ฟินแบบกวางตุ้งมุ่งให้ถึงสุดท้ายที่ห้องจีนดิเอมเพรสรอยัลปริ๊นเซส

y7664

มีสุภาษิตจีนอยู่บทหนึ่งว่า จั้วซื่อปู้ผ่าหม้าน จิ้วผ่าจ้านเจ้อปู้ต้ง แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า จะทำอะไรไม่ต้องกลัวเรื่องช้า แต่ให้กลัวว่าไม่ยอมลงมือทำสักที เป็นสุภาษิตที่มีความหมายดีก็เลยหยิบเอาไปใช้เวลากินโต๊ะจีนอยู่เสมอ เจออยู่บ่อยว่าไปงานเลี้ยงโต๊ะจีนกว่าอาหารจานแรกจะออกก็ปล่อยให้นั่งหิวรอ ขนาดของว่างกินเล่นมาวางแป๊บเดียวก็พรึ่บหาย แล้วก็จะทิ้งช่วงหายไปอีกพักใหญ่กว่าจานออเดิร์ฟจะออกมาเสิร์ฟ ด้วยความหิวแขกก็จะกินอาหารจานแรก ๆ กันหมดเร็ว แต่สวนทางกับการออกอาหารที่ยังทิ้งช่วงห่างกันอยู่ แต่พอเลยสักจานที่ 3-4 ไปแล้วแขกจะเริ่มอิ่ม คราวนี้อาหารกลับออกกันถี่เร็วขึ้นจนจานอาหารล้นโต๊ะ ก็เลยต้องคอยกระตุ้นเตือนคนในโต๊ะว่ากินหมดช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหยุดไม่ยอมกินก็จะไม่เหลือที่บนโต๊ะให้วางอาหารแล้ว

y7663

y7662

ช่วงนี้เว้นว่างจากคำเชิญงานเลี้ยงโต๊ะจีนมาได้พักใหญ่ ๆ แล้ว เกิดนึกอยากกินอาหารจีนแบบกวางตุ้งขึ้นมาแบบที่จะต้องไปหากินเอง นึกได้ถึงร้านอาหารจีนที่นาน ๆ จะแวะเข้าไปเยี่ยม ๆ มอง ๆ เปลี่ยนบรรยากาศสักที ร้านที่ว่าก็คือห้องอาหารจีนดิเอมเพรสที่อยู่ในโรงแรมรอยัลปริ๊นเซสแถวถนนหลานหลวง ถึงจะติดใจในความหอมของเนื้อและน้ำของปลานึ่งซีอิ๊วที่นี่ แต่ก็คงจะไปได้ไม่ค่อยบ่อย คนจีนว่าคนอยากจะหาความสุขต้องมีพร้อมกันทั้ง 3 โหย่วคือ โหย่วเฉียน-มีเงิน โหย่วสือเจี้ยน-มีเวลา และโหย่วลี่-มีแรง แต่ที่ไม่ค่อยจะได้ไปไหนมาไหนก็เพราะมีแต่แรงและเวลา ส่วนโหย่วแรกนั้นยังต้องหาเติมอยู่เรื่อย ๆ ตอนนี้ก็เติมคำหน้าเข้าไปก่อนว่า เหมยโหย่วเฉียน-ไม่มีเงิน

y7661

กินแบบโต๊ะจีนจะเปลืองกับมากกว่าข้าว ดูจากที่จัดให้กินกับข้าวก่อนตั้งหลายอย่างก่อนที่จะกินข้าวกัน เป็นการจัดคิวแบบเสิร์ฟร้อนให้ค่อย ๆ ทยอยกินไปทีละอย่าง เริ่มต้นด้วยจานอุ่นเครื่องหรือออเดิร์ฟก่อน  ตามด้วยจานร้อนเนื้อๆ ผัก ๆ แล้วต่อด้วยจานหลักผัก ๆ เนื้อ ๆ กินไปเรื่อย ๆ จนหมดแล้วก็ยังนึกแยกไม่ออกว่าจานไหนร้อนจานไหนหลัก จากนั้นถึงจะเป็นจานอิ่มท้องพวกข้าวหรือหมี่ผัดที่มักจะเสิร์ฟพร้อม ๆ กับอาหารที่มีน้ำซุปให้ซด แล้วไปหมดสุดท้ายปลายทางที่ของหวาน จากนั้นก็เป็นอันว่างานเลี้ยงเลิกรา

