Please wait while JT SlideShow is loading images...
www.chaiyaprukthailand.comทุ่งดอกกระเจียว สุพรรณบุรีดอยผาตั้ง เชียงรายบางใหญ่ นนทบุรีหมู่เกาะตะรุเตา สตูลหอคำ เชียงใหม่น้ำตกแก่งโสภา พิษณุโลกวัดศรีชุม สุโขทัยโขงเจียม อุบลราชธานีสังขละบุรี กาญจนบุรีเกาะหลีเป๊ะ สตูลสวนแม่ฟ้าหลวง เชียงรายพุหางนาค สุพรรณบุรีผามออีแดง ศรีสะเกษเกาะช้าง ตราดเขาค้อ เพชรบูรณ์พุทธอุทยานดอยช้าง เชียงรายเกาะลันตา กระบี่วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยาทะเลหมอก ปายสระมรกต กระบี่หินตาหินยาย สมุยทะเลบัน สตูลสถาบันทักษิณฯ สงขลาแก่งส้มแมว ราชบุรีหัวหิน ประจวบฯทุ่งทานตะวัน เชียงใหม่เขื่อนรัชประภา สุราษฎร์ธานีอ่าวนาง กระบี่กรุงเทพฯ พฤษภาคม 2553
ค้นหา
แบ่งปันให้เพื่อน
AddThis Social Bookmark Button
ออกเสียงลงคะแนน
ชอบอะไรข้างในบ้านหลังนี้
 
ใครอยู่ในบ้าน
เรามี 31 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เกี่ยวกับตัวเลข
สมาชิก : 336
Content : 680
เว็บลิงก์ : 7
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 948747
ถูกใจกด Like

ขึ้นหัวเรื่องไว้ว่าจะพาไปแวะถ่ายรูปที่สวิสส์ แล้วก็จะพาไปลองใช้ชีวิตแบบเด็กเลี้ยงแกะดูบ้าง จากนั้นพอท้องหิวก็จะพาไปกินไก่อบหมักเบียร์ ซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดนี้ไม่ต้องเสียเงินตีตั๋วขึ้นเครื่องบินไปที่ไหนไกล เพราะอยู่ที่บ้านเรานี่เอง แค่ขับรถจากกรุงเทพฯ ไปประมาณ 160-170 กม. ไม่ทันได้นั่งให้ปวดเมื่อยหลังก็ได้เที่ยวและได้กินอย่างที่ว่านี้แล้ว

(คลิกที่รูปแผนที่เพื่อดูภาพขยายใหญ่) จากตัวอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี วิ่งรถเลยออกไปทางด้านทิศตะวันตก เส้นทางที่มีรีสอร์ทที่พักเปิดกันอยู่เรียงรายนั่นแหละ ประมาณ 3 กม. ก็จะเจอบ้านหอมเทียนที่เขาทำเทียนหอมขายอยู่ทางฝั่งขวามือ เลยไปอีกไม่ถึง 2 กม. ทางฝั่งซ้ายมือก็จะเห็นมีภูผาผึ้งรีสอร์ท

ต่อจากรั้วของภูผาผึ้งจะมีถนนทางแยกเข้าไป ถนนเส้นนี้ก็คือเส้นทางที่จะไปเที่ยวที่ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นเส้นทางที่จะใช้เข้าไปเที่ยวตามสถานที่ที่ได้พูดถึงไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง

 

เข้าไปประมาณ 3 กม. ทางฝั่งขวามือก็จะเจอสวิสส์วัลเล่ย์รีสอร์ทขนาด 80 ไร่ รอเป็นฉากหลังให้จอดรถแวะลงไปถ่ายรูปกัน

 

บ้านหลังสวย ๆ อยู่ติดถนนเป็นร้านอาหารที่ชื่อสวิสส์ฟิชแอนด์ชิพส์ เดินหามุมถ่ายรูปได้โดยรอบ เหลือความเกรงใจไว้บ้างก็เลยไม่ได้เข้าไปวุ่นวายรบกวนคนที่กำลังกินอาหารกันอยู่ในร้าน

 

แค่ด้านนอกร้านก็พอจะหาฉากหลังสวย ๆ ถ่ายภาพได้ไม่น้อยแล้ว

มีร้านสวิสส์ชอปขายของที่ระลึก ที่ใช้เป็นฉากหลังในภาพถ่ายได้อยู่เหมือนกัน

 

