Please wait while JT SlideShow is loading images...
www.chaiyaprukthailand.comทุ่งดอกกระเจียว สุพรรณบุรีดอยผาตั้ง เชียงรายบางใหญ่ นนทบุรีหมู่เกาะตะรุเตา สตูลหอคำ เชียงใหม่น้ำตกแก่งโสภา พิษณุโลกวัดศรีชุม สุโขทัยโขงเจียม อุบลราชธานีสังขละบุรี กาญจนบุรีเกาะหลีเป๊ะ สตูลสวนแม่ฟ้าหลวง เชียงรายพุหางนาค สุพรรณบุรีผามออีแดง ศรีสะเกษเกาะช้าง ตราดเขาค้อ เพชรบูรณ์พุทธอุทยานดอยช้าง เชียงรายเกาะลันตา กระบี่วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยาทะเลหมอก ปายสระมรกต กระบี่หินตาหินยาย สมุยทะเลบัน สตูลสถาบันทักษิณฯ สงขลาแก่งส้มแมว ราชบุรีหัวหิน ประจวบฯทุ่งทานตะวัน เชียงใหม่เขื่อนรัชประภา สุราษฎร์ธานีอ่าวนาง กระบี่กรุงเทพฯ พฤษภาคม 2553
ค้นหา
แบ่งปันให้เพื่อน
AddThis Social Bookmark Button
ออกเสียงลงคะแนน
ชอบอะไรข้างในบ้านหลังนี้
 
ใครอยู่ในบ้าน
เรามี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เกี่ยวกับตัวเลข
สมาชิก : 325
Content : 617
เว็บลิงก์ : 7
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 832550
ใส่ชื่อใช้งาน



ถูกใจกด Like

ถนนราชพฤกษ์ที่แยกจากถนนบรมราชชนนีฝั่งทิศใต้ที่จะไปทะลุออกถนนเพชรเกษมแถว ๆ ภาษีเจริญนั้น นอกจากจะมีหมู่บ้านจัดสรรตั้งกันอยู่เรียงรายแล้ว ยังเป็นแหล่งที่มีร้านอาหารไปเปิดให้เลือกกินกันได้อย่างไม่ซ้ำวัน เดี๋ยวนี้มีมอลล์อย่างเดอะเซอร์เคิลไปเปิดตัวอยู่ด้วย ขนาดร้านค้ายังมาเปิดกันไม่เต็มโครงการ แวะเข้าไปช่วงเย็น ๆ วนหาที่จอดรถแทบจะไม่เจอแล้ว

(คลิกที่รูปแผนที่เพื่อดูภาพขยายใหญ่) ถนนเส้นที่ว่านี้ แถว ๆ หัวถนนเลี้ยวเข้าไปจากถนนบรมราชชนนีสักประมาณ 1 กม. ทางฝั่งซ้ายมือจะมีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งชื่อว่าร้านปลาอยู่เย็น คนที่เคยพอจะคุ้นกับชื่อโรงเรียนอยู่เย็นวิทยาก็ไม่ต้องแปลกใจที่ชื่อมาพ้องกัน เพราะเป็นเจ้าของเดียวกัน

ร้านนี้เปิดขายมาได้กว่า 6 ปีแล้ว จะว่าเป็นร้านอาหารรุ่นแรก ๆ ที่มาเปิดขายกันอยู่ที่ถนนเส้นนี้ก็พอจะได้ ผ่านไปก็จะเห็นรูปปั้นปลาช่อนตัวใหญ่ ๆ สะดุดตา ถึงจะตั้งชื่อร้านว่าอยู่เย็น ร้านก็เปิดขายกันตั้งแต่เช้าสี่โมงครึ่งไปจนถึงเที่ยงคืน ความอร่อยของอาหารก็คิดว่าพอประมาณ ซึ่งก็ต้องขอให้เป็นเรื่องของแล้วแต่ปากแล้วแต่ใจกัน แต่เรื่องของราคาอาหารนั้นน่าจะยังอยู่ในระดับที่เป็นรองกว่าร้านอาหารในย่านเดียวกัน

 

หมูสะเต๊ะเป็นอาหารที่จะสั่งเอามากินแบบที่เรียกน้ำย่อยก่อนก็ได้ หรือจะกินเอาเป็นเอาตายให้อิ่มกันไปเลยก็ได้อีกเหมือนกัน หมูสะเต๊ะร้านนี้จับเอามันไปเสียบไว้ที่ไม้ตรงปลายท้ายสุดของเนื้อหมู คนไม่ชอบกินมันหมูก็ยังพอแยกออกได้ เข้าใจว่าหมูสะเต๊ะนี่เขาจะย่างเอาไว้เรื่อย ๆ เวลาสั่งก็เลยได้ค่อนข้างเร็ว ไม่ต้องรอนานเหมือนอาหารประเภทอื่น

 

หมูสะเต๊ะจะกินให้อร่อยต้องมีขนมปังปิ้งกินเป็นเครื่องเคียงด้วย ขนมปังแบบไหนเอามาปิ้งแล้วก็ไม่อร่อยเท่ากับขนมปังหัวกะโหลก เอามาหั่นให้ได้ความหนาขนาดสองเท่าของขนมปังแบบแผ่นสไลด์ เวลาหั่นถ้ามีดไม่ค่อยคมขนมปังจะออกมาย่น ๆ ยู่ ๆ ต้องจับเอามายืดก่อนที่จะเอาไปปิ้งพอให้ได้ความกรอบที่ผิวนอกทั้งสองด้าน แล้วต้องกินกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะถึงจะเข้ากัน น้ำจิ้มของร้านนี้ค่อนข้างข้นด้วยถั่วลิสง ถ้าเริ่มรู้สึกเลี่ยนก็ต้องกินน้ำจิ้มอาจาดช่วย

