exit5805

กิโลละสามบาท คนไทยขายกระดาษเก่า แต่กลับเอาแบงก์ไปทิ้ง

มีเรื่องที่ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าไม่ได้ไปเห็นมากับตาแล้วได้ยินมากับหู ก็คงจะไม่เชื่อเหมือนกัน เรื่องของคนขายกระดาษเก่าชั่งกิโล ได้เงินมาไม่กี่บาทกี่สตางค์ แต่ในกองกระดาษที่ขนเอามาขายนั้น แอบหลงทิ้งเงินไปเป็นร้อยเป็นพัน จับเอามารวม ๆ กันแล้ว ปีหนึ่ง ๆ น่าจะนับรวมเป็นเงินล้านอยู่ได้เหมือนกัน
มีโอกาสได้ไปดูโรงงานที่เขารับซื้อกระดาษเก่าเอาไปรีไซเคิล แล้วทำออกมาให้เป็นกระดาษเอามาใช้ได้ใหม่ เป็นโรงงานอยู่ที่ต่างจังหวัด นอกจากจะได้ไปเห็นวิธีการที่เขารีไซเคิลกระดาษกันแล้ว ก็ยังได้ความรู้ใหม่มาด้วยว่ามีคนไทยทิ้งเงินที่เป็นธนบัตรปะปนมากับกระดาษเก่าที่เอามาขายกันอยู่ไม่น้อย
กองกระดาษที่โรงงานรับซื้อมาจากบรรดาผู้ค้าของเก่าอีกทอดหนึ่งนี่แหละ ดูแล้วก็เป็นเหมือนเศษกระดาษธรรมดาที่ไม่ค่อยมีค่าอะไร แต่ในกองกระดาษเหล่านี้กลับมีธนบัตรที่เป็นเงินตราใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายปะปนมาอยู่ด้วยไม่น้อย อาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่หลุดรอดมาถึงโรงงานปลายทาง เชื่อว่าส่วนหนึ่งคงถูกคนเก็บกระดาษขายหรือคนงานร้านรับซื้อกระดาษเก่าพบเจอตอนคัดแยกกันไปบ้างแล้ว
กระดาษเก่าเหล่านี้ก็มาจากตามบ้านเรือน บริษัทห้างร้าน วัดวาต่าง ๆ นี่แหละ ถ้านึกถึงตัวเองก็คงมีนิสัยคล้าย ๆ กันแบบนี้ ชอบแอบซุกเงินไว้ตรงนู้นบ้างตรงนี้บ้าง ซุกไว้ตามหนังสือบ้าง อ่านหนังสือยังไม่จบเล่มดีแล้วหาที่คั่นไม่ได้ ก็เอาแบงก์มาคั่นไว้บ้าง ซุกไว้แล้วคั่นไว้แล้วก็ลืมทิ้งไว้อย่างนั้น พ่อแม่ปู่ย่าตายายเวลาลูกหลานเอาเงินไปให้ ยังไม่อยากจะเอาไปใช้อะไร ก็เก็บไว้ทั้งซองกระดาษที่ใส่มาให้บ้าง ใส่ถุงกระดาษ ถุงพลาสติกก๊อบแก๊บเก็บไว้บ้าง แล้วก็ลืมเก็บไว้อย่างนั้น
วันดีคืนดีตัวเองบ้าง ลูกหลานบ้าง เห็นบ้านมันดูรก ๆ เก็บขนของเก่า ๆ เศษกระดาษ กองกระดาษ เก่า ๆ เอามาทิ้งบ้าง ให้เขาบ้าง หรือเอามาชั่งกิโลขายกันบ้าง พวกเงินที่ซุกไว้ ซ่อนไว้ เก็บไว้ ก็หลงติดไปด้วย เพราะของมันเยอะเกินเวลาที่มี จะมาคอยนั่งคัดแยกก่อนก็คงไม่ไหว ก็มักจะเก็บกันแบบรวก ๆ แบบที่เคยเจอมากับตัวก็มี เก็บของเก่าขายให้บ้านดูโล่งแบบที่ว่านี่แหละ วันหลังแม่มาถามหาเงินที่ใส่ถุงกระดาษเก็บกอง ๆ ไว้ นึกได้ว่าคงจะเผลอยกกองกระดาษรวมขายไปแล้ว ต้องแอบเอาเงินตัวเองใส่ถุงกระดาษไปวางไว้ให้ใหม่
แหล่งที่มีแบงก์หลงติดมากับกระดาษเก่า ๆ เยอะ ๆ อีกแหล่งหนึ่งก็คือวัด ซึ่งส่วนใหญ่จะหลงมากับซองกระดาษที่คนเอาไปทำบุญถวายพระนี่แหละ ก็คงตามประสาพระที่ท่านไม่ได้หลงยึดติดกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ฟังจากคนงานที่โรงงานรีไซเคิลกระดาษเขาเล่าถึงได้รู้ว่ายิ่งถ้าเป็นฤดูกฐินผ้าป่าก็จะมีแบงก์หลงติดมาด้วยมากกว่าช่วงอื่น ๆ
แต่แบงก์ที่หลุดรอดมาจนถึงที่โรงงานและคนงานได้เจอนั้น จะไม่ค่อยได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เท่าไรแล้ว เพราะกว่าจะได้เจอก็ต้องเอากระดาษไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลขั้นตอนแรกก่อนแล้ว ที่สำคัญโรงงานเขาจ้างมาทำงานรีไซเคิลกระดาษ ถ้าจะมามัวนั่งคัดแยกกระดาษหาแบงก์กันก่อน วันหนึ่ง ๆ ก็คงจะไม่ค่อยได้เนื้องานออกมาเท่าไร คนงานก็เลยจะมาเจอแบงก์กันก็ตอนที่ขาดชำรุดไปแล้วจากขั้นตอนแรกในการรีไซเคิลกระดาษที่เรียกว่าการตีเยื่อ ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อน ก็แค่เอากระดาษเก่าใส่ลงไปในถังน้ำใบใหญ่ ๆ แล้วปั่นกวน ๆ เพื่อย่อยตีเอาเยื่อกระดาษออกมา
ตอนที่ปั่น ๆ กวน ๆ กระดาษในถังนี่แหละ พวกเศษวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กระดาษก็จะลอยตัวแยกออกจากเยื่อกระดาษที่เห็นเป็นขุย ๆ คนงานแผนกนี้ก็จะต้องคอยตักเศษวัสดุพวกนี้ออก ซึ่งก็จะมีพวกกระดาษธนบัตรที่ถูกปั่นกวนจนขาดหรือแหว่งไปมากบ้างน้อยบ้างติดออกมาด้วย
เหตุที่กระดาษธนบัตรไม่ถูกตีเยื่อจนยุ่ยเหมือนกระดาษทั่ว ๆ ไป ก็เพราะกระดาษที่เขาเอามาทำแบงก์กันนั้น เขาทำมาจากฝ้ายผสมสารเคมี จะสังเกตดูได้ว่ากระดาษธนบัตรนั้นมีความเหนียว แกร่ง ทน ไม่ยุ่ยง่าย และที่สำคัญคือไม่ซับน้ำแบบกระดาษทั่ว ๆ ไป ดูอย่างเวลาที่ลืมเอาเงินออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเอาลงไปปั่นซักในถังเครื่องซักผ้า ปั่นหมาดเสร็จออกมาเนื้อกระดาษแบงก์ก็ยังอยู่ครบเต็มใบ ถ้าเป็นกระดาษธรรมดาที่ทำจากเยื่อไม้ ฟางข้าว หรือชานอ้อย พวกนี้จะยุ่ยเละปั้นออกมาเป็นก้อนเลยเชียว
ชิ้นส่วนที่มีทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ของธนบัตรเหล่านี้ คนงานคนไหนเจอก็จะเอามารวบรวมใส่ถุงไว้เป็นแบบของใครของมัน เจอชิ้นเต็ม ๆ หรือเกือบเต็มก็ถือว่าโชคดีกันไป เจอชิ้นเล็กหน่อยก็พยายามไปหาเอาคู่ที่ฉีกขาดออกไปให้เจอ ธนบัตรที่หลุดหลงมานั้นไม่ใช่จะมีแต่แบงก์ราคาน้อย ๆ เพราะที่ไปเห็นมามีอยู่ทุกชนิดราคา ตั้งแต่แบงก์พัน แบงก์ห้าร้อย แบงก์ร้อย แบงก์ห้าสิบ ไปจนถึงแบงก์ยี่สิบ วันเดียวยังได้กันมาคนละถุงแบบนี้
ธนบัตรขาด ๆ แบบนี้พูดเป็นภาษากฎหมายเขาเรียกว่าธนบัตรชำรุด ไม่ถือว่าเป็นเงินตราก็เลยใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายไม่ได้ แต่เอาไปแลกค่าได้ตามลักษณะตามเกณฑ์ที่กฎหมายซึ่งเขาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติเป็นผู้กำหนด เดี๋ยวนี้ต้องเอาไปยื่นคำร้องที่ธนาคารพาณิชย์ แล้วเขาจะนัดหมายให้ไปรับธนบัตรฉบับครบถ้วนสมบูรณ์ที่เปลี่ยนให้แทน หลังจากที่เขาส่งไปให้แบงก์ชาติตรวจพิสูจน์แล้วว่าเป็นแบงก์จริง และมีลักษณะตามเกณฑ์ที่กำหนดให้แลกค่าได้แล้ว
เฉพาะเศษแบงก์ที่ผ่านการตรวจพิสูจน์ให้แลกค่าได้แล้วนั้น ก็เป็นรายได้ที่เป็นน้ำจิ้มเติมเงินในกระเป๋าให้กับคนงานกันปีละ 2-3 หมื่นต่อคน เสียดายแบงก์ที่ขาดจนไม่เข้าเกณฑ์แลกค่าได้ที่ถูกทิ้งเปล่าไปไม่รู้เท่าไรอีกเท่าไร ที่ว่ามานี่เฉพาะโรงงานเดียว ถ้ารวมทั่ว ๆ ประเทศหลาย ๆ โรงงานก็น่าจะเป็นเงินหลักล้าน
ทั้งหนักทั้งเหนื่อยอยู่กับฝุ่นเพื่อเก็บกระดาษเก่าหนังสือเก่าไปขาย ดีใจได้เงินมาตั้งกิโลละ 3 บาท แต่แอบทิ้งเงินไปแล้วเท่าไรก็ไม่รู้ !!!
ชัยพฤกษ์  / 26 พฤษภาคม 2552

Leave a Reply