิเมืองไทย

y7459

y7458

ดอกเหลืองเป็นแท่งแยกเป็นแฉก ๆ แบบนี้เดาเอาว่าน่าจะเป็นดอกผักชีลาว

y7457

y7456

ก็ต้องขออภัยเหล่าดอกไม้และพืชผักที่ไม่ได้ติดรูปมาและไม่ได้พูดถึง เพราะกว่าจะรอให้ได้มุมถ่ายรูปที่จะเลี่ยงหลบผู้คนซึ่งเยอะแยะมากมายได้ก็ยากเย็นเต็มทน ได้อยู่กับธรรมชาติและออกซิเจนบนม่อนแจ่มแล้วก็ต้องออกปากว่าม่วนจ๊าดนัก แบบต้องลากเสียงจ๊าดให้ยาวว่า จ๊าดดดดด.. ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดประโยคติดหูที่ว่า น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก

y7455

แล้วนายก(คนต่อไป)จะเป็นของใครนั้น คงต้องรอรัฐธรรมนูญใหม่แล้วไปเลือกตั้งกัน !!!

ชัยพฤกษ์
22 มีนาคม 2559