 

เป็ดย่างก็เป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งที่ได้เร็ว เพราะเป็ดเขาย่างสุกแขวนเอาไว้แล้ว แค่หยิบเอาลงมาแล่เนื้อสับใส่จานก็พร้อมเสิร์ฟ กินเป็ดย่างให้อร่อยอย่าติดอยู่แค่เนื้อนุ่ม ๆ ต้องได้หนังเป็ดติดเนื้อเข้าไปด้วยถึงจะเต็มรสชาติ แกล้งลืมคอเลสเตอรอลไปก่อน ถือว่านาน ๆ กินทีก็แล้วกัน หนังเป็ดร้านนี้ไม่ใช่สูตรที่ย่างจนหนังกรอบ แต่ย่างให้หอมมีความเหนียวนุ่มอยู่ในตัว กินขิงดองตามเข้าไปก็พอแก้เลี่ยนได้อยู่

 

ผัดไทยกุ้งสดสั่งมาเป็นจานกลาง ก็จานขนาดนี้กินคนเดียวคงไม่หมด เส้นก๋วยเตี๋ยวที่เอามาใช้ผัดเป็นเส้นเล็กที่ค่อนข้างใหญ่กว่าเส้นเล็กทั่วไปนิดหน่อย ผัดกับถั่วงอกและใบกุยช่าย ใส่ไข่แล้วก็ใส่กุ้งสดให้มาเยอะเชียว โรยหน้ามาด้วยถั่วลิสงคั่วป่น จานนี้ต้องกินตอนร้อน ๆ ถึงจะอร่อย พอเย็นแล้วจะเป็นไข ตักแบ่งใส่จานแล้วปรุงรสกันเองตามที่ปากชอบ

 

ปลากะพงทอดน้ำปลาใช้ปลากะพงทั้งตัวผ่าซีกแบะออกให้เป็นปีกผีเสื้อ เอาลงทอดในน้ำมันร้อน ๆ ท่วมตัวปลา ปล่อยให้ปลาสุกเหลืองได้ที่แล้วค่อยกลับด้าน บางคนบอกว่าให้ฟังเสียงฉ่าของปลาในน้ำมัน ถ้าเสียงเงียบไปเป็นอันสุกเหลืองใช้ได้ ให้กลับด้านรอจนเสียงฉ่าเงียบไปอีกเหมือนกัน น้ำปลาที่ใช้ราดจะออกรสหวาน ๆ เค็ม ๆ นอกจากจะราดตัวปลามาแล้ว ก็จะต้องใส่ถ้วยมาไว้ให้อีก เผื่อคนกินอยากจะได้รสจัดเข้มข้นมากขึ้นอีก

 

ต้มยำเนื้อปลาเก๋าแบบน้ำข้น ใส่ทั้งน้ำพริกเผาและกะทิ เนื้อปลาเก๋านุ่ม ๆ ติดมากับหนังปลาเก๋าหนึบ ๆ ตัดกับรสชาติเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ ของน้ำต้มยำได้กำลังดี ซดร้อน ๆ ได้รสชาติความเข้มของเครื่องสมุนไพรอย่างข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด แต่ต้องคอยหลบเลี่ยงพริกขี้หนูเม็ดให้ดี เผลอเคี้ยวเข้าไปเป็นอันว่ามื้อนี้หมดอร่อย กินอะไรอย่างอื่นก็ไม่ค่อยรู้รสชาติ มัวแต่เผ็ดซ่านไปทั่วทั้งปาก

 

จานนี้เป็นอาหารแนะนำของทางร้านชื่อว่า ปลาช่อนอยู่เย็น ก็สัญลักษณ์ของร้านยังใช้รูปปั้นปลาช่อน จานนื้เขาเอาปลาช่อนทั้งตัวไปทอดให้เหลืองกรอบนอกแต่นุ่มเนื้อในเสียก่อน ตัวปลาบั้งจนแทบจะถึงก้างกลาง ความร้อนของน้ำมันจะได้ซึมลึกให้เนื้อปลาสุกทั่ว น้ำราดเป็นแบบน้ำเครื่องปรุงลาบที่เอามาราดให้ทั่วตัวปลา เวลากินต้องกินพร้อมกันทั้งเนื้อปลาและน้ำลาบถึงจะได้รสชาติความอร่อย แต่กินปลาช่อนต้องระวังก้างมากหน่อย จะเบื่อเสียก่อนก็ตรงเรื่องก้างปลานี่แหละ

กินปลาช่อนทอดอยู่เย็นจนหมดจานแล้วก็สั่งเก็บเงิน เดินกลับออกมาเห็นโต๊ะที่มีคนนั่งกันอยู่เต็ม ๆ ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาในร้าน ถึงตอนนี้ผู้คนว่างหายกันไปแทบจะหมดแล้ว

นึกในใจว่าก็ขนาดปลายังแค่อยู่เย็น แล้วคนกินทำไมถึงทนนั่งกันอยู่จนแทบจะได้เวลาร้านปิด !!!

ชัยพฤกษ์ / 21 พฤษภาคม 2554

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช