ตำรับมั่วทำกินเองวันหยุด กูช่ายทอดใส่ไข่กรรเชียงปู เมนูวันนี้ไม่ต้องไปหาร้านกินที่ไหน เพราะไม่เคยเห็นมีใครทำขายกัน อาศัยคิดมั่วทำกินเองในวันหยุดที่หยุดตัวเองไว้กับบ้าน ขี้เกียจออกไปนอกบ้านให้เปลืองค่าน้ำมันรถที่ขึ้นไปถึงลิตรละ 40 กว่าบาทแล้ว ตามประสาคนราศีพฤษภที่ชอบกิน ชิม ทำอาหารอยู่กับบ้าน ได้ของคาวมาแล้ว คราวนี้ก็ดิ้นรนหาเครื่องดื่มที่ให้ดูดีหน่อย ทำน้ำสตรอเบอรี่ปั่นแก้วเล็ก ๆ แต่งหน้าน้ำปั่นด้วยเนื้อสตรอเบอรี่ กินเสร็จออกอาการตาปรือ ไม่ให้เสียชื่อชาวพฤษภแท้ ๆ ที่อิ่มแล้วต้องนอน
ก๋วยเตี๋ยวสูตรโบราณซอยโปโล แห้งก็ดี น้ำก็ได้ แล้วตบท้ายด้วยต้มยำ มื้อกลางวันชอบเร่ร่อนหาก๋วยเตี๋ยวกิน วันก่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จากแถวถนนสามเสน ทำไปทำมาร่อนไปจนถึงซอยโปโล ข้าง สน.ลุมพินี ซอยนี้มีร้านขายอาหารการกินเยอะ ทั้งข้าวต้มโปโลปากซอย ถัดเข้าไปก็ไก่ทอดเจ๊กี แต่วันนี้พาเดินลึกเข้าไปอีกหนอยไปกินก๋วยเตี๋ยวราคาไม่แพง แต่แน่นด้วยเนื้อหาและสาระเพียบ เจอแต่เครื่องประกอบจนมองแทบจะไม่เห็นเส้นในชาม เข้มข้นหน่อยก็ต้องเป็นต้มยำแห้ง ยิ่งกินกับกากหมูกรอบ ๆ อร่อยเข้ากันดีชะมัด
ฮกหลี เด็ดบะหมี่ ดีก๋วยเตี่ยวคั่ว ชัวร์เซ็งซิมอี๊ ที่แยกแคราย ค่ำค่ำขับรถผ่านไปแถวสี่แยกแคราย เห็นคนยืนรอต่อคิวซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านตึกแถวข้างทาง ขนาดท้องยังไม่ว่างดียังแถรถชิดขอบถนนจอดลงไปดู เจอร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อฮกหลี ที่ขึ้นป้ายต่อท้ายว่าเป็นบะหมี่ฮ่องกง หน้าร้านยังมีชั้นวางขนมน้ำแข็งไสเซ็งซิมอี๊ มีของให้เลือกกินเกือบ 30 อย่าง เป็นอันว่างานนี้กระเพาะได้ทำงานหนัก ก็บะหมี่เขาใส่หมูอบน้ำผึ้ง เกี๊ยวกุ้งก็ใส่กุ้งเป็นตัว ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเลหอมฉุย ข้าวผัดแบบเม็ดข้าวสะดุ้งไฟกระโดดโหยง ล้างปากด้วยสลิ่มขนมปังเย็น
เขาต่อแถวทำอะไรหลังจากกินหมูย่างเกาหลีที่เกาหลี กินหมูกระทะที่บ้านเรายังพูดเต็มปากเต็มคำไม่ได้ว่ากินหมูย่างเกาหลี ก็เลยหาเรื่องไปกินหมูย่างเกาหลีที่ภัตตาคารเกาหลีในประเทศเกาหลี ทั้งเกาทั้งหลีขนาดนี้ก็ต้องเขื่อว่าเป็นหมูย่างเกาหลีแน่ ๆ หมูย่างเกาหลีนั้นถูกใจวัยมันเพราะเป็นหมูติดมัน ส่วนเครื่องเคียงแบบเกาหลีที่จัดไว้ให้ก็พอกินได้ แต่ไม่เด็ดเท่ากินกับกระเทียมสดและน้ำจิ้มสุกี้ที่ติดตัวไป จนต้องบอกว่าชองมัลมาซิดซึมนิดา-อร่อยมาก กินจนหมดความสามารถที่จะนำเข้าแล้ว แต่หลังจากนั้นเขาไปต่อแถวยาว ๆ ทำอะไรกัน
คนกินจุไปเรียนทำกิมจิ เป็นคนกินจุอยู่ที่เมืองไทยดี ๆ นึกอยากจะทำกิมจิเป็นกับเขาบ้าง เผื่อจะเอาใจทำให้คนที่บ้านกิน ยอมควักเงินตีตั๋วเครื่องบินไปเรียนทำกิมจิถึงเกาหลี ได้สูตรส่วนผสมมาไม่ขาดไม่เกิน แล้วยังได้รู้ว่ากิมจิของแต่ละฤดูก็หน้าตาไม่เหมือนกัน แต่กินฤดูไหนก็มีประโยชน์ทั้งนั้นเพราะทำมาจากผัก ซึ่งขัดกับคตินิยมของคนกินจุที่ว่า กินอิ่มนอนอุ่นหุ่นไม่เกี่ยว งานนี้หมดไปหลายตังค์ถึงได้ความรู้เรื่องการทำกิมจิกลับมา ทำแค่ให้คนในบ้านกินกันก่อน แต่ทำไมจนถึงเดี๋ยวนี้ก็เห็นยังออกไปซื้อกิมจินอกบ้านกลับเข้ามากิน
ปี๊ดขึ้นไปถึงสะเมิง อยากแยงโป่งตอนตาม“บี้”ไปกินข้าวที่โป่งแยงแอ่งดอย จะออนไปถามบี้ สุกฤษฎิ์ ว่ากินอะไรถึงหล่อและเก่งก็กลัวจะไม่ตอบ พอรู้ว่ามีป้ายบี้แนะนำอาหารอยู่ที่ร้านโป่งแยงแอ่งดอย แม่ริม เชียงใหม่ ก็เลยคิดจะตามไปบี้ เอ๊ย..ตามบี้ไปลองกิน เผื่อกินแล้วจะปิ๊งป๊างเข้าตาเจ๊ม้าบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าประกวดเดอะสตาร์ ก็ขอคะแนนโหวตเป็นเดอะชราก่อน ไปถึงบ่ายสองสิบห้าเจอป้ายขออภัยที่นั่งเต็ม รู้สึกปี๊ดขึ้นอยากจะหาอะไรไปแยงโป่งแก้ผิดหวัง อาศัยลูกอ้อนอู้กำเมือง หวิดไม่ได้โต๊ะ แต่ได้ ต อื่นแทน
คืนหนาวสิบเจ็ดองศา ขออิงอุ่นไออยู่ในอ้อมกอดของมาริษา ผู้ให้ไออุ่นในคืนที่ปรอทวัดอุณหภูมิอยู่ที่สิบเจ็ดองศา หลายคนอาจจะยังรู้สึกแค่เย็น แต่สำหรับคนเดินทางคนหนึ่งที่เคว้งคว้างรอนแรมมาจนถึงเชียงดาว ซึ่งบนท้องฟ้าก็ยังปล่อยให้ว่างเปล่าไร้ดวงดาว มีเพียงต้นไม้ใบหญ้าอยู่รายรอบ เหลือความเงียบเหงาไว้เป็นเพื่อนใกล้ชิด แยกบอกไม่ได้ว่าความหนาวที่รู้สึกถึงนั้น เป็นเพียงความหนาวกายหรือลงลึกไปหนาวถึงก้นตะกอนของหัวใจ คงจะดีหากในคืนวันที่ผ่าน จะมีใครสักคนส่งอารมณ์ความรู้สึกเดียวกันนี้มาพบเจอบ้าง
นอนบูทีคไม่ฉีกกระเป๋า เปิดห้องใหญ่ในราคาเยา ชญยล เชียงใหม่ ถ้าไม่ติดว่าจะต้องนอนโรงแรมใหญ่ จะเก็บไว้ลองเป็นทางเลือกดูก็ได้ ชื่อ ชญยล Chayayon บูติคลอดจ์แอนด์วิลล่า อยู่ถนนเลียบคลองชลประทาน ห่างแยกเข้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ 4.5 กม. ห้องดีสักส์ 50 ตร.ม. คืนละไม่ถึง 800 บาท สไตล์บูทีคแต่ละห้องตกแต่งไม่ซ้ำกัน ได้นอนห้องสูท-สวีท ราคาไม่ถึงสองพัน มีห้องเตรียมอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำที่มีอ่างจากุชชี่ นอนห้องสูทเข้าห้องน้ำไม่รูดม่านชวนให้รู้สึกสูทเตี๋ยว-เสียวก้นพิลึก
ปายฟ้าที่ร่ำเปิง บ้านร่ำเปิงอยู่ที่ตำบลสุเทพ เมืองเชียงใหม่ หน้าวัดร่ำเปิงมีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านหนึ่งตั้งชื่อว่า ปายฟ้า เป็นร้านเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ เอาข้าวของเครื่องใช้สมัยก่อนเท่าที่จะพอมีมาตกแต่งประดับ ติสต์มองก็อาจจะบอกว่าร้านนี้เซอร์ เพราะดูง่าย ๆ สบาย ๆ แต่พวกโนติสต์ก็เถียงว่าเป็นแนวซอมซ่อมากกว่า ถ้ามัโอกาสผ่านไปก็แวะดูเอา เจ้าของร้านเคยขายของอยู่ที่ถนนปรีดา เมืองปัตตานี แต่เดี๋ยวตูมเดี๋ยวตามทนปรีดาไม่ไหว จูงมือภรรยาพามาขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่เชียงใหม่ 3-4 ปีแล้ว รวมถึงข้าวคลุกเคย แต่ใครไปวันพุธข้าวไม่มีขาย
เดินวัวลาย กินรายทาง ถนนคนเดินวันเสาร์ที่เชียงใหม่ ไม่ได้ขายแต่ของใช้ ของกินก็มีขายกันตั้งแต่หัวถนนไปจนท้ายถนน เดินช่วงเย็น ๆ ค่ำ ๆ ไม่ต้องกินอะไรไปก่อน เดินชมไปชิมไปเดี๋ยวก็อิ่มเอง เริ่มต้นด้วยของปิ้ง ย่าง และทอดที่ส่งกลิ่นไปก่อกวนน้ำย่อยและเรียกน้ำลาย ตามด้วยอาหารเมืองทั้ง ไข่ป่าม ไข่คว่ำ เมี่ยงตะไคร้ ข้าวจี่ ข้าวกั้นจิ้น กระบองทอด แกงโฮะ และไส้อั่ว ยิ่งกว่าธงฟ้าก็ต้องเป็นก๋วยเตี๋ยวราดหน้าราคา 5 บาท ที่ยังหากินได้ ผลไม้ล้างปากเป็นสตรอเบอรี่คลุกพริกเกลือ ก่อนเพิ่มคุณภาพปากด้วยขนมลิ้นหมา
มีแต่คนเดินกันอยู่ทั่ว แต่ถนนชื่อวัวลาย ย่านถนนที่ฝรั่งเรียกว่า Silver Village เดี๋ยวนี้ทุกวันเสาร์เขาปิดถนนให้คนเดิน ตั้งแต่เย็น ๆ ไปจนดึก โดยคนแถว ๆ นั้นจะทำของใช้และของกินที่เป็นงานฝีมือเอามาขายกัน ส่วนจะใช้หรือกินได้หรือเปล่าต้องไปเดินดูด้วยตัวเอง มีของวางขายกันตลอดความยาวของถนน 1 กม. ยังไม่รวมแยกตรอกซอกซอยและในวัด เดินดูก็เพลินแล้วกับความคิดที่ประยุกต์สินค้าให้กลมกลืนกับยุคสมัย แต่มีกลิ่นไอของความเป็นพื้นบ้านและพื้นเมืองล้านนา แวะซื้อถุงผ้าใส่ของมีข้อความแสบ ๆ คัน ๆ หัวใจพิลึก
ครั้งหนึ่งกับ 1001 Arabian Night ในเวียงจุมออน คุ้นกับหนังผีเกาหลีเรื่อง จูออน ไปเจอตึกแถวสีชมพูริมแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่เขียนชื่อร้านว่า Vieng Joom On นึกว่าชื่อเวียงจูออน กว่าจะนึกได้ว่าจุมออนคือสีจมปู ก็ผลักประตูเดินเข้าร้านไปแล้ว ก่อนจะออกอาการตะลึงชากับสร้อยต่อท้ายชื่อร้านว่า Teahouse ด้านหน้าขายชา ด้านหลังติดแม่น้ำขายน้ำชา เฉียดสะพานจันทร์สมที่สร้างเป็นอนุสรณ์ความรัก เหมาะจะพาฟุบุ๊ฟุบุ๊ไปนั่งจิบชามองตากันให้โรแมนติก กินขนมแกล้มสูงสามชั้นกับชาอาหรับราตรี จนกลายร่างเป็นอาหลับกลางวัน
จะไม่ยอมให้เธอเป็นแค่ทางผ่าน..ข้าวแฝ่ ยังเกิดทันให้คนรุ่นพ่อได้สอนให้รู้ว่าคนสมัยก่อนเรียกกาแฟว่า ข้าวแฝ่ ก็เลยรู้ความหมายเมื่อมีคนเอามาตั้งชื่อร้านขายกาแฟ อาหาร และของที่ระลึก ตกแต่งทำร้านให้ดูสวย เดิ้น คลาสสิค มีสกุล แบบเรือนไม้สไตล์ล้านนาประยุกต์ อยู่ที่แม่แตง เชียงใหม่ วิ่งรถผ่านไปเห็นถึงกับเหยียบเบรกแวะเข้าไปเดินดูเรือนสวย ๆ ที่เย็นร่มรื่นอยู่กับต้นไม้และบ่อปลาคาร์พ คงไม่ดีถ้าจะเดินดูฟรี ก็เลยต้องมีสั่งอร่อยจานเด็ดมากินแก้เขิน สุดท้ายทำใจไม่ได้กับถ้อยคำที่ว่า อย่าให้ฉันเป็นแค่ทางผ่าน
เจอสวนส้มเดี่ยวนี้ต้องมีแวะ ชม แชะ ชิม ช้อป เต็มจ๊อบเที่ยว สวนส้มเดี๋ยวนี้ต้องแต้มเติมสีสันชวนคนเข้าไปเที่ยว รับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติด คิดไว เปลี่ยนใจเร็ว ขับรถผ่านไชยปราการ ฝาง แม่อาย ไปถึงบ้านท่าตอน ถ้ายังไม่ได้แวะสวนส้ม เลยข้ามแม่น้ำกกไปอีกนิดเดียวมีสวนส้มแทปกับสวนส้มธนาธรอยู่ ไปดูแล้วจึงรู้ว่าผลไม้อย่างส้มไม่ได้ปราบเซียนไปเสียทุกที่ ทุกวันนี้ยังเหลือเซียนที่ทำให้ราคาส้มขยับสูงขึ้นไปได้เรื่อย ๆ เที่ยวสวนส้มให้เต็มจ๊อบต้องครบ ชม แชะ ชิม ช้อป แต่บางคนยังบอกว่าได้ไปแค่ชิมส้มชมส้วม
นอนอุ่นกินอิ่มริมน้ำกก ทำแต่เรื่องใหญ่ ๆ ที่รีสอร์ทคุณใหม่บ้านสวน ชื่อแม่น้ำกกมาจากชื่อเมืองกกในพม่าที่เป็นต้นน้ำ ไหลเข้าบ้านเราที่ท่าตอน อยากไปนอนทิ้งอารมณ์ให้เรื่อยไหลไปลงโขง เพื่อนฝูงแถวนั้นแนะให้ไปนอนที่บังกาโลริมกกของรีสอร์ทคุณใหม่บ้านสวน ซึ่งเป็นอะไรที่เล็ก ๆ เรียบร้อยแต่น่ารัก ถ้าเป็นสาวก็เรียกว่าตรงตามสเปค ส่วนเหตุผลที่แนะนำที่นี่ให้ก็เพราะว่าเขาทำอาหารอร่อย ก็เลยได้ไปทำเรื่องใหญ่ไว้สองเรื่องคือกินกับนอน ที่นี่มีต้นย่านดาโอ๊ะหรือดอกไม้สีทองด้วย แต่ใจอยากได้เจอกับดอกส้มสีทองมากกว่า
เมื่อหมอกหายก็ได้เห็นสมานฉันท์ ไหว้พระธาตุ 12 ปี พระเจดีย์แก้ว วัดท่าตอน วัดนี้อยู่บนเขาริมแม่น้ำกก มีห้องให้พักระดับรีสอร์ท ความสูงของเขามีอยู่ 9 ชั้น แต่ละชั้นก็มีอะไรให้ดูต่างกันไป ขึ้นไปชั้น 8 มีพระเจดีย์แก้วที่เป็นอลังการงานสร้าง เดินขึ้นสะพานสายรุ้งบนตัวมังกรไปไหว้พระธาตุ 12 ปีเกิด ก่อนต่อไปไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ที่นี่มีทั้งมังกรเงินและทองซึ่งเป็นมังกรทั้งหัวและท้าย ไม่มีพวกหัวมังกุปะปน ขึ้นไปใหม่ ๆ มีหมอกตรึม สายเข้าหน่อยหมอกจาง อะไรที่บดบังตาและใจก็หายไป สมานฉันท์ก็เลยโผล่มาให้เห็น
กินข้าวซอยไม่ต้องเข้าซอย ร้านป้าติ๋วหวานใจของบังหวังที่ท่าตอน เคยนั่งเรือหางยาวล่องแม่น้ำกกจากบ้านท่าตอนไปเชียงรายจนตัวดำ เดี๋ยวนี้ถนนหนทางดีมีที่เที่ยวและที่นอนเยอะขึ้น ที่กินก็มากขึ้นตามไปด้วย ร้านป้าติ๋ว หรือจะเรียกว่าร้านบังหวังก็ได้ ขายอาหารมุสลิมสารพัดอย่าง แต่ขึ้นชื่อเรื่องข้าวราดแกง ข้าวหมกไก่ และข้าวซอย อยากกินข้าวซอยไปถามหาร้านซึ่งไม่คุ้นเคย คงจะไม่ได้ลากเสียงคำว่าข้าวให้ยาว คนที่ถูกถามฟังสับสนเป็นเข้าซอยชี้นิ้วบอกทาง แทนที่จะได้เจอร้านกิน กลับไปเจอวินมอเตอร์ไซค์ที่ปากซอย
โซ้ยทั้งเนื้อซดทั้งน้ำ ทิพรสก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเมืองฝาง กินมาตั้งแต่ก่อนเก่า มีเวลาเลยแวะไปซ้ำความทรงจำ เปิดร้านอาหารเดี๋ยวนี้ต้องแต่งให้ดูสวย เดิ้น คลาสสิค มีสกุล แต่ร้านนี้เป็นตึกแถวไม่ติดแอร์ ขายก๋วยเตี๋ยวระดับชามสีเขียวชวนชิม มีให้กินทั้งเนื้อและหมู แต่ที่อร่อยบอกปากต่อปากก็น่าจะเป็นเนื้อ สั่งหมูสะเต๊ะหน้าร้านมาเรียกน้ำย่อย ก่อนเติมเต็มถังด้วยก๋วยเตี๋ยวทั้งแห้งและน้ำ ต่อด้วยลูกชิ้นลวกเปล่า ๆ มาเคี้ยวให้หนึบหนับปาก ลูกชิ้นร้านนี้ทำเองไม่ต้องใช้บอแรกซ์ช่วย ทั้งซดและโซ้ยไม่ยั้งจนแทบจะสลบซบคาชามสุดท้าย
ความอ้วนไม่มีขายอยากได้ต้องหาเอา ขาหมูเชียงดาวร้านพรเพ็ญ เคยกินกันมาตั้งแต่ตอนที่ไปอยู่เชียงใหม่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ตอนนี้ผ่านวัยที่จะแอ่วสาวบ่ก้าย ย่างใกล้วัยที่สาวด่าบ่เจ็บใจเข้าไปทุกที ผ่านไปเชียงดาวแวะไปย้ำซ้ำอดีต ร้านนี้คนมักจะพูดถึงแต่ขาหมู ไม่ค่อยได้พูดถึงกับข้าวอื่น กินแล้วก็นึกถึงเพลงขาหมูของ Tattoo Colour ที่ว่า ..เกลียดจังความอ้วน ใคร ๆ ก็รู้ แต่ยังสั่งขาหมูกินอยู่ดี.. เคยเชื่อว่าคนเราเกลียดอะไร ก็มักจะได้อย่างนั้น แต่ลองเกลียดมาแล้วทั้งอั้ม ชมพู่ หยาด แพน ญาญ่า แต่ก็ไม่เห็นได้มาสักที
เย็นยะเยือกหกองศาไม่ขยาด กินนอนอยู่อย่างธรรมชาติบนอ่างขาง บอกคนที่บ้านว่าจะไปเชียงใหม่ขึ้นดอยอ่างขาง ตั้งใจจะไปกินอยู่นอนอย่างคนที่โหยหาธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะออกวีซ่าอนุญาตให้แล้วยังจัดของกินใส่รถมาให้อีกตรึม ไม่ได้บอกว่าธรรมชาติที่ว่าเป็นชื่อของรีสอร์ทระดับติดดาวของดอยอ่างขาง ชื่อฝรั่งว่า Angkhang Nature Resort ที่เตียงมีเครื่องทำความอุ่นไม่ต้องห่วงกับอุณหภูมิที่ลดลงเหลือ 6 องศา ปกติคนที่บ้านจะไม่ปล่อยให้ไปหาธรรมชาติที่ไหน เพราะอยู่บ้านก็มีความขี้เกียจเป็นธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่งแล้ว
ขึ้นอ่างขางทางเลาะเลี้ยวเที่ยวไม่ทันกิน ไปเชียงใหม่กลัวเสื้อกันหนาวที่เตรียมไปจะไม่ได้ใช้ ขึ้นดอยอ่างขางตามหาความหนาว กะว่าจะไปกินข้าวเที่ยงที่สโมสรอ่างขางที่มีอาหารทั้งปลาเทร้า ปลาสเตอร์เจียน เป็ดอี้เหลียง หมูจินหัว ขับรถแวะไปเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ ตั้งแต่ตลาดบ้านห้วยลึก ไร่องุ่นเคียวโฮและพุทรานมสดจุ่นจันทร์ สวนสตรอเบอรี่ภูชิต ตรวจแถวนางพญาเสือโคร่ง ตลาดดอยอ่างขาง เข้าไปในสถานีเกษตรหลวงยังแวะดูเรือนดอกไม้ สวนบอนไซ สวน 80 กว่าจะถึงจุดหมายที่ตั้งใจก็บ่ายสองโมงครึ่ง ก็เลยได้เที่ยวแต่ไม่ทันกิน
พืชสวนโลก 2554 เที่ยวเกินร้อย ขึ้นสวรรค์สองรอบกับจินตนาการในสวน ตอนจบของการเที่ยวงานพืชสวนโลก ที่ออกอาการใจแตกยอมจ่ายเงินอีกร้อยยี่สิบเพื่อที่จะได้ขึ้นชิงช้าสวรรค์ แต่เขาให้ขึ้นสวรรค์ได้แค่สองรอบในเวลาหกนาที เดินดูดอกไม้เมืองหนาวทั้งทิวลิปและลิลลี่ ปีนี้มีเอามาอวดกันทั้งของไทยและฝรั่ง อีกทั้งพืชผักแปลก ๆ บัวจิ๋วที่สวนบัว และทุ่งทานตะวันที่สวนพรมบุปผา ได้รู้จักการนวดแบบตอกเส้นและนวดจัดกระดูก รอจนตกค่ำถึงได้ดูการแสดงในบึงน้ำ ขบวนแฟนซีพาเหรด ก่อนจะเข้าสวนจินตนาการถึงแสงสี
พืชสวนโลก 2554 ร้อยเดียวเที่ยวให้คุ้ม โลกของดอกไม้และแมลง ติดใจงานมหกรรมพืชสวนโลกเมื่อปี 2549 ปีนี้เลยตั้งใจจะต้องไปดูอีกให้ได้ ซื้อตั๋วตั้งแต่หัววันในราคาแค่ร้อยเดียว แล้วตั้งใจไว้ว่าจะไม่เสียเงินซื้ออะไรเพิ่มอีก เลือกที่จะเดินในงานไม่ขึ้นรถ แต่มาคราวนี้ไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจ หลายสวนในงานยังเป็นอะไรที่เดิม ๆ บ้างก็ดอกไม้น้อยลง แต่ก็ยังมีดอกไม้ กล้วยไม้ สวย ๆ และอะไรใหม่ ๆ เติมเข้ามาอีกมาก เรื่องจึงยาวต้องจบตอนแรกไว้หลังจากไปดูโลกของแมลง เสียดายที่ไม่มีเรื่องของแมลงโม้ และแมลงเม้าท์ เอาไว้ด้วย
เขยิบเข้าไปกินใกล้ถิ่นผู้ว่า กทม. ก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่ไข่ต้มอายตี อ่านว่า อา-ยะ-ตี เป็นทั้งชื่อคนและชื่อร้าน ที่เป็นห้องแถวเล็ก ๆ อยู่ถนนมหรรณพ ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือและศาลาว่าการ กทม. โดดเด่นในเรื่องของก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ใช้มะนาวบีบสด แล้วต้องใส่ไข่ต้มด้วยถึงจะครบสูตร หมูชิ้นโตที่ใช้นุ่มลิ้นนวลช่องปาก แล้วยังมีรายการรองลงมาอย่าง ขนมจีน ข้าวหน้าไก่-หมูนุ่ม สลัดไข่ ส้มตำ ลาบ น้ำตก และยำ เปิดร้านตั้งแต่เก้าโมงครึ่งไปจนถึงสามทุ่ม ของหวานเป็นเฉาก๊วย ที่อวดรู้จนโดนสาวคนขายค้อนก็คือไปสั่งกล้วยบวชชีพราหมณ์
หลบอยู่ในซอย คนยังยืนคอยโต๊ะ ข้าวต้มเพ่งเพ้ง บางลำพู ในยุคเจเนอเรชั่น 3 มีคนบอกว่าร้านนี้ขายมานานเกินกว่า 60 ปีแล้ว แต่ที่ได้ไปกินมาก็นับเวลาได้แค่ประมาณ 15-16 ปี ร้านข้าวต้มธรรมดา ๆ หลบตัวอยู่ในซอยแคบ ๆ แถวถนนพระสุเมรุ บางลำพู ตกเย็นคนเข้าไปกินจนต้องยืนรอโต๊ะกันตอนช่วงหัวค่ำ คนทำอาหารหยิบเอาเป็ดย่าง เป็ดพะโล้ ขาหมู เอาไปทำยำหรือผัดกะเพราขาย แม้แต่ต้มจับฉ่ายก็ยังเอาไปยำ สั่งกับข้าวไป 14 จาน จ่ายแบงก์พันไปยังมีทอน กลับเข้าบ้านอ่อนแรงหลับผล็อย ถูกเยาะว่าหมดแรงข้าวต้ม
หลบหนาวน้ำไปกินปูดูทะเลที่หาดน้ำหนาว สัตหีบ เพื่อนฝูงชอบว่าเป็นคนเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลไปสุพรรณ ช่วงนี้ลมหนาวมาแล้ว เช้า ๆ โชยกลิ่นน้ำเน่าที่ท่วมบ้านชวนให้หนาวอารมณ์ เลยหนีน้ำไปชลบุรี ขับรถเลยไปถึงสัตหีบ แวะไปหาข้าวกินที่หาดน้ำหนาว ทางเข้าไปบ้านช่องแสมสาร ที่นี่มีบ้านพักรับรองของทหารเรือติดแอร์ให้นอนคืนละแค่ 500 บาท ร้านอาหารก็รับลมอยู่ติดทะเล นึกถึงน้ำท่วมเกิดอยากกินปู ก็เลยต้องสั่งมานั่งกินปูดูทะเล เคี้ยวกินปูอย่างละเอียด ไม่รู้ว่าเกิดเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันตั้งแต่เมื่อไร
เดินตลาดจักจั่น ช้อปไอเดียกระฉูด กินมันนี่กระจาย ไปหัวหินถ้าตรงกับช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังมีตลาดให้เที่ยวเดินอีกแห่งหนึ่ง เป็นตลาดกลางคืนที่เปิดตั้งแต่สี่โมงเย็นไปจนถึงสี่-ห้าทุ่ม ชื่อว่า ตลาดซิเคด้า Cicada ที่แปลว่า จักจั่น ผู้ขับลำนำแห่งแสงจันทร์ ตลาดนี้อยู่นอกตัวเมืองหัวหิน ช่วงปากทางเข้าไปเขาตะเกียบ แนวตลาดออกไปในทางที่ตอบสนองต่อกลุ่มคนหัวใหม่ พวกติสต์ หรือคนที่ใช้ชีวิตแบบอิสระ แอคติวิสต์หัวโบราณที่ยัง Stay hungry, stay foolish เดินแล้วก็ได้แค่กลิ่นไอของความเป็นแคปิตัลลิสต์กลับมา
เดินตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม กลัวจะมีนโยบายคืนภาษีทีหลัง ก็เลยยังไม่กล้าซื้ออะไร (2) เรื่องมันยาวจนจบไม่ลงในตอนเดียว ต้องแบ่งครึ่งตลาดเอามาเขียนต่อถึงตอนที่สองของตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม เดินดูสินค้าที่วางขายกันแล้ว ดูจะเอาใจผู้หญิงมากกว่าผู้ชายจนออกนอกหน้า ทำอยู่แค่หามุมสวย ๆ และคนสวย ๆ ถ่ายภาพ กำหนดเป็นนโยบายส่วนตัวว่า เดินเรื่อย ๆ ถึงจะเมื่อยจัง แต่สตางค์ต้องยังอยู่ครบ กลัวรัฐบาลจะออกมาตรการคืนภาษีแบบไล่หลังเหมือนคนที่ซื้อรถซื้อบ้าน ก็เลยยั้งมือยังไม่ยอมซื้ออะไรทั้งนั้น
เดินตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม กลัวจะมีนโยบายคืนภาษีทีหลัง ก็เลยยังไม่กล้าซื้ออะไร (1) พาไปเดินตลาดน้ำหัวหินมาแล้ว คราวนี้พาไปเดินตลาดน้ำสามพันนามที่อยู่ใกล้ ๆ กันบ้าง แต่พื้นที่เดินของตลาดนี้ดูกว้างขวางกว่า ต้องใช้เวลาเดินกว่าสองชั่วโมงจึงจะทั่ว บรรยากาศลมเย็นธรรมชาติ มีซุ้มให้นั่งกินข้าวริมน้ำหมู่บ้านประมงจำลอง ดูการแสดงบนเรือกลางบึงน้ำไม่ต้องเสียสตางค์ ร้านค้ามีหลากหลายแต่หนักจะขายไปทางพวกเสื้อผ้า ของกินยังพอมีให้เป็นคนเลือกกินได้ เรือขายของมีพอให้เกิดอารมณ์ของความเป็นตลาดน้ำได้
ช้อปเสียเงิน เดินชมฟรี อยากได้อะไรแก้คันหู เลยไปเดินหาดูที่ตลาดน้ำหัวหิน ได้ยินเสียงวิพากษ์น้องจ๊ะกับเสียงแขวะกันรายวันทางการเมือง เกิดอาการคันหูจนขนลุก ผ่านไปทางหัวหินได้ยินว่ามีตลาดน้ำเปิดใหม่ อยู่ที่ซอยหัวหิน 112 แวะไปดูเจอว่ามีอยู่ 2 ตลาด 2 สไตล์ สร้างอยู่ใกล้ ๆ กัน ไปเดินตลาดแรกที่อยู่ติดถนนชื่อตลาดน้ำหัวหินก่อน ใช้เวลาอยู่ชั่วโมงครึ่ง ยึดนโยบายใหม่ช้อปเสียเงิน เดินชมฟรี เลยไม่ต้องได้อะไรติดมือมาแก้คันหู แต่เจอคนมาเที่ยวตัวน้อย ๆ นั่งเล่นแทปเลท ยังแปลกใจนึกว่าอะไรจะแจกกันได้ไวถึงปานนี้
ยอมให้เขาชวนข้ามช่องเม็กไปกินข้าวมื้อกลางวันข้างส้วมที่ปากเซ ไปทำงานแถว ๆ ช่องเม็ก ชายแดนไทย-ลาว ที่อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี งานเสร็จแต่หัววัน มีคนชวนข้ามแดนเข้าไปกินข้าวมื้อกลางวันข้างส้วมที่นอกเมืองปากเซ อาหารข้างส้วมที่ได้กินมีทั้ง ปลาทอดน้ำปลา หมูทอดตะไคร้ น้ำพริกแจ่วหมากเด่นกับผักสด ต้มยำไก่ ผัดหมากสะเวอใส่ไข่ ลาบหมู ของหวานเป็นลูกสำรอง ก็เลยได้รู้ว่าส้วมลาวน่าดูกว่าส้วมไทย ก่อนกลับแวะอุดหนุนสินค้าของคุณนายดาวเรืองสักหน่อย เห็นใจว่าบ้านยังมุงหลังคาและทาสีไม่เสร็จสักที
เสียเงินขี่เรือบินไปลองกิน กระดูกอู๋ซี หมูค้างปี กับไก่ขอทาน ได้ยินชื่อมานานเรื่องอาหารจีนแถว ๆ เซี่ยงไฮ้และเมืองใกล้ ๆ ที่เรียกกันว่า ซี่โครงหมูอู๋ซี หมูพันปี ไก่ขอทาน รวมไปถึง เซี่ยวหลงเป่า ยอมควักกระเป๋าตีตั๋วขี่เรือบินไปลองกินให้ถึงที่ จะไปหากินเองก็กลัวไปไม่ถูก เอาง่ายเข้าว่าก็เลยใช้ซื้อทัวร์เพราะสบายดี ไปแค่ 3-4 วัน แต่รู้สึกเหมือนเป็นการเดินทางที่หนักหน่วง ก็ขนมาให้กินทั้งหมูสามชั้น ขาหมูพะโล้ หูฉลาม เป็ดย่าง ไก่นึ่ง ไก่ตุ๋น ไก่ย่าง ปลานึ่ง ปลาทอด เต้าหู้ ตัวก็เลยทั้งหนักทั้งหน่วงเพราะกินเข้าไปจนเต็มเหนี่ยว
ไปเมืองจีนเผลอนวดฝ่าเท้าเสียค่ายา เจอลูกสาวเถ้าแก่มาเสียค่าหยก มีคนจับเอาคำว่า หยก ยา ชา ไหม มุก มาเรียงต่อกัน ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวภาคบังคับของคนซื้อทัวร์ไปเมืองจีน แต่ละที่ก็มีลูกเล่นการขายของตัวเองแตกต่างกันไป ด้วยการจูงใจทั้งด้านสรรพคุณและการลดแลกแจกแถม จะยอมเสียเงินหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความใจแข็งและเงินในกระเป๋าของลูกค้า เจอเด็กนวดฝ่าเท้าให้หน่อย ถึงกับยอมให้หมอแมะสั่งยาจีนให้ราคาเป็นหมื่น หรือเจอลูกสาวเถ้าแก่โรงงานหยกมาเองใจป้ำลดระห่ำเลยควักเงินซื้อไปอีกเป็นแสน
ส่งความสุขปีใหม่จีนให้ด้วยเจ้าแม่กวนอิมที่ทั้งสูงและทั้งสวยจากเมืองซูโจว ส่งความสุขวันตรุษจีนมาให้ด้วยเรื่องราวของเจ้าแม่กวนอิม จากวัดฉงหยวน เมืองซูโจว ประเทศจีน วัดนี้อยู่ริมทะเลสาบหยางเฉิง แถว ๆ ที่เขาไปกินปูขนกันในช่วงฤดูหนาว มีอายุกว่า 1,500 ปี แต่ปฏิสังขรณ์ใหม่ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เริ่มเปิดให้คนเข้าชมเมื่อปลายปี 2550 วิหารเจ้าแม่กวนอิมอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ องค์เจ้าแม่ทำจากทองสำริดสูงถึง 33 เมตร หนัก 80 ตัน ไม่ได้สูงอย่างเดียว แต่ยังสวยด้วย จนรับรู้ได้ถึงความเมตตากรุณาที่ท่านมีให้
ร้อยเดียวเที่ยวทั้งกรุง นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ รู้ได้ในวันเดียว ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ พอจะรู้ว่ากรุงเทพฯ หรือกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นชือเมืองหลวงของไทยมาตั้งแต่ปี 2325 แต่ไม่ค่อยจะได้รู้เรื่องราวในช่วง 227 ปีที่ผ่านมามากนัก พกเงินติดตัวไปร้อยบาทเอาไปซื้อตั๋วเข้าชม นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ที่ถนนราชดำเนินกลาง มีตั๋วแล้วก็เดินดูได้ทั้งวันและทั้งตึก 4 ชั้น เขาจัดแสดงนิทรรศการเรื่องย้อนยุค แต่เอาเทคโนโลยีล้ำยุคมาใช้ หมดวันลงมาเดินต่อดูงานที่ลานพลับพลาฯ มีของกินและงานฝีมือแบบชาววัง ยอมควักซื้อข้าวโพดคั่วยี่สิบบาท