นอกจากจะไม่หวงสถานที่เรื่องการถ่ายภาพแล้ว ภายในร้านยังจัดมุมไว้ให้นั่งถ่ายภาพกันด้วย มีของขายอยู่หลายชิ้นที่น่าสนใจ ราคาพอเหมาะพอควรให้หาซื้อกันได้ บางชิ้นเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

 

มีตุ๊กตาแกะให้เลือกซื้ออยู่หลายสีตามความพอใจ คนรุ่นใหม่ไม่รังเกียจความเป็นแกะดำกันแล้ว แต่คอการเมืองถึงจะไม่ได้อยู่ในสถานะของความเป็นไพร่ ก็อาจจะเลือกซื้อแกะแดงได้เหมือนกัน

 

มุมมองจากปากทางเข้าของสวิสส์วัลเล่ย์ ที่พอจะหมุนกล้องหาบรรยากาศที่แตกต่างกันเพื่อเปลี่ยนฉากหลังในการถ่ายภาพได้อยู่หลายภาพ

 

ข้างในนั้นมีบ้านพักในสไตล์เมดิเตอเรเนียนให้มาพักนอนอยู่กลางหุบเขาด้วยกัน 17 หลัง รวมถึงสนามกอล์ฟ ไร่องุ่น และทุ่งเลี้ยงแกะ

 

นอกจากจะแวะมาถ่ายภาพเก็บกลับไปฟรีแล้ว ยังใช้โอกาสเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อระบายความอัดอั้นออกจากตัวบ้าง ถนนทางเดินไปห้องน้ำแม้จะไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบแต่ก็ดูสวยงาม

 

ภาพวาดที่ใช้ประดับอยู่ในห้องน้ำชาย ยืนยันถึงความสุขและความงดงามแห่งชีวิตว่าเกิดขึ้นหรือมีได้ในทุกหนแห่งแม้แต่ในห้องน้ำ

อีกฝั่งฟากหนึ่งของสวิสส์วัลเล่ย์ทางด้านที่เป็นสนามกอล์ฟ

หลังจากแวะพักจอดรถลงไปถ่ายรูปที่สวิสส์วัลเล่ย์จนเป็นที่พอใจแล้วก็ออกเดินทางต่อ ไม่เต็ม 1 กม.ดี ก็จะเจอเดอะซีนเนอรี่รีสอร์ทอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของถนน มีสถานที่ที่จัดไว้ให้ใช้ประกอบฉากในการถ่ายรูปกันตั้งแต่ริมถนน

 

แถว ๆ ด้านหน้านี้มีไก่อยู่หลายตัว ถ้าไม่รู้มาก่อนก็ต้องนึกว่าที่นี่เป็นฟาร์มไก่ ไม่ใช่ฟาร์มแกะ

 

ความตั้งใจที่จะมาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ก็ต้องมากลายเป็นเด็กเลี้ยงไก่ วิ่งไล่ถ่ายเก็บรูปเอาไว้ก่อน
ไข่ไก่ที่นี่ใบโต เอาไปชั่งกิโลขายตามนโยบายก็คงจะได้เงินหลายบาทอยู่

 

เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะได้รู้ว่าในโลกเราใบนี้เขาก็มีวันไข่ไก่โลกด้วย คือวันศุกร์ที่สองของเดือนตุลาคม มีประเทศทั่วโลกกว่า 150 ประเทศที่จัดงานฉลองในวันที่ว่านี้ด้วย ที่บ้านเราไม่รู้ว่ามีที่ไหนจัดงานกันบ้างหรือเปล่า แล้วประเทศที่มีคนกินไข่ไก่กันมากที่สุดในโลกมีคนบอกว่าคือประเทศฮังการี

มีลานจอดรถไว้ให้เป็นสัดเป็นส่วน ถ้ามากันเป็นรถบัสคันใหญ่ก็คงจะต้องจอดไว้ด้านนอก

 

จากลานจอดรถเข้าไปมีอาคารหลังโตที่ทำเป็นเรสตัวรองต์ชื่อฮันนี่ซีน เปิดตั้งแต่สี่โมงเช้าไปจนถึงสามทุ่ม

 