y7660

อาหารจีนใช้น้ำจิ้มหลายอย่างขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่สั่ง เริ่มต้นนั่งโต๊ะก็มีน้ำจิ้มมาจัดวางไว้ให้ก่อนเลย 4 ถ้วย ใกล้มือสุดเป็นซีอิ๊วขาว บนโต๊ะหมุนอีก 3 ถ้วย เป็นพริกดอง ซอสเปรี้ยวจิ๊กโฉ่ว และน้ำจิ้มบ๊วย

y7659

y7658

เปิดโต๊ะด้วยออเดิร์ฟร้อน 4 อย่าง เพื่ออุ่นเครื่องเรียกกระชุ่นน้ำย่อยก่อน

y7657

อย่างแรกเป็นกระเพาะปลาผัดแห้ง

y7656

y7655

มีผักกาดแก้วหรือผักกาดหอมห่อเอามาเป็นผักเคียง

y7654

y7653

ปอเปี๊ยะกุ้งที่ผิวแป้งกรอบพอประมาณ ไม่ถึงกับกัดแล้วได้ยินเสียงกร๊อบไปถึงข้างโต๊ะ ไส้เนื้อกุ้งเหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบ ๆ ฟัน ตักหยอดน้ำจิ้มบ๊วยหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ ลงไปอีกหน่อยยิ่งเหมาะปาก

y7652

y7651

อีกมุมหนึ่งของจานออเดิร์ฟเห็นทีแรกยังนึกคุ้นตาว่าเป็นกระเพาะปลาน้ำแดง แต่ผิดคาดเมื่อตักส่งเข้าปากถึงได้รู้ว่าเป็นเอ็นหมูน้ำแดง ที่ใช้เอ็นแก้วหมูเอามาตุ๋นเปื่อย เห็นเนื้อเอ็นแก้วเป็นวุ้น ๆ ก็น่าจะมีคอลลาเจนลดรอยตีนกาให้บ้าง

y7650

ออเดิร์ฟอย่างสุดท้ายก็ยังออกอาการตาถั่วซ้ำอีก เห็นในจานแล้วก็ชะล่าใจว่าจะได้กินยำแมงกะพรุนน้ำมันงา จนกระทั่งตักเข้าปากก็ผิดคาดซ้ำอีก เพราะที่กินเข้าไปคือยำขาไก่น้ำมันงาต่างหาก

y7649

y7648

ดูด้วยตาแล้วเป็นอะไรที่คล้ายกันมาก ขาไก่ที่ถ้าเรียกตามพยาธิสภาพก็ต้องเรียกว่าตีนไก่เอาไปถอดกระดูกเอาไปลวกสุกพอให้เคี้ยวได้นุ่มกรุบกรึบปรุงให้ได้รสชาติเดียวกันกับยำแมงกะพรุนน้ำมันงา แต่เคี้ยวขาไก่ดูจะสนุกเพลินจนติดใจกว่า เมนูมีถ้วยซอสน้ำจิ้มเพิ่มมาไว้ให้ใช้ปรุงแต่งรสอีกถ้วยหนึ่งต่างหาก

y7647

y7646

หมดจานออเดิร์ฟน้ำย่อยก็ย้อยออกมาจนได้ที่พอดี จานใหม่ยกมามีชื่อเรียกว่าเป็ดอบฮ่องเต้ หรือเป็ดอบห้าดาว แต่ฟังชื่อเรียกอย่างหลังแล้วชวนให้คิดพ้องไปถึงไก่ย่าง เห็นทีแรกยังนึกว่ามาเสิร์ฟข้าวเกรียบให้กินเล่น ต้องแหวกข้าวเกรียบออกถึงจะเห็นเป็ดอบ

y7645

y7644

จานนี้เป็นแบบกึ่ง ๆ เป็ดย่างกับเป็ดปักกิ่ง หรือน่าจะออกไปทางเป็ดร่อนนั่นเลย เพราะเป็นเป็ดที่อบจนหนังกรอบและเคี้ยวกินได้จนหมดกระดูกดำ ส่วนเนื้อเป็ดนั้นนุ่มเนียนไม่เหนียวหนึบ ราดด้วยน้ำซอสแบบเป็ดปักกิ่ง

y7643

y7642

มื้อนี้สั่งมากินตามที่ใจนึกอยาก ไม่ได้สั่งแบบอาหารชุดโต๊ะจีน ก็เลยแยกไม่ออกว่าจานไหนจะเป็นจานร้อนหรือจานไหนจะเป็นจานหลัก สั่งแล้วก็ทำหน้าที่กินแบบฝากปากท้องเอาไว้กับเชฟในครัวตามแต่จะจัดคิวให้ ซึ่งคิวจานถัดมาก็คือเป๋าฮื้อน้ำแดง

y7641

y7640

หอยเป๋าฮื้อที่ว่ากันว่ามีโปรตีนและคอลลาเจนเยอะแต่คอเลสเตอรอลต่ำเอามาเจี๋ยนทำน้ำแดงกับเห็ดหอมและผักคะน้าฮ่องกง หอยสไลด์เป็นแผ่นแบบนี้ไม่รู้ว่าใช้หอยนึ่งทั้งตัวแล้วลงมีดสไลด์เองหรือซื้อเป็นหอยสไลด์แผ่นสำเร็จรูปมาเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นหอยแบบไหนขอให้เนื้อนุ่มหนึบไม่คาวก็กินได้จนหมดทั้งนั้น

y7639

y7638

มาถึงจานโปรดอย่างปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ความจริงก็นึกอยากเปลี่ยนไปกินปลาเต๋าเต้ยหรือจาระเม็ดเทาอยู่เหมือนกัน เห็นป้ายประชาสัมพันธ์ว่ามีโปรโมชั่นอยู่ช่วงนี้ตรงหน้าประตูเข้าห้องอาหาร แต่ดูราคาแล้วเริ่มต้นที่ 2600++ บาท ก็เลยกลับใจกินปลากะพงเหมือนแต่ก่อนก็น่าจะดีอยู่แล้ว

y7637

y7636

ชอบกินปลากะพงนึ่งซีอิ๊วของที่นี่ เนื้อปลาสดหวานและมีดแล่น่าจะคมกริบไม่ทันได้เห็นรอยช้ำ เนื้อปลานุ่มแน่นไม่นึ่งให้เนื้อยุ่ยเละ เวลาตักใส่ปากหอมกลิ่นน้ำมันงาและเหล้าจีนในน้ำซีอิ๊ว

y7635

y7634

แล้วก็มาถึงจานหนักท้องหรือจานอิ่มท้อง เลือกสั่งเป็นบะหมี่ผัดมากินแทนข้าว ชื่อเรียกว่าผัดหมี่อี่ฟู่

y7633

y7632

เส้นบะหมี่อี่ฟู่แบบกวางตุ้งที่เอามาผัดใส่ไข่และเห็ดหอม โรยหน้าด้วยเนื้อปูและไข่ปูชวนให้น่าดู ผัดหมี่รสหวานเลยล้ำหน้าเค็มไปนิดแต่ก็กินได้เพลิน ๆ ตักซดน้ำนึ่งซีอิ๊วในจานปลากะพงไปแล้ว ก็เลยไม่ได้สั่งอาหารที่มีน้ำซุปมาซดเพิ่มอีก

y7631

y7630

พื้นที่ท้องชักจะเต็มแล้วเตรียมตัวที่จะปิดมื้อ สั่งขนมหวานที่คงจะนึกตั้งชื่ออะไรไม่ออกก็เลยเรียกว่าของหวานดิเอมเพรส ที่รวมเอา เห่งยิ้ง แปะก๊วย ลำไย เม็ดบัว พุทราจีน เอาไปต้มน้ำตาล เห่งยิ้งก็คือเม็ดสีขาว ๆ ที่ลอยอยู่ในถ้วย เป็นสมุนไพรจีนแก้ไอและหอบ มีสรรพคุณช่วยหล่อลื่นลำไส้ด้วย บางคนเรียกว่าแอลมอนด์จีน แต่ดูแล้วน่าจะเป็นเม็ดแอปริคอทที่ฝรั่งเรียกว่า Apricot kernel มากกว่า แถว ๆ เยาวราชเคยเห็นมีคนเอาไปต้มขายเป็นน้ำสีขาว ๆ ส่วนขนมหวานถ้วยนี้เลือกกินแบบร้อน ไม่ได้ให้ใส่น้ำแข็ง

y7629

ทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แบบยึดมั่นในหลักการที่ว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ถ้าเป็นหลักกินก็ต้องทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด !!!

ชัยพฤกษ์
7 มีนาคม 2559