เดินเข้าไปแค่ชะโงกดูแล้วก็กลับออกมา เห็นรายการอาหารแนะนำก็อย่างเช่น สเต๊คเนื้อทีโบน ซี่โครงแกะย่าง ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ขาหมูทอด ฯลฯ ซึ่งไม่ค่อยถูกอารมณ์กับคอส้มตำกับข้าวเหนียว

เป็นร้านอาหารที่ทำไว้ให้นั่งดื่มด่ำได้ทั้งอาหารและบรรยากาศของภูเขากับทุ่งหญ้า

 

ถ้ายังไม่อยากจะกิน เดินถัดต่อมาก็จะถึงร้านจำหน่ายตั๋วค่าที่จะเข้าไปเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ค่าตั๋วจะคิดรวมเอาค่าผักหญ้าที่จะใช้เลี้ยงแกะเข้าไปด้วยแล้ว

 

ร้านข้าง ๆ กันเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึก มีตุ๊กตาแกะน่ารัก ๆ หลายแบบหลายขนาดให้เลือกซื้อ แล้วก็มีพวกผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้มาจากแกะและวัว

เสื้อยืดเด็กเลี้ยงแกะของผู้ใหญ่ขายอยู่ราคาตัวละ 150 บาท สมัยยังเป็นเด็กถูกสอนไม่ให้หัดเป็นเด็กเลี้ยงแกะ แต่เดี๋ยวนี้กลับมาหาซื้อเสื้อแสดงตัวว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะไปใส่ นี่ก็ใกล้จะมีเลือกตั้งหนใหม่กันแล้ว คนที่ลงสมัครตอนที่ออกไปหาเสียงก็อย่าเผลอไปใส่เสื้อแบบนี้เข้า ถึงนิสัยจริง ๆ จะเป็นอย่างนี้ก็ตาม

แถว ๆ หน้าร้านมีมุมที่จัดไว้ให้นั่งถ่ายรูปเก็บไปเป็นที่ระลึก

 

เสร็จเรื่องทั้งหลายแหล่แล้ว ก็พร้อมที่จะเดินเข้าไปดื่มด่ำกับชีวิตของเด็กเลี้ยงแกะกับตั๋วราคา 40 บาท วันธรรมดาเปิดตั้งแต่สี่โมงเช้าจนถึงหกโมงเย็น ส่วนวันหยุดเปิดให้เข้าได้เร็วหน่อยตั้งแต่สองโมงครึ่ง

 

ข้างในนี้นอกจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติแล้ว ก็ยังมีอยู่อีกหลายที่ที่ถูกจัดไว้ให้ใช้เป็นฉากประกอบในการถ่ายรูป

 

พื้นที่ที่จะได้เข้าไปใช้ชีวิตเป็นเด็กเลี้ยงแกะไม่ถึงกับกว้างขวางใหญ่โตอะไรมากนัก พอจะเดินกันได้เพลิน ๆ จนทั่ว

 

ข้างในนี้มีรีสอร์ทให้บริการที่พักนอนอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง แยกพื้นที่กันเป็นสัดส่วน คนที่มาแค่เลี้ยงแกะจะได้ไม่ไปวุ่นวายรบกวน หนึ่งในรีสอร์ทที่ว่านี้ก็คือ เดอะนากายา รีสอร์ทขนาด 6 ห้องพัก กับบ้านพักอีก 2 หลัง กับรูปลักษณ์อาคารที่เป็นปูนเปลือยสีขาวในไตล์เมดิเตอร์เรเนียน

 

บางห้องที่นากายานี้แค่เห็นชื่อก็ชวนให้คิดหวาดเสียวถึงความโป๊เปลือย ก็เขามีห้องที่ชื่อ Nude และห้องที่ชื่อ ว่า Naked อยู่ด้วย ราคาห้องที่นากายาดูจะถูกกว่าห้องที่ซีนเนอรี เหมือนจะเริ่มต้นที่ราคาไม่ถึง 2,000 บาท ส่วนที่นากายากับซีนเนอรีมาอยู่ด้วยกันก็ด้วยความเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน

 

พื้นที่ของซีนเนอรี่เองก็แบ่งแยกออกเป็นสัดส่วน ระหว่างส่วนที่เป็นรีสอร์ทสำหรับคนที่มาพักนอนกับส่วนของคนที่จะมาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ

 

ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณแนวรั้วที่กั้นไว้ให้เข้าไปชมและให้อาหารแกะ ก็ต้องล้างมือทำความสะอาดกันหน่อย ให้อาหารหรือลูบคลำแกะออกมาแล้วก็ควรจะล้างมือทำความสะอาดกันอีกที ถ้าคิดจะล้างมือก็ไม่ต้องมองหาที่กดน้ำยา เพราะเขาทำตัวเซ็นเซอร์ไว้ ยื่นมือไปเดี๋ยวน้ำยาก็ไหลออกมาให้เอง อยากรู้เผลอก้มลงไปดูตรงตัวเซ็นเซอร์ เดี๋ยวน้ำยาก็ได้พุ่งใส่ตาแทน

 

แกะเป็นสัตว์เลี้ยงรุ่นแรก ๆ ที่คนเอามาเลี้ยงกัน ตามหลักฐานที่พอจะมีก็น่าจะไม่น้อยกว่า 6,000 ปีมาแล้ว พันธุ์แกะที่เลี้ยงกันอยู่ทุกวันนี้น่าจะมีเกินกว่า 250 พันธุ์ ส่วนแกะที่เห็นอยู่ที่ซีนเนอรีนี้ชื่อพันธุ์ คาทาดิน (Katahdin)

 

แกะพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในสหรัฐฯ ทนต่อสภาพอากาศแบบบ้านเราได้ นิสัยเชื่องและรู้จักปรับตัว แล้วยังเป็นแกะที่ให้ทั้งขนทั้งเนื้อ ผลัดขนเมื่ออากาศร้อน มีเนื้อเยอะและไม่มีกลิ่นสาบ

 

ส่วนหญ้าที่เอามาให้ใช้เลี้ยงแกะเท่าที่เห็นก็เป็นหญ้าเนเปียร์ ที่ว่ากันว่าโตเร็วและมีคุณค่าทางอาหารสูงเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสัตว์ แล้วถ้าให้หญ้ากินได้ไม่ทันใจ เจ้าน้องแกะก็จะปีนสะกิดเรียกได้อยู่เหมือนกัน ถ้าเป็นตัวผู้ก็อาจจะต้องรับน้ำหนักถึง 90 กก. ส่วนตัวเมียเบาหน่อยน่าจะประมาณสัก 60 กก.

 

นึกอยู่ในใจว่าเลี้ยงสัตว์เดี๋ยวนี้ช่างดีแท้ ไม่ต้องคอยมาให้อาหารสัตว์เอง เพราะมีคนยอมมาเสียเวลาให้อาหารแทน แล้วยังยอมเสียเงินซื้ออาหารเลี้ยงให้อีกด้วย

เวลาเดินก็ต้องคอยระวังมูลแกะที่พื้นหญ้าด้วยเหมือนกัน ถึงจะเอาไปใช้ทำปุ๋ยได้คุณภาพดี ก็คงไม่อยากจะให้ติดรองเท้าขึ้นไปบนรถ

 

นอกจากแกะแล้วในสนามก็ยังมีม้าแคระอยู่ด้วยหลายตัว แต่ยังแคระไม่มากนัก เคยเห็นตัวขนาดความสูงสัก 50 ซม. เห็นไกล ๆ ครั้งแรกยังนึกว่าเป็นสุนัข

 

เดี๋ยวนี้ที่บ้านเราก็นิยมเลี้ยงม้าแคระกันมากขึ้น ด้วยความที่ตัวเล็กคงจะขี่ง่ายกว่าม้าใหญ่ ได้ยินว่าเลี้ยงง่ายด้วยปล่อยให้มายืนเล็มหญ้าอย่างนี้นี่แหละ แต่ถ้าเป็นหญ้าอ่อนก็คงจะต้องปล่อยวัวแก่มาเล็มแทน

 

ส่วนม้าที่ไม่แคระก็มีเลี้ยงไว้ให้เห็นอยู่ด้วยเหมือนกัน

 

พื้นที่ส่วนที่เป็นรีสอร์ทที่พักของซีนเนอรีซึ่งมีแนวรั้วกั้นแยกออกไว้ต่างหาก เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพัก

 

ที่เห็นแล้วรู้สึกโดนใจมาก ๆ ก็คือศาลพระภูมิในแบบเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์

 

บ้านพักของซีนเนอรี่ตอนนี้ได้ยินว่ามีอยู่ด้วยกัน 9 หลัง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,500 บาท

 

ที่สนามหญ้าของการให้อาหารแกะ ยังมีมุมสวย ๆ ไว้ให้เป็นฉากประกอบภาพถ่ายอีกหลายแห่ง

 

ความตั้งใจที่จะใช้เก้าอี้สีแดงตัดกับความเขียวสดของผืนหญ้า

แต่ในอีกบางมุมคนบางคนก็ยังอยากจะยืนเข้าแถวร่วมกันกับหุ่นฟาง

และอีกบางกิจกรรมที่อาจจะต้องจ่ายเงินซื้อ การทดสอบความแม่นยำของการยิงธนูในราคา 100 บาท ถ้ายิงได้เข้าเป้าก็จะได้ภาพถ่ายขนาดโปสการ์ดเป็นรางวัล

 

เสร็จสิ้นธุระที่ตั้งใจจะมาทำที่ซีนเนอรี่แล้ว ท้องก็เริ่มส่งสัญญาณแจ้งให้รู้ว่าได้เวลาที่ควรจะหาอะไรกินได้แล้ว เดินเลยผ่านอย่างไม่ได้ให้ความสนใจนักกับเรสตัวรองต์อย่างฮันนี่ซีน ไม่ได้รู้สึกจงเกลียดจงชังอะไร เพียงแต่ในบางมื้อก็อาจจะมีอารมณ์ที่อยากจะกินอาหารรสชาติไทย ๆ ในราคาที่ยังคงเหลือเงินไว้ในกระเป๋าให้ไปใช้จ่ายอย่างอื่น ผ่านลานจอดรถก็ยังคงทิ้งรถไว้ให้จอดอยู่ตรงที่เดิม เดินออกไปที่ถนนด้านหน้าซีนเนอรี่ จำได้ว่าที่ริมถนนปากทางเข้ามีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งที่ชื่อลุงมีชัย

 

อาหารขึ้นป้ายของร้านนี้ที่ขึ้นป้ายไว้ใหญ่ที่สุดก็คือ ไก่อบหมักเบียร์ ส่วนรายการอื่น ๆ ก็มีประเภทส้มตำ ลาบ ปลาเผา ไข่เจียว หมูทอด ผัดผัก ผัดพริก ผัดกะเพรา ต้มจืด ต้มยำ ต้มแซ่บ และอาหารตามสั่ง

 

ไก่อบของลุงมีชัยใช้ไก่ตัวใหญ่เนื้อเยอะ เอาไปหมักเบียร์ก่อนที่จะเอาลงอบในถังจนสุกได้ที่
ไอเบียร์ที่แทรกซึมเข้าไปเนื้อไก่ ทำให้มีความนุ่มเนื้อแต่หนังยังคงความกรอบ

 

ไก่อบหมักเบียร์ตัวใหญ่อย่างนี้ขืนสั่งมาทั้งตัวคนเดียวก็คงจะกินไม่หมด สั่งแค่ครึ่งตัวลุงมีชัยก็สับขายให้ แต่ถ้ากินเข้าไปหลายตัว ไม่รู้จะถึงกับเมาเบียร์หรือเปล่า

 

น้ำจิ้มมีให้เลือกจิ้มถึง 3 อย่าง เป็นน้ำจิ้มไก่แบบหวาน น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู้ด

 

หาต้มมาซดน้ำซุปให้ชุ่ม ๆ คอ เลือกเป็นต้มแซ่บกระดูกอ่อน ได้รสชาติเปรี้ยวกับเค็มมานำ ความจี๊ดจ๊าดก็ต้องยอมรับว่าใช้ได้

เครื่องผักปรุงต้มแซ่บครบรส ซดน้ำตั้งแต่ยังร้อน ๆ ยกมาลงโต๊ะใหม่ ๆ รู้สึกวาบโล่งลงไปตั้งแต่ลำคอจนไปเครื่องใน เสียดายที่สั่งส้มตำไทยไปแล้วไม่ได้ทำมาให้ เข้าใจว่าคงจะเผลอลืม กินหมดสองอย่างรู้สึกอิ่มกำลังดีก็เลยไม่ได้ตามทวง

ยอมมาซื้ออาหารเลี้ยงแกะแล้วจะหากินเนื้อแกะก็จะกระไรอยู่ สั่งเนื้อไก่มากินแทนเนื้อแกะ แล้วก็บอกกับตัวเองว่า แหม..มันช่างเหมือนกันอย่างกับแกะ !!!

ชัยพฤกษ์ / 27 เมษายน 2554

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช